ข่าวใหญ่ประจำวันศุกร์คือท่าทีที่ชัดเจนของไมเคิล โอลิเซ ในการยืนยันต้องการย้ายร่วมทีมเรอัล มาดริด ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด
แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะมีข่าวเชื่อมโยงกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่การย้ายของดาวเตะชาวฝรั่งเศสไปยังสเปนถือว่าไม่ง่ายนัก เนื่องจากเขาเป็นผู้เล่นคนสำคัญในแผนพัฒนาทีมของบาเยิร์น มิวนิก
รายงานระบุว่าทางออกเดียวคือโอลิเซต้องแจ้งกับบาเยิร์น มิวนิกโดยตรงถึงความตั้งใจที่จะย้ายทีม ซึ่งล่าสุดนักเตะได้แจ้งการตัดสินใจดังกล่าวกับเพื่อนร่วมทีมแล้วและพร้อมต่อสู้เพื่อให้การย้ายเกิดขึ้นจริง
ตามรายงานล่าสุดจากสำนักข่าวเลกิ๊ป ระบุว่าเรอัล มาดริดเตรียมยื่นข้อเสนอคว้าตัวโอลิเซทันทีหลังจบการแข่งขันฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิลด์คัพ ที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม รายงานยังชี้ว่าอาจมีเงื่อนไขบางอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง
โอลิเซมีความหลงใหลและต้องการย้ายไปร่วมทีมเรอัล มาดริดอย่างมาก
สื่อฝรั่งเศสรายงานเพิ่มเติมว่าเรอัล มาดริดยังไม่ปิดโอกาสขายวินิซิอุส จูเนียร์ ปีกตัวเก่งของทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยสโมสรยังเปิดกว้างสำหรับการแยกทาง หลังจากการเจรจาสัญญาใหม่ยังไม่คืบหน้า
การอำลาของดาวเตะทีมชาติบราซิลจะเปิดทางให้โอลิเซย้ายมาร่วมทีมได้อย่างราบรื่น และทำให้การเจรจาโอนย้ายสามารถดำเนินการได้
แม้ว่าการปล่อยวินิซิอุสออกไปจะเป็นเงื่อนไขสำคัญ แต่ก็ถือเป็นปัจจัยที่จะช่วยให้ดีลนี้เกิดขึ้นได้จริง
เป็นที่ทราบกันดีว่าวินิซิอุสและเรอัล มาดริด ต่างต้องการร่วมงานกันต่อไป แต่ความเห็นที่แตกต่างกันเรื่องค่าตอบแทนทางการเงินทำให้การต่อสัญญาใหม่หยุดชะงัก
ฟลอเรนติโน เปเรซ ประธานสโมสร ต้องตัดสินใจครั้งใหญ่
รายงานเมื่อวานระบุว่ามีช่องว่างระหว่างค่าเหนื่อยที่เรอัล มาดริดเสนอให้กับที่นักเตะต้องการอยู่พอสมควร โดยตัวเลขอยู่ระหว่าง 6 ล้านยูโรถึง 10 ล้านยูโร
หากไม่สามารถตกลงกันได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เรอัล มาดริดก็พร้อมพิจารณาขายวินิซิอุสเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียเขาไปแบบไม่มีค่าตัวในปีหน้า
อย่างไรก็ตาม สโมสรตระหนักดีว่าวินิซิอุสคือหนึ่งในผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดในฟุตบอลโลก และไม่ต้องการสูญเสียเขาไป
การที่โอลิเซย้ายเข้ามาแทนที่วินิซิอุสอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ให้ผลลัพธ์แบบสองด้าน เพราะจะเป็นการเสริมความแข็งแกร่งในตำแหน่งหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ทีมอ่อนลงในอีกตำแหน่งหนึ่ง
อย่างไม่ต้องสงสัย การตัดสินใจครั้งนี้อยู่บนบ่าของฟลอเรนติโน เปเรซ ซึ่งอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางของทีมเรอัล มาดริดในอนาคต