‘ศุภจี’ แถลงผลงาน 90 วัน นำพาณิชย์ฝ่าวิกฤตซ้อนวิกฤต เน้นดูแลค่าครองชีพ ช่วยคนไทยประหยัด 818 ล้าน ดันราคาสินค้าเกษตรเขียวยกแผง ช่วยสร้างรายได้ให้ SME และชุมชน ผลักดันส่งออกครึ่งปีโต 17.6% ยกระดับงานให้บริการประชาชน เผยพอใจดูแลสินค้าเกษตรมากสุด ไม่ให้คะแนนตัวเอง ขอประชาชนเป็นผู้ตัดสิน เตรียมลุยต่อ 7 ก้าวสำคัญ ปิดดีล FTA ไทย-อียู และจบเจรจา ART กับสหรัฐฯ ดันส่งออกโต 10% บวก ดูแลสินค้าเกษตรต่อ เข้มนอมินีขั้นสุด ขับเคลื่อน 4 คณะทำงาน ลดค่าครองชีพ และปลดล็อกอุปสรรค
24 ส.ค. 2569 – นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการทำงาน 90 วัน พาณิชย์ยุคศุภจี ว่า การเข้ามาทำงานเป็นช่วงที่ประเทศเจอวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนพลังงาน กับดักรายได้ปานกลาง และการพัฒนาทักษะแรงงาน จึงได้กำหนดนโยบายในการทำงานเร่งด่วนใน 5 ด้านหลัก ได้แก่ การดูแลค่าครองชีพ สร้างรายได้ ยกระดับชุมชน การรักษาเสถียรภาพและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร การสร้างความเข้มแข็งให้ SME และชุมชน การสร้างสมดุลการส่งออก และการยกระดับเทคโนโลยีการให้บริการและปลดล็อกกฎระเบียบ ซึ่งผลการทำงานในช่วง 90 วันที่ผ่านมา พอใจในการขับเคลื่อนนโยบายทุกนโยบาย เพราะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ทุกอย่าง แต่ไม่ขอให้คะแนนตัวเอง ขอให้ประชาชนเป็นผู้ให้คะแนน
โดยผลงานด้านการดูแลค่าครองชีพ สร้างรายได้ ยกระดับชุมชน ได้มีการผลักดันโครงการไทยช่วยไทย ลดราคาสินค้าจำเป็นให้กับประชาชน จัดลดราคาชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียน จัดส่งรถพุ่มพวงนำสินค้าขายใน 800 อำเภอ มีโครงการแฟรนไชส์สร้างอาชีพ รัฐช่วยค่าแพกเกจ 50% สูงสุด 1 หมื่นบาท และช่วย SME ขายออนไลน์ ซึ่งช่วยลดค่าครองชีพได้ 818 ล้านบาท สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 2,900 ล้านบาท
ด้านการรักษาเสถียรภาพและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ได้วางแผนแก้ปัญหาตั้งแต่ปัญหายังไม่เกิด แก้ทั้งระบบ และทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้ราคาสินค้าเกษตรปรับตัวสูงขึ้น เช่น ข้าวหอมมะลิ ตันละ 17,500 บาท เพิ่ม 8.57% ข้าวเจ้า ตันละ 9,050 บาท เพิ่ม 27.05% ปาล์มน้ำมัน 8.70 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) เพิ่ม 45% ยางพารา 36 บาท/กก. เพิ่ม 30% มันสำปะหลัง 3.65 บาท/กก. เพิ่ม 79% ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 7.28 บาท/กก. เพิ่ม 6% ลำไย สดช่อ เกรด AA 30 บาท/กก. เพิ่ม 20% รูดร่วง เกรด AA 21 บาท/กก. เพิ่ม 40% ทุเรียนภาคตะวันออก ลูกเล็ก (D) 75 บาท/กก. เพิ่ม 7.14% มะม่วงน้ำดอกไม้ 22 บาท/กก. เพิ่ม 22.22% มุงคุด ภาคตะวันออก เกรดคละ 45 บาท/กก. เพิ่ม 21.62% เงาะโรงเรียนในประเทศ 22 บาท/กก. คงที่
