เงินว่างงานประกันสังคม แต่ละเดือนได้ไม่เท่ากัน ชี้แจงสาเหตุแล้ว
GH News August 19, 2026 05:15 PM

ประกันสังคมไขข้อสงสัย ผู้ประกันตน ม.33 ได้เงินว่างงานแต่ละรอบไม่เท่ากัน ไม่ได้แปลว่าถูกหักเงินหรือเสียสิทธิ เพราะระบบคิดตาม “จำนวนวันที่มีสิทธิจริง” ในแต่ละรอบ พร้อมเช็กสูตรปี 2569

คนว่างงานที่ลงทะเบียนรับเงินประกันสังคมแล้วเปิดบัญชีมาเจอยอดโอนแต่ละงวดไม่เท่ากัน บางรอบได้เงินน้อย บางรอบได้เงินมาก จนอาจสงสัยว่า ประกันสังคมหักเงินหรือจ่ายไม่ครบหรือไม่

ความจริงคือ เงินทดแทนกรณีว่างงานไม่ได้ถูกแบ่งจ่ายเป็น “เงินเดือน” ก้อนเท่ากันทุกเดือน แต่สำนักงานประกันสังคมคำนวณจาก จำนวนวันที่ผู้ประกันตนมีสิทธิจริงในแต่ละรอบการรายงานตัว วันของแต่ละรอบไม่เท่ากัน ยอดเงินที่เข้าบัญชีจึงต่างกันได้ แต่เมื่อรวมทั้งหมดแล้วจะจ่ายตามจำนวนวันที่มีสิทธิภายใต้หลักเกณฑ์ที่กำหนด

จำง่าย ๆ คือ เงินที่ได้รับ = เงินชดเชยต่อวัน × จำนวนวันที่มีสิทธิในรอบนั้น ตัวแปรจึงอยู่ที่คำว่า “จำนวนวัน”

ตัวอย่างเช่น รอบแรกอาจมีสิทธิเพียง 12 วัน รอบถัดไปมี 30 วัน และอีกรอบมี 18 วัน จำนวนเงินที่โอนย่อมไม่เท่ากัน แม้อัตราเงินชดเชยต่อวันจะเท่าเดิมตลอดช่วงว่างงานก็ตาม

สำนักงานประกันสังคมอธิบายว่า งวดแรกจะนับตั้งแต่วันที่เริ่มมีสิทธิถึงวันที่อยู่ในรอบรายงานตัว จากนั้นระบบจะคำนวณต่อเนื่องตามช่วงเวลาของแต่ละรอบ จึงไม่ควรนำยอดเงินงวดเดียวมาคูณจำนวนเดือนแล้วสรุปว่าจะได้รับเงินทั้งหมดเท่านั้น

ยกตัวอย่างเงินเดือน 15,000 บาท

สมมติผู้ประกันตนมีฐานค่าจ้าง 15,000 บาทต่อเดือน และถูกเลิกจ้าง

ปัจจุบันกรณีถูกเลิกจ้างได้รับเงินทดแทน 60% ของค่าจ้าง เมื่อคิดเทียบ 30 วัน จะได้

15,000 × 60% = 9,000 บาทต่อ 30 วัน

หรือคิดง่าย ๆ เป็น

9,000 ÷ 30 = 300 บาทต่อวัน

สมมติรอบการจ่ายเกิดขึ้นแบบนี้

  • รอบแรก มีสิทธิ 12 วัน = 3,600 บาท
  • รอบที่ 2 มีสิทธิ 30 วัน = 9,000 บาท
  • รอบที่ 3 มีสิทธิ 18 วัน = 5,400 บาท

ยอดเงินสามครั้งไม่เท่ากัน แต่เมื่อนำมารวมกัน เท่ากับได้รับเงินสำหรับ 60 วัน จำนวน 18,000 บาท พอดี

นี่คือเหตุผลที่การได้รับเงินก้อนแรกเพียง 3,600 บาท ไม่ได้หมายความว่าเดือนต่อไปจะได้ 3,600 บาทเหมือนกัน หรือประกันสังคมลดสิทธิลง

ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2568 เงินทดแทนกรณีถูกเลิกจ้างถูกปรับจากเดิม 50% เป็น 60% ของค่าจ้างรายวัน และรับได้ครั้งละไม่เกิน 180 วัน ขณะที่กรณีลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างยังอยู่ที่ 30% ไม่เกิน 90 วัน

ปี 2569 ถูกเลิกจ้างได้เงินสูงสุดเท่าไร?

ประกันสังคมปรับเพดานฐานค่าจ้างของผู้ประกันตนมาตรา 33 จาก 15,000 บาท เป็น 17,500 บาทต่อเดือน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ดังนั้นคนที่มีเงินเดือนสูงกว่า 17,500 บาท จะใช้ฐานสูงสุด 17,500 บาทในการคำนวณสิทธิ ไม่ได้นำเงินเดือนทั้งหมดมาคิด

หากถูกเลิกจ้างและมีฐานค่าจ้างถึงเพดาน 17,500 บาท

17,500 × 60% = 10,500 บาท

จึงเท่ากับมีอัตราสูงสุดประมาณ 350 บาทต่อวัน หรือ 10,500 บาทเมื่อมีสิทธิครบ 30 วัน และรับได้ไม่เกิน 180 วันตามเกณฑ์

อย่างไรก็ตาม คำว่า 10,500 บาทต่อ 30 วัน ไม่ได้หมายความว่าทุกครั้งที่มีเงินเข้าบัญชีจะต้องได้ 10,500 บาท หากรอบนั้นมีวันมีสิทธิเพียง 15 วัน ก็จะคิดประมาณ 5,250 บาทเท่านั้น

ถ้าลาออกเอง ได้เท่าไร?

