กระแส #Saveหอพักอ่างแก้ว ขยายวง หลังอาจารย์สถาปัตย์ มช. เปิดประเด็นอาคารผลงาน “อมร ศรีวงศ์” กำลังถูกรื้อ ตรวจเอกสารมหาวิทยาลัยพบอยู่ในโครงการขายทอดตลาดอาคาร 127 รายการจริง ถูกจัดให้รื้อในลำดับแรก ขณะที่สมาคมสถาปนิกสยามฯ ส่งหนังสือถึงอธิการบดี ขอทบทวนก่อนมรดกสถาปัตยกรรมยุคก่อตั้งมหาวิทยาลัยหายไป
กระแสคัดค้านการรื้อ “หอพักอ่างแก้ว” มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ขยายวงในแวดวงสถาปัตยกรรมและศิษย์เก่า หลังอาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ออกมาเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยทบทวนแผน พร้อมเสนอทางเลือกปรับปรุงอาคารแทนการทุบ เนื่องจากหอพักแห่งนี้สร้างมาตั้งแต่ปี 2507 และเป็นผลงานของ อมร ศรีวงศ์ สถาปนิกคนสำคัญของงานสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ในมหาวิทยาลัยไทย
เมื่อตรวจสอบ ประกาศขายทอดตลาดของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่า หอพักอ่างแก้วอยู่ในรายการอาคารที่จะรื้อถอนจริง โดยเป็นส่วนหนึ่งของการขายทอดตลาดที่พักบุคลากรและสิ่งปลูกสร้างรวม 127 รายการ เพื่อเปิดพื้นที่รองรับการขยายพื้นที่ทางการศึกษาในฝั่งเชิงดอยของมหาวิทยาลัย
เปิดเอกสาร มช. หอพักอ่างแก้วอยู่ “ลำดับแรก” ที่ต้องรื้อเอกสารของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ใช้ชื่อว่า “การขายทอดตลาดที่พักบุคลากร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อรื้อถอน จำนวน 127 รายการ” กำหนดราคาเริ่มต้นของการขายทอดตลาดแบบเหมารวมไว้ที่ 914,488 บาท และนัดประมูลเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569
พื้นที่ที่จะถูกเคลียร์ประกอบด้วยหมู่บ้านอ่างแก้ว หมู่บ้านเชิงดอย หมู่บ้านสุเทพ หมู่บ้านร่มสัก หมู่บ้านริมคลอง แฟลตฝายหิน แฟลตสุเทพ บ้านพักรับรองไผ่ล้อม รวมถึง หอพักอ่างแก้ว
วัตถุประสงค์ใน TOR เขียนไว้ชัดว่า มหาวิทยาลัยต้องการปรับปรุงระบบกายภาพพื้นที่ฝั่งเชิงดอย เพื่อรองรับการขยายพื้นที่ทางการศึกษา
ที่สำคัญ เงื่อนไขการดำเนินงานกำหนดลำดับการรื้อ กลุ่มแรกประกอบด้วยหมู่บ้านอ่างแก้ว 12 หลัง หมู่บ้านเชิงดอย 8 หลัง แฟลตฝายหิน และ หอพักอ่างแก้ว ก่อนดำเนินงานในพื้นที่อื่นตามลำดับต่อไป
เอกสารแนบท้าย แจกแจงรายละเอียดของหอพักอ่างแก้วเป็นอาคาร 2 หลัง สูง 4 ชั้น พื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ 4,191.74 ตารางเมตร รวม 158 หน่วย กำหนดมูลค่าในบัญชีประกอบการขายทอดตลาดส่วนนี้ไว้ 209,587 บาท
TOR กำหนดอีกว่า ผู้ชนะการประมูลต้องรื้ออาคารตามแผนที่มหาวิทยาลัยเห็นชอบ ขนย้ายวัสดุออก ปรับพื้นที่กลับให้เรียบร้อย และดำเนินงานทั้งหมดให้เสร็จภายใน 150 วัน นับจากวันที่เริ่มงานตามสัญญา
ทำไมวงการสถาปัตย์ถึงพยายาม “Save หอพักอ่างแก้ว”ความเคลื่อนไหวเริ่มเป็นกระแสช่วงวันที่ 17-18 สิงหาคม 2569 เมื่ออาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มช. หลายคนเปิดประเด็นถึงคุณค่าของอาคาร หนึ่งในนั้นคือ ผศ.กวิน ว่องวิกย์การ หัวหน้าศูนย์ออกแบบและให้คำปรึกษางานสถาปัตยกรรม (ADC) ซึ่งเสนอให้ปรับปรุงและนำอาคารกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ แทนการรื้อทิ้ง