แต่ลองกอง เบอร์ 3 45 บาท/กก. ลด 13.46% มะพร้าวแกง 5 บาท/ลูก ลด 68% ส่วนมะพร้าวน้ำหอม ได้เข้าไปช่วยเหลือทำให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นจาก 3-5 บาท/ลูก เป็น 10-11.50 บาท/ลูกในปัจจุบัน และมีการผลักดันให้ตั้งล้งชุมชน 12 แห่ง ในจังหวัดแหล่งผลิตมะพร้าว ผลักดันข้าวประณีต ปัจจุบันมี 466 กลุ่ม ผลักดันสินค้าเกษตรนวัตกรรม สร้างมูลค่าการค้า 290 ล้านบาท ทั้งนี้ เฉพาะทุเรียน ส่งออกตั้งแต่ 1 ม.ค.-18 ส.ค.2569 ปริมาณ 1.167 ล้านตัน ราคาดีกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ข้าวส่งออก 7 เดือน 3.9 ล้านตัน มูลค่า 72,027 ล้านบาท มันส่งออก 7 เดือน 2.72 ล้านตัน มูลค่า 42,625 ล้านบาท
ด้านการสร้างความเข้มแข็งให้ SME และชุมชน มีเป้าหมายผลักดัน SME ไทย ที่มี 3.28 ล้านราย คิดเป็น 99.5% ของธุรกิจทั้งหมด สร้างมูลค่า 34.8% ของ GDP ให้มีการสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ได้ผลักดันให้ SME มีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจ อาทิ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผ่านงาน TCM, Bangkok Gems & Jewelry Fair, TCEX 2026, Crafts Bangkok 2026 มูลค่าการค้ารวมกว่า 15,382.48 ล้านบาท สินค้า GI ครอบคลุม 269 สินค้า ใน 77 จังหวัด สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวม 117,269 ล้านบาท
โดยมียอดสั่งซื้อล่วงหน้า 878 ล้านบาท ธุรกิจแฟรนไชส์สร้างมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท/ปี การผลักดันค้าออนไลน์สร้างยอดขาย 2,020 ล้านบาท และยังมีการปลดล็อก กฎระเบียบ กฎหมายไอพี ทำให้มีการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาทุกประเภท 7 เดือน ปี 2569 จำนวน 45,916 คำขอ เพิ่ม 7.48% รวมทั้งยังช่วยจัดการปัญหานอมินี ที่กระทบต่อธุรกิจ SME โดยการจดทะเบียนกลุ่มเสี่ยงนอมินีลดลง 75% มีการลงพื้นที่ตรวจสอบ 46 พื้นที่ ใน 13 จังหวัด ด้วยความร่วมมือ 23 หน่วยงาน ออกคำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง มีผล 1 ส.ค.2569 ส่งผลให้กลุ่มเสี่ยงนอมินีช่วง 1-20 ส.ค.2569 เหลือเพียง 141 บริษัท จากเดิม 561 บริษัท
ด้านการสร้างสมดุลการส่งออก สามารถผลักดันการส่งออกช่วง 6 เดือนปี 2569 มูลค่า 196,741.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่ม 17.6% และได้เร่งหาตลาดใหม่ผ่าน FTA เช่น ไทย-สหภาพยุโรป (อียู) เร่งเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อรักษาตลาดเดิม และจัดทำความตกลง ART ไทย-สหรัฐฯ และมีการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการค้า สร้างมูลค่ารวม 145,393.61 ล้านบาท อาทิ THAIFEX ANUGA-ASIA 2026 มูลค่าสูงสุด 136,543.93 ล้านบาท Trade Mission & Soft Power เกิดมูลค่า 1,875 ล้านบาท (ซอฟต์แวร์, อาหาร, ซีรีส์ , Marché du Film) การส่งเสริมแบรนด์และนวัตกรรม Agri Plus Award มูลค่า 1,274.51 ล้านบาท Thailand Week/Top Thai Brands มูลค่า 410 ล้านบาท T Mark Festival 2026 30 ล้านบาท Thai SELECT 23 ล้านบาท Online Business Matching 1,082 ล้านบาท Sourcing Forum 2,733.07 ล้านบาท มหกรรมการค้าชายแดน Northern Trade Connect 341.1 ล้านบาท เป็นต้น
ด้านการยกระดับเทคโนโลยีการให้บริการและปลดล็อกกฎระเบียบ ได้รับ 2 รางวัลใหญ่ GDCC e-Office Excellence Award 2026 (Gov Cloud Awards 2026) ยกระดับสู่พาณิชย์ดิจิทัลเต็มรูปแบบ มีการขับเคลื่อน MOC Plus ด้วย AI โดยใช้ AI Chatbot ตอบคำถามประชาชน ใช้ AI ช่วยตรวจพิจารณาคำขอจดทะเบียนนิติบุคคล และ Trademark AI Assistant แก้ปัญหาคำถามซ้ำ ปรับปรุงกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาให้ทันสมัย เทียบเท่าสากล ลดต้นทุนธุรกิจ ยกระดับบริการผ่านมือถือ เชื่อมโยงข้อมูลนำเข้า-ส่งออกไว้ในจุดเดียว และใช้ AI ลดเวลาพิจารณาคำขอมาตรการทางการค้า (AD/CVD)
“ในผลการทำงานทั้งหมด หากถามว่าพอใจนโยบายไหนมากที่สุด ขอให้เรื่องการแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตร เพราะต้องทำงานอย่างมาก อย่างหนัก และถูกวิจารณ์มาก แต่จะเดินหน้าทำต่อไป เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับพี่น้องเกษตรกร ส่วนที่ยังทำได้ไม่ดี อย่างลองกอง และมะพร้าวแกง ที่ราคายังไม่ดี ก็จะทำต่อเนื่อง และทำให้ดีที่สุด อะไรทำได้ ก็บอกทำได้ อะไรไม่ได้ ก็บอกไม่ได้ แต่ต้องทำต่อไป”นางศุภจี กล่าว
สำหรับการทำงานต่อไป ได้กำหนดไว้ 7 ก้าว แต่ยอมรับว่าไม่ง่าย เพราะยังมีวิกฤตซ้อนวิกฤตเหมือนเดิม โดย 1.จะเร่งเจรจาการค้า ทั้ง FTA ไทย-อียู และความตกลง ART กับสหรัฐฯ โดยตนมีกำหนดการเดินทางไปสหรัฐฯ วันที่ 30 ส.ค.-1 ก.ย.2569 จะพยายามเจรจาปิดดีลให้สำเร็จ ก่อนที่สหรัฐฯ จะประกาศผลการพิจารณาเรื่องกำลังการผลิตส่วนเกินภายใต้มาตรา 301 2.ผลักดันส่งออกปี 2569 ตั้งเป้าขยายตัวไม่ต่ำกว่าตัวเลข 2 หลัก ซึ่งเดิมประเมินไว้ที่ 8% แต่ 10% น่าจะทำได้ 3.รักษาเสถียรภาพสินค้าเกษตร โดยตั้งเป้าปิดฤดูผลไม้ใต้ให้ได้ราคาดี และดูแลพืชเศรษฐกิจหลัก ทั้งข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน และยางพารา 4.เข้มงวดนอมินีขั้นสุด โดยจะผนึกกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการต่อเนื่อง 5.ขับเคลื่อน 4 คณะทำงาน ภายใต้คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน 6.ลดค่าครองชีพ สร้างรายได้ SME ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย” จนจบปี 2569 และ 7.ปลดล็อกอุปสรรคและขั้นตอนการทำงานต่อไป