เมลวีน มาลาร์ด อำลาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวสถิติสโมสร ซบเชลซีคู่แข่งร่วมดับเบิลยูเอสแอล
นภาพร วงศ์สุวรรณ July 25, 2026 03:04 PM

เชลซีประกาศคว้าตัว เมลวีน มาลาร์ด กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรเพื่อนร่วมศึก วีเมนส์ ซูเปอร์ลีก เรียบร้อยแล้ว

หัวหอกวัย 26 ปี ย้ายมาอยู่กับ แมน ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัวในช่วงก่อนเริ่มฤดูกาล ดับเบิลยูเอสแอล 2023/24 หลังทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในซีซันแรกกับทีมปีศาจแดง ด้วยการยิงไป 5 ประตูและช่วยทีมคว้าแชมป์ อาดิดาส วีเมนส์ เอฟเอคัพ บอร์ดบริหารจึงต้องการทำให้การย้ายทีมครั้งนี้เป็นแบบถาวร

ในเดือนกรกฎาคม 2024 บอร์ดบริหารก็ทำเช่นนั้นจริง โดยกองหน้ารายนี้จรดปากกาต่อสัญญาจนถึงปี 2027 หลังย้ายแบบถาวร มาลาร์ดทำไปแล้ว 16 ประตูกับเสื้อสีแดงของ ยูไนเต็ด และฤดูกาลที่แล้วถือเป็นซีซันที่เธอทำประตูได้มากที่สุดนับตั้งแต่ย้ายมาเล่นใน ดับเบิลยูเอสแอล

เธอยิงได้ 10 ประตูรวมทุกรายการ และมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในเส้นทางยุโรปหนแรกของ ยูไนเต็ด มาลาร์ดเคยเป็นแชมป์ ยูฟ่า วีเมนส์ แชมเปียนส์ลีก 4 สมัยในช่วงที่ค้าแข้งกับ โอลิมปิก ลียง ประสบการณ์ในรายการนี้มีความสำคัญอย่างมากต่อการช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปถึงรอบก่อนรองชนะเลิศของการแข่งขัน

หนึ่งในผลงานที่โดดเด่นบนเวทียุโรปเกิดขึ้นในเลกแรกของรอบ 16 ทีมสุดท้ายกับ แอตเลติโก มาดริด มาลาร์ดทำได้ 1 ประตู 2 แอสซิสต์ ช่วยให้ ยูไนเต็ด สร้างความตกตะลึงให้เจ้าถิ่นและแทบจะการันตีการผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ ซึ่งนับเป็นความสำเร็จสำคัญในเส้นทางยุโรปครั้งแรกของพวกเขา

มาลาร์ดกลายเป็นการขายนักเตะที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยมีรายงานว่าค่าตัวอยู่ที่ราว 850,000 ปอนด์

กองหน้าวัย 26 ปี เหลือสัญญากับ ยูไนเต็ด อีก 1 ปี และมีรายงานว่าเธออยากออกไปหาความท้าทายใหม่ไกลจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยื่นข้อเสนอต่อสัญญาให้ แต่สุดท้ายก็ยอมขายเธอออกไปเพื่อรับค่าตัวกลับมา และเมื่อ ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก กำลังจะมาถึง รวมถึงการอำลาทีมชาติของ เออเฌนี เลอ ซอมเมอร์ ทำให้เชื่อว่ามาลาร์ดเองก็คงจับตามองซัมเมอร์หน้าอยู่ไม่น้อย

ภายหลังการจากไปของ แซม เคอร์ และ กูโร เรอิเตน เชลซีจำเป็นต้องเสริมแนวรุกเพิ่ม การเซ็นสัญญากับมาลาร์ดสะท้อนให้เห็นถึงความทะเยอทะยานของเชลซีในการทวงแชมป์ลีกกลับคืน หลังจากที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ครองความเหนือกว่าในฤดูกาลที่แล้ว สำหรับทีมจากเวสต์ลอนดอน การได้มาลาร์ดยังช่วยเพิ่มทางเลือกในเกมรุก หลังจากที่พวกเขาเพิ่งการันตีอนาคตของ แอกกี บีเวอร์-โจนส์ เอาไว้ได้

สำหรับมาลาร์ด เชลซีไม่ใช่แค่บทใหม่ของอาชีพ แต่ยังเป็นการกลับมาพบกับโค้ชที่มีส่วนหล่อหลอมช่วงเวลาสำคัญหลายครั้งในเส้นทางของเธออีกด้วย

หลังย้ายมาอยู่กับ เดอะ บลูส์ มาลาร์ดจะได้ทำงานภายใต้การคุมทีมของ โซเนีย บอมปาสเตอร์ อีกครั้ง ซึ่งเป็นคนคุ้นเคยจากช่วงเวลาที่พวกเธอประสบความสำเร็จร่วมกันที่ โอลิมปิก ลียง บอมปาสเตอร์เคยดูแลมาลาร์ดในช่วงหนึ่งของยุคที่ ลียง ครองความยิ่งใหญ่ที่สุด และเชื่อมั่นในตัวเธอในฐานะหนึ่งในขุมกำลังของทีมที่สานต่อธรรมเนียมการคว้าแชมป์ของสโมสร

ทั้งคู่ร่วมฉลองแชมป์ ดิวิชัน 1 เฟมินีน หลายสมัย และยังได้ชูถ้วย ยูฟ่า วีเมนส์ แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2021/22 พร้อมกันหลังเอาชนะ บาร์เซโลนา ในรอบชิงชนะเลิศ ความเชื่อมั่นที่บอมปาสเตอร์มีต่อพรสวรรค์ของมาลาร์ดตั้งแต่ยังอายุน้อยมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาของเธอ การกลับมาร่วมงานกันในเมืองหลวงจะทำให้พันธมิตรผู้ชนะรายนี้กลับมาประสานงานกันอีกครั้ง

เมื่อเริ่มต้นความร่วมมือครั้งใหม่ในเวสต์ลอนดอน แฟนบอลเชลซีคงหวังว่าการจับคู่กันครั้งนี้จะถ่ายทอดความสำเร็จที่เคยสร้างเอาไว้ และพาทีมกลับไปคว้าแชมป์ลีกได้อีกครั้ง รวมถึงแชมป์ยุโรปที่ยังคงเป็นสิ่งที่พวกเขาเอื้อมไม่ถึง

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.