‘คลัง’ รับชุดข้อมูลคัดกรองบัตรคนจนยังคลาดเคลื่อน เร่งปรับระบบให้ชัดเจน จ่อชงครม.โยกกลุ่มตกเกณฑ์ใช้60/40
GH News July 17, 2026 05:14 PM

คลัง’ ยอมรับชุดข้อมูลคัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 9 ล้านกว่าชุดยังมีความสับสน-คลาดเคลื่อน เร่งปรับระบบก่อนรวบรวมรายละเอียดอีกครั้ง ลุยประสานขนส่งกำหนดนิยามคำว่า ‘รถ’ ครอบคลุมรถจักรยานยนต์ตั้งแต่ 2 คันขึ้นไป พร้อมชง ครม. เตรียมไทยช่วยไทยพลัส 60/40 จำนวน 6 ล้านสิทธิ รองรับโยกกลุ่มถือบัตรเดิมวืดคัดกรอง

17 ก.ค. 2569 – นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความกังวลในสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการประมวลผลการคัดกรองผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการ ว่า ยอมรับว่ามีชุดข้อมูลที่ถูกใส่เข้าในในระบบจำนวนมากถึง 9 ล้านกว่าชุดข้อมูล ซึ่งบางข้อมูลอาจมีความสับสน และคลาดเคลื่อนตั้งแต่ต้นทาง ดังนั้นขณะนี้ระบบอยู่ระหว่างการรวบรวมรายละเอียดอีกครั้ง และ ณ สิ้นวันจะมีการปรับระบบให้มีความชัดเจนมากขึ้น เพื่อไม่ทำให้เกิดความสับสนตามข้อทักท้วงต่าง ๆ

เช่น กรณีเรื่อง ‘รถยนต์’ ที่ระบุในระบบการคัดกรองของโครงการ ซึ่งอาจจะสื่อสารได้ไม่ชัดเจนเพียงพอ ทำให้มีข้อทักท้วงสำหรับผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิที่ระบุว่า มีเพียงรถจักรยานยนต์เท่านั้น แต่ถูกตัดสิทธิ โดยขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังเร่งประสานกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อระบุรายละเอียดที่ชัดเจนและเป็นไปตามข้อกฎหมายของคำว่า ‘รถ’ ที่จะใช้คัดกรองคุณสมบัติตามโครงการ ซึ่งหมายรวมถึงรถทุกประเภท ทั้งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ตั้งแต่ 2 คันขึ้นไป

เช่นเดียวกับข้อมูลอื่น ๆ กรณีประชาชนสูงอายุแต่ม่ีชื่อเป็นนักเรียน นักศึกษา ก็อาจจะเป็นประเด็นการคลาดเคลื่อนของข้อมูลจากต้นทาง ตั้งแต่ตอนใส่เลขประจำตัวประชาชน ตรงนี้ก็จะมีการปรับระบบเพื่อแก้ไขให้ถูกต้อง และเมื่อเข้าสู่กระบวนการอุทธรณ์เพื่อทบทวนสิทธิก็จะเป็นไปตามกลไกปกติบนฐานของข้อมูลที่ถูกปรับให้ถูกต้องแล้ว ส่วนประเด็นที่เป็นข้อกังวลอื่น ๆ ข้อมูลเรื่องการครอบครองที่ดิน เป็นต้น อยู่ระหว่างการรวบรวมรายละเอียดและติดตามอย่างใกล้ชิด และจะดำเนินการประกาศผลการอุทธรณ์ในวันที่ 21 ก.ย. 2569 เพื่อให้ผู้ที่ได้รับสิทธิสามารถรับสิทธิได้ทันในวันที่ 1 ต.ค. เป็นต้นไป

“ยืนยันว่าเกณฑ์การคัดกรองที่ออกมาในครั้งนี้ ทำเพื่อการคัดกรองเพื่อหาตัวคนที่มีความลำบากที่สุด เปราะบางที่สุด รายได้น้อยที่สุดในสังคมตามเกณฑ์ที่กำหนดว่าควรได้รับความช่วยเหลือ ดังนั้นไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด โดยกระบวนการในส่วนของระบบนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกระทรวงการคลังจะรีบดำเนินการให้เร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด และขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้เอาข้ออ้างเรื่องความผิดพลาดของข้อมูลมาทำให้คนเสียสิทธิ เพราะอย่างไรก็จะดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ ส่วนข้อกังวล ความห่วงใยของสังคมในวันนี้ขอรับไปดูแล และกระบวนการจะต้องเป็นธรรมกับทุกคนที่ควรได้รับสิทธิตามสมควร” โฆษกกระทรวงการคลัง ระบุ

นอกจากนี้ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า (21 ก.ค.) กระทรวงการคลังจะเสนอให้มีการพิจารณานำรายชื่อผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม ซึ่งมีการลงทะเบียนรับสิทธิ 12.7 ล้านราย จากผู้ถือบัตรเดิมทั้งสิ้น 13.18 ล้านราย ซึ่งไม่ผ่านเกณฑ์การคัดกรอง 5.4 ล้านราย และผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิอีกราว 4.8 แสนราย จากผู้ให้มารับสิทธิในโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ซึ่งกระทรวงการคลังเตรียมสิทธิรอบรับไว้ทั้งสิ้น 6 ล้านสิทธิ ซึ่งชื่อว่าจะเพียงพอรองรับทั้งหมด โดยหาก ครม. เห็นชอบคาดว่าจะสามารถเริ่มใช้สิทธิ 60/40 ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2569 เป็นต้นไป

ส่วนกลุ่มที่อยู่ในรายชื่อของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และมหาดไทยที่ไม่ผ่านการคัดกรอง รวมถึงกลุ่มที่กระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่เก็บตกนั้น ได้มอบหมายให้ทั้ง 2 เข้าไปเร่งดูแลแล้วว่าข้อมูลถูกต้องหรือไม่ หากมีความผิดพลาดทีมมหาดไทยจะเข้าไปช่วยเหลือในเรื่องของการอุทธรณ์

สำหรับกระแสในสังคมออนไลน์กรณีคนจนยังมีนั้น โฆษกกระทรวงการคลัง ระบุว่า การคัดกรองวันนี้ไม่ได้ต้องการหาว่าคนจนปลอมมีไหม แต่เน้นหาคนที่ลำบากที่สุด เปราะบางที่สุด และจนที่สุดวาอยู่ตรงนี้ ดังนั้นหากสุดท้ายผลการอุทธรณ์ทบทวนสิทธิแล้วพบว่ามีผู้ที่ควรเข้ารับสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มอีกเท่าไหร่ รัฐบาลก็พร้อมดึงเข้ามารับสิทธิทันที โดยยืนยันว่าไม่มีธง หรือใช้งบประมาณมาเป็นตัวตั้งในการจำกัดสิทธิ หากสุดท้ายงบประมาณมีไม่เพียงพอ ก็เป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังในการไปจัดหามารองรับ

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.