เหตุผลไม่ได้อยู่ที่ความเก่าเพียงอย่างเดียว หอพักอ่างแก้วสร้างขึ้นเมื่อปี 2507 ในช่วงเดียวกับการก่อตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นหนึ่งในผลงานที่ อมร ศรีวงศ์ ออกแบบไว้ใน มช. โดยใช้แนวคิดสถาปัตยกรรมโมเดิร์นที่ให้ความสำคัญกับสัดส่วนมนุษย์ ระบบโครงสร้าง การระบายอากาศ พื้นที่เปิด และความสัมพันธ์ระหว่างอาคารกับภูมิประเทศ
อมรยังฝากผลงานสำคัญในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อีกหลายแห่ง ได้แก่ อาคารคณะสังคมศาสตร์ ปี 2508 อาคารภาควิชาชีววิทยา ปี 2508 อาคารฟิสิกส์ 1 ปี 2509 รวมถึงอาคารห้องสมุด อาคารเรียน Drawing และ Workshop ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ในปี 2515 รวมแล้วอย่างน้อย 7 อาคารที่ถูกยกขึ้นมาศึกษาในฐานะงานสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ของมหาวิทยาลัย
นอกจากเชียงใหม่ ผลงานของอมรยังเชื่อมโยงกับการสร้างมหาวิทยาลัยในภูมิภาคอื่น ทั้งมหาวิทยาลัยขอนแก่นและมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จนสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เคยรวบรวมผลงานของเขาไว้ในโครงการ “เปิดคลังเอกสาร อมร ศรีวงศ์”
สมาคมสถาปนิกสยามฯ ทำหนังสือถึงอธิการบดี ขอทบทวนเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้ามาร่วมแสดงจุดยืนอย่างเป็นทางการ โดยนายอเส สุขยางค์ นายกสมาคมฯ ลงนามในหนังสือถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอให้พิจารณาทบทวนการรื้อหอพักอ่างแก้ว
สมาคมมองว่าอาคารหอพักมช. ความสำคัญมากกว่าสถานะ “ตึกเก่า” เพราะเป็นหลักฐานทางกายภาพของช่วงก่อตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ของมหาวิทยาลัยไทย รวมถึงมีความผูกพันกับผู้คนและสถาบันที่สะสมต่อเนื่องมาหลายสิบปี
ข้อเสนอจึงไม่ใช่ให้หยุดพัฒนาพื้นที่ทั้งหมด แต่ต้องการให้ประเมินทางเลือกก่อน เช่น การอนุรักษ์ การปรับปรุงอาคาร หรือการเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งาน พร้อมเสนอตัวช่วยศึกษาคุณค่าทางสถาปัตยกรรม เพื่อหาจุดสมดุลระหว่างพื้นที่ใหม่กับสิ่งที่ควรเก็บไว้
ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ “รื้อได้ไหม” แต่อยู่ที่ควรรื้อหรือไม่ข้อถกเถียงในตอนนี้ไปสู่คำถามว่า อาคารอายุ 62 ปีซึ่งมีทั้งคุณค่าด้านการออกแบบ ประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัย และความทรงจำของคนหลายรุ่น ควรได้รับการประเมินเพื่อหาทางใช้ต่อก่อนหรือไม่ ขณะที่มหาวิทยาลัยเองมีเหตุผลด้านการจัดพื้นที่เพื่อรองรับการขยายงานทางการศึกษา
จนถึงช่วงวันที่ 19 สิงหาคม กระแส #Saveหอพักอ่างแก้วยังคงเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยทบทวนแผน ขณะที่จากการตรวจสอบแหล่งข้อมูลสาธารณะล่าสุด ยังไม่พบประกาศอย่างเป็นทางการจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ว่ามีคำสั่งระงับหรือถอนหอพักอ่างแก้วออกจากแผนรื้อถอน
หากอาคารถูกรื้อออกตาม TOR สิ่งที่หายไปจะไม่ใช่แค่หอพักเก่าริมอ่างแก้ว แต่เป็นหนึ่งในอาคารยุคแรกที่สร้างขึ้นพร้อมช่วงเริ่มต้นของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเป็นผลงานที่วงการสถาปัตยกรรมกำลังพยายามรักษาไว้ก่อนที่จะไม่มีโอกาสตัดสินใจอีกครั้ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง