2 ตำรวจ เจอข้อหาฆ่าคนตาย หลังจับชายผิดกฎจราจรจนดับ พบยาเสพติด-ของต้องสงสัยในรถ
GH News August 25, 2026 01:13 AM

ลุค บริกส์ ช่างก่อสร้างวัย 35 ปี หมดสติระหว่างตำรวจวิกตอเรียควบคุมตัว ก่อนเสียชีวิตในโรงพยาบาล 8 วันต่อมา ล่าสุดตำรวจ 2 นายปฏิเสธข้อหาฆ่าคนตายโดยประมาท ศาลเปิดรายละเอียดนาทีจับกุมทั้งกระบอง สเปรย์พริกไทย และท่าล็อกตัว

ตำรวจรัฐวิกตอเรียของออสเตรเลีย 2 นาย ปฏิเสธข้อหาฆ่าคนตายโดยประมาท หลัง ลุค บริกส์ (Luke Briggs) ช่างก่อสร้างวัย 35 ปี หมดสติระหว่างถูกควบคุมตัวในนครเมลเบิร์น ก่อนเข้ารักษาตัวในอาการวิกฤต และเสียชีวิตในอีก 8 วันต่อมา

24 สิงหาคม 2569 อเล็กซานเดอร์ ปาปานาสตาซิส ตำรวจชั้นประทวนวัย 30 ปี และ เจมส์ ฟิตซ์เจอรัลด์ จ่าสิบตำรวจวัย 46 ปี ขึ้นศาลแขวงเมลเบิร์น เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดี หลังทั้งคู่ถูกตั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยประมาทร้ายแรงจากเหตุจับกุมเมื่อปี 2567

คดีนี้ย้อนกลับไปช่วงเช้ามืดวันที่ 15 กรกฎาคม 2567 บริกส์ถูกตำรวจเข้าตรวจสอบภายในลานจอดรถบริเวณฮอปเปอร์ส ครอสซิง ทางตะวันตกของเมลเบิร์น หลังเจ้าหน้าที่พบรถที่มีลักษณะน่าสงสัยและต้องการตรวจสอบเกี่ยวกับความผิดด้านการจราจร

รายงานการใช้กำลังของตำรวจที่จัดทำในวันเกิดเหตุระบุว่า บริกส์ลงจากที่นั่งคนขับ ก่อนมีท่าทีหลีกเลี่ยงและไม่ยอมให้ข้อมูลประจำตัว เจ้าหน้าที่จึงพยายามควบคุมตัวเพื่อยืนยันว่าเขาเป็นใคร

สถานการณ์กลับวุ่นวายขึ้นเมื่อบริกส์พยายามหลบหนี เกิดการต่อสู้กับตำรวจ เจ้าหน้าที่ระบุว่าชายวัย 35 ปีมีรูปร่างใหญ่และกำลังเหนือกว่า ทำให้ตำรวจใช้กระบองเข้าควบคุมตัว แต่ไม่สามารถหยุดเขาได้ จึงเปลี่ยนมาใช้สเปรย์พริกไทยชนิดโฟม ซึ่งยังไม่เป็นผล

ตำรวจจึงใช้วิธีที่เรียกว่า “seatbelt hold” เป็นท่าควบคุมตัวที่ใช้แขนข้างหนึ่งพาดผ่านเหนือไหล่ และอีกข้างลอดใต้รักแร้ฝั่งตรงข้าม ลักษณะคล้ายเข็มขัดนิรภัยในรถยนต์

ท้ายที่สุดเจ้าหน้าที่สามารถใส่กุญแจมือบริกส์ได้ แต่เมื่อพลิกร่างของเขาให้นอนตะแคง พบว่าชายวัย 35 ปีไม่หายใจ ตำรวจเริ่มทำ CPR ก่อนรถพยาบาลมาถึงและนำตัวส่ง โรงพยาบาลรอยัลเมลเบิร์น ในอาการวิกฤต

ข้อมูลจากตำรวจวิกตอเรียและรายงานข่าวในช่วงเกิดเหตุยืนยันว่า บริกส์หมดสติระหว่างการจับกุม และเสียชีวิตในโรงพยาบาล ขณะที่ตำรวจทั้ง 2 นายถูกพักงานระหว่างการสอบสวน คดีถูกสอบสวนโดยหน่วยคดีฆาตกรรมภายใต้การกำกับของหน่วยมาตรฐานวิชาชีพของตำรวจวิกตอเรีย

