แม่คาใจ ลูก ป.4 บอกครูไม่สบายก่อนหมดสติ หัวใจหยุดเต้น 10 นาที สมองเสียหายรุนแรง
GH News July 20, 2026 03:14 PM

แม่โพสต์สะเทือนใจ ลูก ป.4 บอกครูไม่สบายก่อนหมดสติในห้องพยาบาลโรงเรียน หัวใจหยุดเต้นร่วม 10 นาที สมองเสียหายรุนแรง วอนทุกโรงเรียนยกระดับระบบรับมือเหตุฉุกเฉิน อยากเห็นภาพวงจรปิด ก่อนหน้าอาการเป็นยังไง

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง แม่ของเด็กชายชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งย่านลำลูกกา โพสต์เล่าเหตุการณ์ลูกชายหมดสติในห้องพยาบาลของโรงเรียน จนปัจจุบันยังนอนรักษาตัวในห้องไอซียู พร้อมเรียกร้องให้ทุกโรงเรียนทบทวนมาตรฐานการดูแลเด็กเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยเปิดโพสต์ว่า ลูกแค่บอกครูว่าไม่สบาย ไม่มีพ่อแม่คนไหนคิดว่านั่นจะเป็นประโยคสุดท้ายที่ยังได้คุยกับลูก

ผู้เป็นแม่เล่าว่า เช้าวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 08.00 น. ระหว่างเข้าแถว ลูกชายแจ้งครูว่ามีอาการปวดคอ ปวดท้อง และปวดหัว ทางโรงเรียนจึงโทรแจ้งให้มารับลูกกลับบ้าน ตนรีบออกจากบ้านทันทีและใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที แต่เมื่อเปิดประตูห้องพยาบาลเข้าไป ภาพที่เห็นคือลูกชายนอนหมดสติ ตัวเขียว ไม่ตอบสนองแล้ว

เด็กถูกนำส่งโรงพยาบาลที่อยู่ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนอย่างเร่งด่วน ก่อนถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศิริราช แพทย์แจ้งว่าเด็กมีภาวะขาดออกซิเจนเป็นเวลานาน หัวใจหยุดเต้นร่วม 10 นาที ส่งผลให้สมองได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ปัจจุบันยังคงรักษาตัวในห้องไอซียู และแพทย์ได้แจ้งให้ครอบครัวเตรียมใจ

จนถึงวันนี้ แม่ยังตั้งคำถามกับตัวเองทุกวันว่า ระหว่างที่กำลังรีบเดินทางไปหาลูก เกิดอะไรขึ้นกับลูกบ้าง โดยทีมแพทย์ได้ขอภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงเรียนไปประกอบการประเมินว่า ก่อนหมดสติเด็กมีอาการผิดปกติหรือสัญญาณเตือนทางการแพทย์ใดหรือไม่ ซึ่งอาจเป็นข้อมูลสำคัญต่อการรักษาและการค้นหาสาเหตุ อย่างไรก็ตาม ครอบครัวรู้สึกว่ายังไม่ได้รับความร่วมมือในการเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว ทำให้ยังมีคำถามที่หาคำตอบไม่ได้

ท้ายโพสต์ ผู้เป็นแม่ย้ำว่าไม่ได้เขียนเพื่อกล่าวโทษใคร แต่อยากให้เหตุการณ์ของลูกเป็นจุดเริ่มต้นให้ทุกโรงเรียนในประเทศไทยทบทวนมาตรฐานการดูแลเด็ก โดยเฉพาะเด็กป่วยที่ถูกส่งเข้าห้องพยาบาล ควรได้รับการเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด เพราะเพียงไม่กี่นาที อาการอาจเปลี่ยนจากไม่สบายกลายเป็นวิกฤต ทุกโรงเรียนควรมีระบบรับมือเหตุฉุกเฉินที่ชัดเจน บุคลากรที่พร้อมช่วยเหลือ และความร่วมมือเต็มที่ในการเปิดเผยข้อมูลที่จำเป็น พร้อมทิ้งท้ายว่า แม้ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปช่วยลูกได้ แต่หวังว่าเรื่องของลูกจะช่วยปกป้องลูกของคนอื่น

ทั้งนี้ ยังไม่มีการชี้แจงจากทางโรงเรียนที่เกี่ยวข้องต่อเหตุการณ์ดังกล่าว

ข่าวล่าสุด
© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.