อย่าพลาดทุกช่วงเวลาของศึกฟุตบอลโลก
“ไม่มีใครเคยหยุด ลิโอเนล เมสซี่ ได้” - เหตุผลที่อังกฤษ “ไม่มีสิทธิ์บ่น” หลังพ่ายแพ้จากบทเรียนอันเจ็บปวดในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกที่เต็มไปด้วยชั้นเชิงจากอัจฉริยะชาวอาร์เจนตินา เมสซี่ ผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการลูกหนังโลก อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษ โจเลียน เลสคอตต์ ให้สัมภาษณ์กับ GOAL ว่า อังกฤษไม่อาจโอดครวญได้ หลังตกเป็นเหยื่อของผลงานระดับมาสเตอร์คลาสอีกครั้งจากดาวเตะระดับตำนานของอาร์เจนตินา ความหวังในการคว้าแชมป์ระดับนานาชาติอีกครั้งต้องพังทลายลงอย่างเจ็บปวด กับความผิดหวังในรอบรองชนะเลิศของฟุตบอลโลกปี 2026
อีกครั้งที่อังกฤษเฉียดความสำเร็จในฟุตบอลโลก 2026
โธมัส ทูเคิล นำทีมเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์นี้ด้วยความตั้งใจจะยุติความเจ็บปวดยาวนาน 60 ปี ตำนานชุดแชมป์ปี 1966 ยังคงเป็นทีมเดียวที่ทำได้สำเร็จ และดูเหมือนจะต้องรอคอยอีกอย่างน้อยหนึ่งรอบของศึกใหญ่ ก่อนจะมีใครเทียบได้
อังกฤษแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและหัวใจนักสู้ โดยเฉพาะในรอบน็อกเอาต์กับ เม็กซิโก และ นอร์เวย์ ก่อนทะลุเข้าสู่สี่ทีมสุดท้ายของศึกชิงแชมป์โลกของฟีฟ่า แม้จะได้ประตูขึ้นนำจาก แอนโธนี่ กอร์ดอน ในเกมกับ อาร์เจนตินา แต่สุดท้าย “สิงโตคำราม” ก็ไม่สามารถรักษาความได้เปรียบไว้ได้
แท็กติกของ ทูเคิล ถูกตั้งคำถามหลังพ่าย อาร์เจนตินา
ทูเคิล ต้องเผชิญคำถามมากมายหลังความพ่ายแพ้อันเจ็บปวด หลายฝ่ายมองว่าโค้ชชาวเยอรมันวางแผนผิดพลาด โดยเลือกเน้นเกมรับมากเกินไป การเปิดโอกาสให้ เมสซี่ และเพื่อนร่วมทีมบุกเข้ากดดันอย่างต่อเนื่อง นำมาซึ่งผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
เจ้าของรางวัล บัลลงดอร์ 8 สมัย และกำลังลุ้นสมัยที่ 9 อย่างเป็นทางการ ถูกจำกัดพื้นที่ได้เกือบตลอด 85 นาทีในเกมที่แอตแลนตา แต่ เมสซี่ ก็ยังสร้างความแตกต่างได้ในช่วงสำคัญ เขาจ่ายบอลให้ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ยิงไกลตีเสมอ หลังอังกฤษเลือกใช้ผู้เล่นเชิงรับเต็มทีม
จากนั้น อัจฉริยะจาก อเมริกาใต้ รายนี้ ก็เปิดบอลให้ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ โหม่งประตูชัยในนาทีที่ 90+2 แสดงให้เห็นอีกครั้งว่าการหยุด เมสซี่ เป็นเรื่องแทบเป็นไปไม่ได้ แม้ในวัย 39 ปี
เมสซี่ ลงโทษอังกฤษจากความผิดพลาด
เมื่อถูกถามถึงการต้องเผชิญกับหนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษ เลสคอตต์ ซึ่งร่วมงานกับ Unibet Casino Online กล่าวกับ GOAL ว่า “ผมไม่คิดว่ามันเป็นมาสเตอร์คลาสทั้งเกมนะ แต่ก็มีบางช่วงที่เขาแสดงให้เห็นถึงความอัจฉริยะ ผมคิดว่าเขารู้ดีว่าตัวเองอยู่ในช่วงไหนของอาชีพ”
“เขายังสามารถกำหนดทิศทางของเกมได้ไหม? ใช่ แต่เป็นในช่วงเวลาสำคัญ และเขารู้จักใช้ช่วงเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผมว่าทันทีที่พวกเขาตามหลัง คุณจะเห็นเลยว่าเขาเริ่มยกระดับตัวเองขึ้น เขาได้จับบอลบ่อยที่สุดในครึ่งชั่วโมงสุดท้าย”
“มันแสดงให้เห็นว่าเมื่อผู้เล่นระดับนั้นตัดสินใจว่าจะชี้ขาดเกม ไม่ว่าคุณจะมีแท็กติกแบบไหน หรือเลือกใครลงสนาม พวกเขาก็จะเป็นคนตัดสินเกมอยู่ดี”
“มันอาจดูไม่ยุติธรรมนักที่เรากำลังวิจารณ์แท็กติกและการตัดสินใจ แต่ในเวลาเดียวกันกลับต้องยกย่องนักเตะที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ ผมไม่รู้จะเปรียบเทียบอย่างไรดี”
“เราคงไม่สามารถบ่นได้ว่าเราทำอะไรผิด เพราะเขาทำในสิ่งที่เขาทำเสมอ ไม่มีใครในประวัติศาสตร์ฟุตบอลที่หยุดเขาได้ ไม่มีใครเลยที่สามารถหยุด เมสซี่ ได้ แต่เราก็ยังรู้สึกผิดหวังที่ทำไม่ได้”
เวทมนตร์ของ เมสซี่ ต่อความเจ็บปวด 60 ปีของอังกฤษ
ความรู้สึกเสียดายและคำถาม “ถ้า...” ย่อมเกิดขึ้นหลังเห็นโอกาสทองในการคว้าเกียรติยศสูงสุดหลุดลอยไป อังกฤษอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการแล้ว แต่ประวัติศาสตร์ก็ซ้ำรอยอีกครั้ง
เมสซี่ มีส่วนพลิกเกมที่ตึงเครียดให้กลับมาอยู่ในมือของ อาร์เจนตินา และไม่เคยมีข้อสงสัยว่าเขาจะสร้างอิทธิพลต่อเกมได้อย่างไร แต่ “สิงโตคำราม” และโดยเฉพาะ ทูเคิล คงผิดหวังที่ปล่อยให้ภัยคุกคามชัดเจนเช่นนี้มีเวลาและพื้นที่มากพอจะร่ายมนตร์เปลี่ยนเกมให้เป็นของเขาอีกครั้ง