ศาลเปิดข้อมูลก่อนถูกจับ พบยาเสพติด-ของต้องสงสัยในรถ

การไต่สวนล่าสุดยังเปิดรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่ตำรวจอ้างว่าพบภายหลังการจับกุม มีทั้งอุปกรณ์สำหรับเสพยา เครื่องชั่งดิจิทัลขนาดเล็ก ถุงซิปหลายใบ และสารผลึกในถุงพลาสติกที่มีลักษณะสอดคล้องกับเมทแอมเฟตามีน

ศาลยังได้รับข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุบริกส์ถูกกล่าวหาว่าซื้อเมทแอมเฟตามีนประมาณ “35 points” จากผู้หญิงคนหนึ่งในวันเดียวกัน

นอกจากนี้ รถที่เขาขับในคืนเกิดเหตุยังบรรทุกฉนวนกันความร้อนจำนวนมาก ซึ่งถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นทรัพย์สินที่ถูกขโมยมา โดยรถอยู่ในสภาพบรรทุกน้ำหนักเกิน

ฝ่ายจำเลยยังนำประวัติของบริกส์ตั้งแต่ปี 2563 เข้าสู่การพิจารณา ทั้งคดีขับรถระหว่างถูกเพิกถอนใบอนุญาต ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต ครอบครองทรัพย์สินต้องสงสัยว่าถูกขโมย ตลอดจนข้อกล่าวหาเกี่ยวกับเหตุทะเลาะวิวาทและทำลายทรัพย์สิน

รายละเอียดเหล่านี้ถูกหยิบยกขึ้นระหว่างการพิจารณาคดี และหลายเหตุการณ์อยู่ในสถานะข้อกล่าวหาหรือข้อมูลที่นำเสนอต่อศาล ไม่ใช่คำตัดสินในคดีการเสียชีวิตของบริกส์

รายงานจากการไต่สวนช่วงก่อนหน้านี้ระบุว่า ประเด็นสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายกำลังโต้แย้งคือ สาเหตุที่ทำให้บริกส์หัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิต โดยฝ่ายอัยการตั้งประเด็นถึงระดับแรงที่ตำรวจใช้บริเวณคอและลำตัว ขณะที่ฝ่ายจำเลยนำเรื่องเมทแอมเฟตามีนในร่างกายมาใช้ประกอบข้อโต้แย้งถึงสาเหตุอื่นที่อาจเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต

จากเหตุจราจร สู่คดีฆ่าคนตายโดยประมาท

หลังบริกส์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2567 ครอบครัวเรียกร้องให้มีการตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างการจับกุม โดยภาพที่เผยแพร่ช่วงนั้นแสดงรอยฟกช้ำหลายจุดบนร่างกายของเขา

ครอบครัวเล่าว่า ในช่วงสุดท้ายของชีวิต บริกส์นอนอยู่ท่ามกลางคนที่รัก สวมเสื้อ Bunnings ตัวโปรด มีเบียร์วางอยู่ข้างเตียง และเปิดเพลงที่เขาชื่นชอบ ก่อนครอบครัวจะตัดสินใจยุติการใช้เครื่องพยุงชีวิต

เหตุการณ์นำไปสู่การสอบสวนที่กินเวลานานกว่าหนึ่งปี ก่อนหน่วยคดีฆาตกรรมของตำรวจวิกตอเรียตั้งข้อหาตำรวจทั้งสองนายในเดือนกันยายน 2568 ABC Australia รายงานในเวลานั้นว่า ทั้งฟิตซ์เจอรัลด์และปาปานาสตาซิสได้รับการประกันตัว และต้องส่งมอบหนังสือเดินทางระหว่างคดี

ด้าน เวย์น แกตต์ (Wayne Gatt) เลขาธิการสมาคมตำรวจรัฐวิกตอเรีย ยืนยันว่าจะให้ความช่วยเหลือตำรวจทั้งสองนายตลอดกระบวนการ โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติหน้าที่ในคืนนั้นเพื่อดูแลความปลอดภัยของชุมชน และตำรวจคนอื่นอาจต้องเผชิญสถานการณ์ยากลำบากในลักษณะเดียวกัน

ขณะที่ตำรวจวิกตอเรียเคยยืนยันหลังมีการตั้งข้อหาว่า หน่วยงานจะตรวจสอบเหตุที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่อย่างจริงจังโดยไม่คำนึงถึงยศหรือตำแหน่ง เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของประชาชน

การไต่สวนของศาลแขวงเมลเบิร์นยังดำเนินต่อไป โดยศาลจะต้องพิจารณาพยานหลักฐานและคำให้การเพื่อชี้ว่า คดีมีน้ำหนักเพียงพอที่จะส่งตำรวจทั้งสองนายขึ้นพิจารณาคดีในศาลชั้นสูงหรือไม่

ข่าวล่าสุด
© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.