เตือน 5 กลุ่มผู้ประกอบการไทย เร่งปรับตัวรับมือกฎหมายฮาลาลใหม่ "อินโดฯ"
July 27, 2026 05:24 PM

อินโดนีเซียเตรียมบังคับใช้กฎหมาย Halal Product Assurance ฉบับใหม่ ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2569 กำหนดให้อาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดที่จำหน่ายในประเทศต้องได้รับการรับรองฮาลาล ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่มอาหารแปรรูป อาหารทะเล ผลไม้อบแห้ง เครื่องดื่ม และสินค้าเกษตรที่มีการเติมส่วนผสม ต้องเร่งปรับกระบวนการผลิตและขอใบรับรองเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดอินโดนีเซีย

เริ่ม 17 ต.ค. 69 บังคับฮาลาลอาหาร-เครื่องดื่ม 

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า อินโดนีเซียได้ยกระดับและขยายขอบเขตมาตรการฮาลาลกับสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ภายใต้กฎหมาย Halal Product Assurance (Law No. 33/2014) และระเบียบปฏิบัติของสำนักงานประกันผลิตภัณฑ์ฮาลาล (BPJPH) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2569 โดยสินค้าอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมดที่จำหน่ายในอินโดนีเซียจะต้องได้รับการรับรองฮาลาล
โดยมาตรการของอินโดนีเซียจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยตามประเภทสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มอาหารทะเล ผลไม้อบแห้ง ผลไม้เคลือบแวกซ์ อาหารพร้อมทาน ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่มฟังก์ชัน อาหารสุขภาพ และสินค้าเกษตรแปรรูปที่เติมส่วนผสมหรือวัตถุเจือปน เป็นกลุ่มที่ต้องบริหารต้นทุนและขั้นตอนด้านฮาลาลอย่างรอบคอบตั้งแต่ต้นทางโรงงานจนถึงปลายทางในตลาดอินโดนีเซีย 
ขณะที่สินค้าเกษตรที่ไม่ผ่านการแปรรูปอย่างแท้จริง อาทิ ผักและผลไม้สดที่ไม่เคลือบผิว จะยังได้รับสิทธิยกเว้นในกลุ่ม Positive List 
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้บริการจากหน่วยงานรับรองฮาลาลในไทยที่ได้รับการรับรองจาก BPJPH เพื่อขอใบรับรองฮาลาลสำหรับสินค้าที่ส่งออกไปอินโดนีเซีย
นายนันทพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า อินโดนีเซียเป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทยในปี 2568 การส่งออกจากไทยไปอินโดนีเซียมีมูลค่า 9,336.1 ล้านดอลลาร์ หรือ 306,529 ล้านบาท




นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์


ขณะเดียวกัน สินค้าเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร พบว่าไทยส่งออกสูงถึง 1,415.2 ล้านดอลลาร์ หรือ 46,867 ล้านบาท โดยสินค้าอาหารและเครื่องดื่มเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการส่งออก อาทิ น้ำตาลทราย ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ผลไม้สด แช่เย็นแช่แข็ง และแห้ง อาหารสัตว์เลี้ยง ข้าว ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลี อาหารสำเร็จรูป และเครื่องดื่ม 
ฉะนั้นผู้ประกอบการไทยต้องเร่งเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือ ภายใต้กฎหมายดังกล่าว รัฐบาลอินโดนีเซียได้ออกประกาศและแนวปฏิบัติเพื่อจำแนก กลุ่มสินค้าที่ต้องมีใบรับรองฮาลาล และ กลุ่มสินค้าที่ได้รับการยกเว้น ไว้อย่างชัดเจน 
โดยเฉพาะสินค้าเกษตรขั้นปฐมภูมิ อาหารทะเล และสินค้าอาหารแปรรูป ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่มีความสำคัญต่อการส่งออกของไทย สาระสำคัญ คือ สินค้าที่ผ่านการแปรรูปและมีส่วนผสมหรือวัตถุเจือปนหลายชนิดจะต้องได้ใบรับรองฮาลาลจากอินโดนีเซียหรือหน่วยงานรับรองฮาลาลต่างประเทศที่ BPJPH ให้การรับรองก่อนการนำเข้าประเทศ 
ขณะที่สินค้าเกษตรบางประเภทที่ได้รับการยกเว้น จะต้องเป็นสินค้าที่เป็นฮาลาลโดยธรรมชาติ ปราศจากการเติมส่วนผสมหรือวัตถุเจือปนใด ๆ ในกระบวนการแปรสภาพ พร้อมทั้งต้องมีหลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อรับรองความโปร่งใสของกระบวนการผลิตและห่วงโซ่อุปทานว่าไม่มีการปนเปื้อนสิ่งต้องห้ามตามหลักศาสนาอิสลาม

ส่องสินค้าเกษตรที่ได้รับสิทธิยกเว้น

นอกจากนี้ อินโดนีเซียจัดให้อาหารทะเล ที่แปรรูปหรือปรุงแต่ง ที่มีการปรุงรส เติมซอส เครื่องเทศ หรือน้ำมัน รวมถึงผลไม้อบแห้ง ที่มีการเติมส่วนผสมหรือเคลือบสารต่าง ๆ เป็นสินค้าที่ต้องผ่านการขอรับรองฮาลาลอย่างเป็นทางการ และไม่สามารถใช้สิทธิยกเว้นในกลุ่ม Positive List ได้ 
โดยเฉพาะกรณีที่มีการเติมสารหรือผ่านกระบวนการแปรรูป ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่มีแนวโน้มเข้าข่าย เช่น ผลไม้แช่แข็งที่มีการเติมส่วนผสมเพิ่มเติม ลำไยอบแห้ง หรือผลไม้สดที่มีการเคลือบแวกซ์หรือขี้ผึ้งเพื่อรักษาความสด 
จะถูกตีความว่าผ่านกระบวนการและมีสารเติมแต่ง ซึ่งต้องขอใบรับรองฮาลาล รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของพืชดัดแปลงพันธุกรรม (GMOs) ก็ต้องได้รับการรับรองฮาลาลเช่นกัน




อาหารฮาลาล
 

จับตาฮาลาลโลจิสติกส์ ยกระดับทั้งห่วงโซ่อุปทาน

นอกจากนี้ อินโดนีเซียยังมีแนวโน้มขยายมาตรการด้านฮาลาลครอบคลุมถึงระดับ “ระบบโลจิสติกส์ฮาลาล” โดยอยู่ระหว่างจัดทำแนวปฏิบัติที่ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการขนส่ง การจัดเก็บ และการจัดการสินค้าในคลังสินค้าและตู้คอนเทนเนอร์ 
ดังนั้น ผู้ประกอบการและผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าอาหาร จะต้องเตรียมความพร้อมเชิงระบบ ทั้งด้านการแยกพื้นที่จัดเก็บ การจัดการห่วงโซ่ความเย็น การติดฉลากระบุสถานะฮาลาลของสินค้า และการจัดทำระบบตรวจสอบย้อนกลับในระดับห่วงโซ่อุปทาน

แนะเร่งปรับตัว รักษาตลาดมุสลิม

สำหรับทิศทางดังกล่าวสะท้อนว่าการแข่งขันในตลาดอาหารฮาลาลขยับไปสู่การแข่งขันด้านมาตรฐาน ระบบการรับรอง และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจร ผู้ประกอบการต้องศึกษากฎระเบียบของประเทศคู่ค้าประกอบการวางแผนการส่งออก ตลอดจนประเมินผลกระทบด้านต้นทุนและความสามารถในการแข่งขันของสินค้า ควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมสินค้าอาหารมูลค่าเพิ่มและมาตรฐานความปลอดภัยอาหารในระดับสากล
“มาตรการฮาลาลที่เข้มข้นขึ้นของอินโดนีเซีย จะเร่งให้เกิดการยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมอาหารไทย ที่ผู้ประกอบการไทยต้องเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นแต้มต่อทางยุทธศาสตร์ หากสามารถปรับตัวรับข้อกำหนดเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว ควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรมอาหารที่ตอบโจทย์เทรนด์โลก ประเทศไทยจะก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตและแหล่งจัดหาสินค้าอาหารฮาลาลที่แข็งแกร่ง ทั้งในภูมิภาคอาเซียนและตลาดมุสลิมโลกในระยะต่อไป"




ซุปเปอร์มาร์เก็ตในอินโดนีเซีย

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.