ประกันสังคมไขข้อสงสัย ผู้ประกันตน ม.33 ได้เงินว่างงานแต่ละรอบไม่เท่ากัน ไม่ได้แปลว่าถูกหักเงินหรือเสียสิทธิ เพราะระบบคิดตาม “จำนวนวันที่มีสิทธิจริง” ในแต่ละรอบ พร้อมเช็กสูตรปี 2569
คนว่างงานที่ลงทะเบียนรับเงินประกันสังคมแล้วเปิดบัญชีมาเจอยอดโอนแต่ละงวดไม่เท่ากัน บางรอบได้เงินน้อย บางรอบได้เงินมาก จนอาจสงสัยว่า ประกันสังคมหักเงินหรือจ่ายไม่ครบหรือไม่
ความจริงคือ เงินทดแทนกรณีว่างงานไม่ได้ถูกแบ่งจ่ายเป็น “เงินเดือน” ก้อนเท่ากันทุกเดือน แต่สำนักงานประกันสังคมคำนวณจาก จำนวนวันที่ผู้ประกันตนมีสิทธิจริงในแต่ละรอบการรายงานตัว วันของแต่ละรอบไม่เท่ากัน ยอดเงินที่เข้าบัญชีจึงต่างกันได้ แต่เมื่อรวมทั้งหมดแล้วจะจ่ายตามจำนวนวันที่มีสิทธิภายใต้หลักเกณฑ์ที่กำหนด
จำง่าย ๆ คือ เงินที่ได้รับ = เงินชดเชยต่อวัน × จำนวนวันที่มีสิทธิในรอบนั้น ตัวแปรจึงอยู่ที่คำว่า “จำนวนวัน”
ตัวอย่างเช่น รอบแรกอาจมีสิทธิเพียง 12 วัน รอบถัดไปมี 30 วัน และอีกรอบมี 18 วัน จำนวนเงินที่โอนย่อมไม่เท่ากัน แม้อัตราเงินชดเชยต่อวันจะเท่าเดิมตลอดช่วงว่างงานก็ตาม
สำนักงานประกันสังคมอธิบายว่า งวดแรกจะนับตั้งแต่วันที่เริ่มมีสิทธิถึงวันที่อยู่ในรอบรายงานตัว จากนั้นระบบจะคำนวณต่อเนื่องตามช่วงเวลาของแต่ละรอบ จึงไม่ควรนำยอดเงินงวดเดียวมาคูณจำนวนเดือนแล้วสรุปว่าจะได้รับเงินทั้งหมดเท่านั้น
ยกตัวอย่างเงินเดือน 15,000 บาทสมมติผู้ประกันตนมีฐานค่าจ้าง 15,000 บาทต่อเดือน และถูกเลิกจ้าง
ปัจจุบันกรณีถูกเลิกจ้างได้รับเงินทดแทน 60% ของค่าจ้าง เมื่อคิดเทียบ 30 วัน จะได้
15,000 × 60% = 9,000 บาทต่อ 30 วัน
หรือคิดง่าย ๆ เป็น
9,000 ÷ 30 = 300 บาทต่อวัน
สมมติรอบการจ่ายเกิดขึ้นแบบนี้
ยอดเงินสามครั้งไม่เท่ากัน แต่เมื่อนำมารวมกัน เท่ากับได้รับเงินสำหรับ 60 วัน จำนวน 18,000 บาท พอดี
นี่คือเหตุผลที่การได้รับเงินก้อนแรกเพียง 3,600 บาท ไม่ได้หมายความว่าเดือนต่อไปจะได้ 3,600 บาทเหมือนกัน หรือประกันสังคมลดสิทธิลง
ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2568 เงินทดแทนกรณีถูกเลิกจ้างถูกปรับจากเดิม 50% เป็น 60% ของค่าจ้างรายวัน และรับได้ครั้งละไม่เกิน 180 วัน ขณะที่กรณีลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างยังอยู่ที่ 30% ไม่เกิน 90 วัน
ปี 2569 ถูกเลิกจ้างได้เงินสูงสุดเท่าไร?ประกันสังคมปรับเพดานฐานค่าจ้างของผู้ประกันตนมาตรา 33 จาก 15,000 บาท เป็น 17,500 บาทต่อเดือน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ดังนั้นคนที่มีเงินเดือนสูงกว่า 17,500 บาท จะใช้ฐานสูงสุด 17,500 บาทในการคำนวณสิทธิ ไม่ได้นำเงินเดือนทั้งหมดมาคิด
หากถูกเลิกจ้างและมีฐานค่าจ้างถึงเพดาน 17,500 บาท
17,500 × 60% = 10,500 บาท
จึงเท่ากับมีอัตราสูงสุดประมาณ 350 บาทต่อวัน หรือ 10,500 บาทเมื่อมีสิทธิครบ 30 วัน และรับได้ไม่เกิน 180 วันตามเกณฑ์
อย่างไรก็ตาม คำว่า 10,500 บาทต่อ 30 วัน ไม่ได้หมายความว่าทุกครั้งที่มีเงินเข้าบัญชีจะต้องได้ 10,500 บาท หากรอบนั้นมีวันมีสิทธิเพียง 15 วัน ก็จะคิดประมาณ 5,250 บาทเท่านั้น
ถ้าลาออกเอง ได้เท่าไร?คนที่ ลาออกเองหรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง ยังมีสิทธิรับเงินว่างงาน แต่ใช้อัตราอีกแบบ คือ 30% ของค่าจ้าง และรับได้ไม่เกิน 90 วันต่อปีตามหลักเกณฑ์
