ความยินดีของสเปนกลายเป็นโศกนาฏกรรม เด็กชายวัย 13 ปีเสียชีวิตจากเหตุพังถล่มของน้ำพุระหว่างฉลองชัยฟุตบอลโลก 2026
Aurora Nightingale July 20, 2026 07:59 PM

ชัยชนะที่รอคอยมายาวนานของทีมชาติสเปนในศึกฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิลด์คัพ 2026 ต้องถูกกลบด้วยเหตุสลด เมื่อเด็กชายอายุ 13 ปีเสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกสองราย หลังส่วนหนึ่งของน้ำพุเก่าแก่พังถล่มลงมาระหว่างการฉลองชัยชนะในช่วงเช้ามืดวันจันทร์ที่ผ่านมา

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเที่ยงคืนไม่นาน ที่น้ำพุอาร์โบล กอร์โด (Arbol Gordo) ในเมืองซิวดัด โรดรีโก (Ciudad Rodrigo) ทางตะวันตกของประเทศสเปน ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดซาลามังกา ใกล้ชายแดนโปรตุเกส ขณะนั้นมีแฟนบอลหลายร้อยคนรวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะของสเปนที่เฉือนเอาชนะอาร์เจนตินา 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์โลกสมัยที่สองของชาติ และถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2010

ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ หน่วยบริการฉุกเฉินประจำภูมิภาคเปิดเผยว่าส่วนบนของอนุสาวรีย์ได้พังถล่มลงมาอย่างกะทันหันและหล่นใส่ฝูงชนด้านล่าง เด็กชายวัย 13 ปีเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ในขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกสองคน

เทศบาลเมืองซิวดัด โรดรีโก ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์สูญเสียครั้งนี้

“ทั้งเมืองต่างรู้สึกเสียใจกับการสูญเสียในครั้งนี้ และขอร่วมไว้อาลัยกับครอบครัวและเพื่อนของเด็กผู้เคราะห์ร้าย... สิ่งที่ควรจะเป็นการเฉลิมฉลองชัยชนะของทีมชาติสเปนในฟุตบอลโลก กลับกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครคาดคิด” แถลงการณ์ระบุ

ในสนามแข่งขัน ทีมชาติสเปนสามารถเอาชนะอาร์เจนตินา 1-0 หลังต่อเวลาพิเศษ คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิลด์คัพ 2026 ที่สนามนิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ สเตเดียม สิ้นสุดการรอคอยความสำเร็จระดับโลกยาวนานถึง 16 ปี เฟร์ราน ตอร์เรส (Ferran Torres) ตัวสำรองของทีมกลายเป็นฮีโร่หลังทำประตูชัยในนาทีที่ 106 พาทีมคว้าแชมป์โลกสมัยที่สองต่อจากปี 2010

ลา โรฆา (La Roja) เป็นฝ่ายครองเกมตั้งแต่ต้นจนจบ โดยครองบอลได้ถึง 68% และยิงทั้งหมด 20 ครั้ง เข้ากรอบ 11 ครั้ง ในขณะที่อาร์เจนตินาทำได้เพียง 4 ครั้งเท่านั้น และไม่มีจังหวะยิงเข้ากรอบเลยจนถึงนาทีที่ 117 ทีมของลิโอเนล สกาโลนี (Lionel Scaloni) ต้องพึ่งพาฝีมือของผู้รักษาประตู เอมิเลียโน มาร์ติเนซ (Emiliano Martínez) ที่สร้างสถิติใหม่ในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกด้วยการเซฟถึง 11 ครั้ง เพื่อรักษาโอกาสของทีมไว้

ประตูชัยเกิดขึ้นเมื่อ เปโดร ปอร์โร (Pedro Porro) เปิดบอลจากด้านข้างให้ นิโก วิลเลียมส์ (Nico Williams) ช่วยต่อบอลก่อนที่ เฟร์ราน ตอร์เรส จะวอลเลย์เข้าประตูไป ความหวังของอาร์เจนตินายิ่งริบหรี่ลงไปอีกเมื่อ เอ็นโซ เฟร์นานเดซ (Enzo Fernández) ถูกใบเหลืองที่สองไล่ออกจากสนามในนาทีที่ 93 แม้ทีมจะพยายามบุกหนักในช่วงท้าย รวมถึงโอกาสทองของ จูเลียโน ซีเมโอเน (Giuliano Simeone) แต่ก็ไม่สามารถตีเสมอได้

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.