แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้รับข่าวดีเกี่ยวกับ ลิซานโดร มาร์ติเนซ กองหลังทีมชาติอาร์เจนตินา หลังมีรายงานว่าฟีฟ่าอาจไม่สั่งแบนเจ้าตัวจากการลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 โดย มาร์ติเนซ ถือเป็นหนึ่งในกำลังหลักของทีมชาติอาร์เจนตินาในทัวร์นาเมนต์นี้ โดยได้ลงสนามเป็นตัวจริงถึง 6 จาก 7 นัดที่ผ่านมา
มาร์ติเนซลงเล่นไป 72 นาทีในเกมรอบรองชนะเลิศที่อาร์เจนตินาเอาชนะอังกฤษ 2-1 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งชัยชนะดังกล่าวนำไปสู่การเข้าชิงกับสเปนที่สนามนิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ สเตเดียม ตั้งแต่ต้นปี มาร์ติเนซเป็นผู้เล่นที่มีบทบาทสำคัญของยูไนเต็ด และผลงานของเขาได้พิสูจน์แล้วว่าเหมาะสมกับการถูกเรียกติดทีมของ ลิโอเนล สกาโลนี สำหรับศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้
นอกจากนี้ มาร์ติเนซ ยังสร้างความร่วมมืออย่างยอดเยี่ยมกับ คริสเตียน โรเมโร กองหลังจากท็อตแนม ฮอตสเปอร์ อย่างไรก็ตาม แข้งปีศาจแดงรายนี้กลับตกเป็นประเด็นร้อนหลังเกมชนะทีมชาติอังกฤษ เมื่อเขาและเพื่อนร่วมทีมชาติอาร์เจนตินาฉลองชัยด้วยแบนเนอร์ที่มีข้อความเกี่ยวข้องกับหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ ซึ่งเคยเป็นจุดศูนย์กลางของสงครามระหว่างสองประเทศในปี 1982 ตามข้อบังคับข้อ 34.3 ของกฎการแข่งขันฟุตบอลโลก ผู้เล่นทุกคนห้ามแสดงข้อความหรือสัญลักษณ์ทางการเมืองก่อน ระหว่าง หรือหลังการแข่งขัน
เหตุการณ์นี้นำไปสู่เสียงเรียกร้องให้ลงโทษแบนผู้เล่นอาร์เจนตินา 6 คน รวมถึง มาร์ติเนซ, โรเมโร และ โจวานนี โล เซลโซ ห้ามลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก โดยรัฐบาลสหราชอาณาจักรได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ฟีฟ่าดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง
ต่อมา ฟีฟ่าได้ตอบสนองต่อกรณีนี้ผ่านแถลงการณ์ว่า “ตามขั้นตอนมาตรฐาน คณะกรรมการวินัยอิสระของฟีฟ่ากำลังตรวจสอบรายงานการแข่งขันและพิจารณาสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะตัดสินใจในขั้นตอนต่อไปตามประมวลวินัยของฟีฟ่า”
ในอดีต ยูฟาเคยลงโทษแบน อัลบาโร่ โมราต้า และ โรดรี หนึ่งนัด หลังจากทั้งคู่ตะโกนคำว่า “ยิบรอลตาร์เป็นของสเปน” ภายหลังชัยชนะเหนืออังกฤษในรอบชิงชนะเลิศยูโร 2024 ซึ่งกรณีดังกล่าวถูกหยิบยกโดย เอ็ด เดวี หัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตยแห่งสหราชอาณาจักร ที่เรียกร้องให้ฟีฟ่าระงับผู้เล่นอาร์เจนตินาทั้งหกคนจากการลงสนามในนัดชิง
ทั้งนี้ ฟีฟ่าเคยสั่งปรับเงินสมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินาในปี 2014 หลังจากทีมได้แสดงแบนเนอร์ลักษณะเดียวกันในเกมอุ่นเครื่องกับสโลวีเนีย ซึ่งในครั้งนี้ ฟีฟ่าได้ตั้งคณะกรรมการวินัยขึ้นมาเพื่อพิจารณาเหตุการณ์อีกครั้ง ทำให้เกิดความกังวลว่า มาร์ติเนซ และเพื่อนร่วมทีมอาจพลาดนัดชิงฟุตบอลโลก อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้
ตามรายงานของ COPE ระบุว่าผู้เล่นที่เกี่ยวข้องไม่น่าจะถูกห้ามลงสนามในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 โดยรายงานระบุว่า “ข้อบังคับมีความชัดเจนและจะถูกบังคับใช้อย่างเคร่งครัด เรื่องดังกล่าวอยู่ในมือของคณะกรรมการวินัยของฟีฟ่า ซึ่งจะเป็นผู้ตัดสินบทลงโทษ”
“อย่างไรก็ตาม จะไม่มีการตัดสินใด ๆ จนกว่าฟุตบอลโลกจะสิ้นสุด ซึ่งหมายความว่าผู้เล่นที่เกี่ยวข้องจะสามารถลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศกับสเปนในวันอาทิตย์ได้ตามปกติ” ตามรายงานของ อารันชา โรดริเกซ
ขณะเดียวกัน สื่ออาร์เจนตินา Clarín รายงานเพิ่มเติมว่า โอกาสที่จะเกิดการลงโทษแบนมีค่อนข้างน้อย โดยระบุว่า “บทลงโทษอาจอยู่ในรูปแบบคำเตือนหรือค่าปรับที่กำหนดต่อสมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินา (AFA) หรือผู้เล่นที่เกี่ยวข้อง”
“การลงโทษในเชิงกีฬา เช่น การแบน ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น เว้นแต่จะเป็นกรณีที่ร้ายแรงมากหรือมีพฤติกรรมผิดซ้ำ ๆ”
มาร์ติเนซมีความกระตือรือร้นเต็มที่ในการช่วยให้อาร์เจนตินาผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งฤดูกาลนี้ก็เป็นปีสุดท้ายของสัญญากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผลงานที่ยอดเยี่ยมของเขาอาจทำให้ INEOS ตัดสินใจต่อสัญญาฉบับใหม่ให้ในอนาคตอันใกล้