เมื่อใช้ฐานค่าจ้างสูงสุดปี 2569 ที่ 17,500 บาท สูตรจะเป็น
17,500 × 30% = 5,250 บาทต่อ 30 วัน
หรือประมาณ 175 บาทต่อวัน
ดังนั้น หากมีสิทธิในรอบหนึ่ง 20 วัน จะได้รับประมาณ
175 × 20 = 3,500 บาท
ไม่ใช่ 5,250 บาท เพราะยังมีสิทธิไม่ครบ 30 วันในรอบนั้น
สรุปง่าย ๆ สำหรับปี 2569 จึงแบ่งได้เป็น
สาเหตุว่างงาน อัตราชดเชย ฐานค่าจ้างสูงสุด เทียบสิทธิครบ 30 วัน ระยะเวลาสูงสุด ถูกเลิกจ้าง 60% 17,500 บาท 10,500 บาท 180 วัน ลาออก/สิ้นสุดสัญญา 30% 17,500 บาท 5,250 บาท 90 วันอัตราถูกเลิกจ้าง 60% มีผลมาตั้งแต่ 28 มิถุนายน 2568 ส่วนเพดานฐานค่าจ้าง 17,500 บาทเริ่มใช้วันที่ 1 มกราคม 2569
เงินเดือน 30,000 บาท ไม่ได้คิดจาก 30,000 บาททั้งหมดเป็นอีกเรื่องที่คนมักสับสน สมมติเงินเดือนเดิม 30,000 บาท แล้วถูกเลิกจ้าง ไม่ใช่นำ 30,000 บาทมาคูณ 60% แล้วได้เดือนละ 18,000 บาท เพราะปี 2569 ฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณสิทธิของ ม.33 มีเพดานสูงสุด 17,500 บาท
กรณีนี้จึงใช้ 17,500 บาทเป็นฐาน และเทียบสิทธิครบ 30 วันสูงสุดอยู่ที่ 10,500 บาท
ในทางกลับกัน หากฐานค่าจ้างต่ำกว่า 17,500 บาท ก็ใช้ฐานค่าจ้างของคนนั้นในการคำนวณตามจริง
แล้วสิทธิเริ่มนับตั้งแต่วันตกงานเลยไหม?ยังไม่ใช่
ผู้ประกันตนต้องว่างงานตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป และหากขึ้นทะเบียนว่างงานภายใน 30 วันนับจากวันที่ลาออก ถูกเลิกจ้าง หรือสิ้นสุดสัญญา สิทธิเงินทดแทนจะเริ่มนับตั้งแต่ วันที่ 8 ของการว่างงาน
ตัวอย่างเช่น ออกจากงานวันที่ 1 สิงหาคม วันที่มีสิทธิเงินว่างงานจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม หากดำเนินการขึ้นทะเบียนตามเงื่อนไข
นี่เป็นอีกสาเหตุที่ เงินงวดแรกมักไม่เต็มจำนวนเทียบเท่า 30 วัน เพราะไม่ได้เริ่มนับตั้งแต่วันแรกที่ออกจากงาน
อย่าลืมรายงานตัว ไม่อย่างนั้นจะไม่ได้เงินการลงทะเบียนครั้งเดียวไม่ได้หมายความว่าจะนั่งรอรับเงินได้จนหมดสิทธิ ผู้ประกันตนต้อง รายงานตัวตามกำหนดอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ผ่านระบบของกรมการจัดหางาน เพื่อยืนยันว่ายังคงว่างงานและพร้อมทำงาน
หลังดำเนินการตามรอบแล้ว สำนักงานประกันสังคมแจ้งว่าจะโอนเงินทดแทนภายใน 5 วันทำการตามรอบการจ่าย หากยอดที่ได้รับไม่เท่ากับงวดก่อน ควรตรวจจำนวนวันที่ได้รับสิทธิก่อน เพราะความแตกต่างอาจเกิดจากช่วงวันที่นำมาคำนวณ ไม่ได้หมายความว่าถูกตัดสิทธิ
สรุปง่ายที่สุด เงินไม่เท่ากันไม่ได้แปลว่าได้เงินไม่ครบหากเปิดบัญชีแล้วพบว่า เงินว่างงานงวดแรก 2,000 บาท งวดต่อมา 5,000 บาท หรืองวดถัดไปเพิ่มขึ้นอีก อย่าเพิ่งนำแต่ละยอดมาเปรียบเทียบกันตรง ๆ
สิ่งที่ต้องเช็กคือ เงินต่อวันเท่าไร และงวดนั้นนับสิทธิกี่วัน
เพราะประกันสังคมจ่ายเงินตามจำนวนวันที่มีสิทธิ ไม่ได้กำหนดให้ทุกยอดโอนเป็นเงินก้อนเท่ากัน เมื่อวันในแต่ละรอบต่างกัน เงินก็ย่อมต่างกัน แต่ระบบจะคำนวณต่อเนื่องจนถึงจำนวนวันที่มีสิทธิ ภายใต้เพดานของกรณีถูกเลิกจ้างหรือลาออก
หากตรวจแล้วเห็นว่ายอดหรือจำนวนวันไม่ตรงกับสิทธิ สามารถติดต่อสำนักงานประกันสังคม หรือ สายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายละเอียดรายบุคคลได้
ข่าวล่าสุด