ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (11 ก.ย.) โดยยุติการร่วงลงติดต่อกัน 4 วัน หลังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลงจากระดับสูงสุดในช่วงที่ผ่านมา
ซึ่งช่วยคลายแรงกดดันต่อตลาดหุ้นชั่วคราว ก่อนการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED) ในสัปดาห์หน้า
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 52,573.29 จุด เพิ่มขึ้น 509.19 จุด หรือ +0.98%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,656.98 จุด เพิ่มขึ้น 65.28 จุด หรือ +0.86%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,333.04 จุด เพิ่มขึ้น 251.31 จุด หรือ +0.96%
หุ้น 9 ใน 11 กลุ่มหลักของดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก โดยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารและหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยปรับตัวขึ้นมากที่สุด โดยเพิ่มขึ้น 1.35% และ 1.13% ตามลำดับ ขณะที่หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคและกลุ่มเฮลท์แคร์ลดลง 0.34% และ 0.14%
ดาวโจนส์ปิดตลาดพุ่ง 509 จุด ยุติร่วง 4 วันติด น้ำมันลงคลายแรงกดดัน ก่อนเฟดประชุมสัปดาห์หน้า
ตลาดพลังงานโลกปรับตัวลงในวันศุกร์ หลังจากราคาพุ่งขึ้นต่อเนื่องหลายวันจนราคาน้ำมันอ้างอิงแตะระดับสูงสุดครั้งใหม่ โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 2.43 ดอลลาร์ หรือ 2.37% ปิดที่ 100.05 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 3.02 ดอลลาร์ หรือ 2.81% ปิดที่ 104.61 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ดัชนี CPI เพิ่ม 0.4%
สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ ระบุว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนส.ค. เมื่อปรับตามฤดูกาล ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อในรอบ 12 เดือนอยู่ที่ 3.4% ขณะที่ดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานที่มีความผันผวนสูง อยู่ที่ 2.4%
ตัวเลขเงินเฟ้อดังกล่าวยืนยันมุมมองของนักลงทุนว่า เงินเฟ้อในสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับสูงเกินกว่าที่เฟดจะสามารถคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับปัจจุบันได้
ข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME Group ระบุว่า ตลาดการเงินประเมินโอกาส 87% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ในการประชุมวันที่ 15-16 ก.ย.
นักวิเคราะห์รายหนึ่งระบุว่า แม้ยังไม่มีการรับประกันว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้า แต่เป็นเรื่องยากที่จะมองเห็นเหตุผลที่เฟดจะสามารถชี้แจงได้หากตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม โดยตลาดยังต้องจับตาว่าราคาหุ้นจะสามารถปรับตัวขึ้นต่อได้หรือไม่ ท่ามกลางราคาน้ำมัน อัตราดอกเบี้ยระยะสั้น และอัตราดอกเบี้ยระยะยาวที่อยู่ในระดับสูง
สำหรับความเคลื่อนไหวของหุ้นรายตัว หุ้น Oracle ลดลง 1.74% หลังจากก่อนหน้านี้พุ่งขึ้นอย่างมากระหว่างการซื้อขาย ขณะที่ หุ้น Adobe เพิ่มขึ้น 1.37% และหุ้น Kroger พุ่งขึ้น 2.7% หลังรายงานผลประกอบการรายไตรมาสที่ดีกว่าคาด