นายกฯ เรียกหน่วยงานความมั่นคงถก บอกหารือโยกย้ายเหล่าทัพ พร้อมมอบนโยบายทำงาน เข้มบังคับใช้กฎหมายอาวุธปืน มอบ ‘ปกรณ์’ ปรับปรุง-ออกกฎหมายใหม่ ย้ำสอบท้องถิ่นสาวถึงตัวบงการแน่
10 ส.ค.2569-ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้เรียก พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายภูมิวิศาล เกษมสุข เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เข้าพบ
ภายหลังเข้าพบ พล.ท.อดุลย์ ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ว่านายกฯได้กำชับเรื่องใดบ้าง โดยระบุว่า ให้ไปถามนายกฯ ด้าน พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยเพียงสั้นๆว่า จะไปติดตามเรื่องนอมินี
จากนั้นนายกฯให้สัมภาษณ์ถึงการเรียกหน่วยงานต่างๆมาหารือว่า มาหารือกันเรื่องแต่งตั้งโยกย้ายประจำปีของทั้งทหารและตำรวจ และตนยังได้ให้การบ้านไปว่าทางกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานความมั่นคง รวมถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ให้ร่วมกันจัดระเบียบการครอบครองและพกพาอาวุธปืนให้มีความเข้มข้นสูงสุด แต่หากจะต้องมีการปรับปรุงกฎหมายเป็นการเฉพาะก็ขอให้เร่งดำเนินการเสนอขึ้นมา ขณะเดียวกันก็ต้องมีการเข้มงวดการจับกุมดำเนินคดีกับผู้พกพาอาวุธปืนด้วย
นายกฯกล่าวว่า ตนขอย้ำว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์พกอาวุธปืนไปไหนมาไหนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานที่สาธารณะ ฉะนั้นหากใครพกพาไปถือว่าผิดกฎหมายและจะถูกดำเนินคดี จะมาบอกว่าป้องกันตัวอย่างไรก็ไม่ได้ทั้งนั้น เพราะใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนใบสุดท้ายถูกออกไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว และใบอนุญาตก็มีอายุเพียง 1 ปี เพราะฉะนั้น ไม่มีใครสามารถพกอาวุธปืนได้หากไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของบ้านเมือง ตนก็ต้องพูดซ้ำแล้วซ้ำอีก นอกจากนี้จะมีการตั้งด่านตรวจอาวุธปืนอย่างเข้มข้น เพราะเป็นสิ่งที่เราได้เตือนมาหลายครั้งแล้ว
“เรื่องของกฎหมาย นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ก็กำลังจะยกร่างปรับปรุงแก้ไขอยู่ หรือหากจำเป็นจะต้องออกเป็นกฎหมายฉบับใหม่ก็จะเสนอมาให้ตนพิจารณา”
ถามว่า ที่นายกฯบอกว่ามีการหารือเรื่องโผการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการทหาร และตำรวจ แต่ขณะนี้มีกระแสข่าวว่าจะมีการย้ายข้ามห้วยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ด้วย นายกฯอุทานว่า “อุ๊ย จะมาถามเป็นรายบุคคลไม่ได้ เขามาหารือเรื่องไทม์ไลน์กำหนดการ ผู้สื่อข่าวจะมาถามว่าใครจะไปไหนอย่างไรไม่ได้หรอก”
นายกฯ กล่าวอีกว่า ยังหารือกับเลขาธิการ ป.ป.ท. เรื่องการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามที่ตนเคยกล่าวไว้ว่าเราต้องหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ และยกเลิกผู้ที่ได้คะแนนไม่ตรงกับคะแนนที่ประกาศ ซึ่งหลังจากนี้จะต้องมีการดำเนินคดีต่อไป ยืนยันว่าไม่มีละเว้นใคร ไม่ต้องห่วง ทุกอย่างเป็นไปตามที่เราต้องการ และสาวถึงตัวการแน่นอน