คนที่ ลาออกเองหรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง ยังมีสิทธิรับเงินว่างงาน แต่ใช้อัตราอีกแบบ คือ 30% ของค่าจ้าง และรับได้ไม่เกิน 90 วันต่อปีตามหลักเกณฑ์

เมื่อใช้ฐานค่าจ้างสูงสุดปี 2569 ที่ 17,500 บาท สูตรจะเป็น

17,500 × 30% = 5,250 บาทต่อ 30 วัน

หรือประมาณ 175 บาทต่อวัน

ดังนั้น หากมีสิทธิในรอบหนึ่ง 20 วัน จะได้รับประมาณ

175 × 20 = 3,500 บาท

ไม่ใช่ 5,250 บาท เพราะยังมีสิทธิไม่ครบ 30 วันในรอบนั้น

สรุปง่าย ๆ สำหรับปี 2569 จึงแบ่งได้เป็น

สาเหตุว่างงาน อัตราชดเชย ฐานค่าจ้างสูงสุด เทียบสิทธิครบ 30 วัน ระยะเวลาสูงสุด ถูกเลิกจ้าง 60% 17,500 บาท 10,500 บาท 180 วัน ลาออก/สิ้นสุดสัญญา 30% 17,500 บาท 5,250 บาท 90 วัน

อัตราถูกเลิกจ้าง 60% มีผลมาตั้งแต่ 28 มิถุนายน 2568 ส่วนเพดานฐานค่าจ้าง 17,500 บาทเริ่มใช้วันที่ 1 มกราคม 2569

เงินเดือน 30,000 บาท ไม่ได้คิดจาก 30,000 บาททั้งหมด

เป็นอีกเรื่องที่คนมักสับสน สมมติเงินเดือนเดิม 30,000 บาท แล้วถูกเลิกจ้าง ไม่ใช่นำ 30,000 บาทมาคูณ 60% แล้วได้เดือนละ 18,000 บาท เพราะปี 2569 ฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณสิทธิของ ม.33 มีเพดานสูงสุด 17,500 บาท

กรณีนี้จึงใช้ 17,500 บาทเป็นฐาน และเทียบสิทธิครบ 30 วันสูงสุดอยู่ที่ 10,500 บาท

ในทางกลับกัน หากฐานค่าจ้างต่ำกว่า 17,500 บาท ก็ใช้ฐานค่าจ้างของคนนั้นในการคำนวณตามจริง

แล้วสิทธิเริ่มนับตั้งแต่วันตกงานเลยไหม?

ยังไม่ใช่

ผู้ประกันตนต้องว่างงานตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป และหากขึ้นทะเบียนว่างงานภายใน 30 วันนับจากวันที่ลาออก ถูกเลิกจ้าง หรือสิ้นสุดสัญญา สิทธิเงินทดแทนจะเริ่มนับตั้งแต่ วันที่ 8 ของการว่างงาน

ตัวอย่างเช่น ออกจากงานวันที่ 1 สิงหาคม วันที่มีสิทธิเงินว่างงานจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม หากดำเนินการขึ้นทะเบียนตามเงื่อนไข

นี่เป็นอีกสาเหตุที่ เงินงวดแรกมักไม่เต็มจำนวนเทียบเท่า 30 วัน เพราะไม่ได้เริ่มนับตั้งแต่วันแรกที่ออกจากงาน

อย่าลืมรายงานตัว ไม่อย่างนั้นจะไม่ได้เงิน

การลงทะเบียนครั้งเดียวไม่ได้หมายความว่าจะนั่งรอรับเงินได้จนหมดสิทธิ ผู้ประกันตนต้อง รายงานตัวตามกำหนดอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ผ่านระบบของกรมการจัดหางาน เพื่อยืนยันว่ายังคงว่างงานและพร้อมทำงาน

หลังดำเนินการตามรอบแล้ว สำนักงานประกันสังคมแจ้งว่าจะโอนเงินทดแทนภายใน 5 วันทำการตามรอบการจ่าย หากยอดที่ได้รับไม่เท่ากับงวดก่อน ควรตรวจจำนวนวันที่ได้รับสิทธิก่อน เพราะความแตกต่างอาจเกิดจากช่วงวันที่นำมาคำนวณ ไม่ได้หมายความว่าถูกตัดสิทธิ

สรุปง่ายที่สุด เงินไม่เท่ากันไม่ได้แปลว่าได้เงินไม่ครบ

หากเปิดบัญชีแล้วพบว่า เงินว่างงานงวดแรก 2,000 บาท งวดต่อมา 5,000 บาท หรืองวดถัดไปเพิ่มขึ้นอีก อย่าเพิ่งนำแต่ละยอดมาเปรียบเทียบกันตรง ๆ

สิ่งที่ต้องเช็กคือ เงินต่อวันเท่าไร และงวดนั้นนับสิทธิกี่วัน

เพราะประกันสังคมจ่ายเงินตามจำนวนวันที่มีสิทธิ ไม่ได้กำหนดให้ทุกยอดโอนเป็นเงินก้อนเท่ากัน เมื่อวันในแต่ละรอบต่างกัน เงินก็ย่อมต่างกัน แต่ระบบจะคำนวณต่อเนื่องจนถึงจำนวนวันที่มีสิทธิ ภายใต้เพดานของกรณีถูกเลิกจ้างหรือลาออก

หากตรวจแล้วเห็นว่ายอดหรือจำนวนวันไม่ตรงกับสิทธิ สามารถติดต่อสำนักงานประกันสังคม หรือ สายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายละเอียดรายบุคคลได้

ข่าวล่าสุด
© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.