TEAMG กวาดรายได้ปี 67 แตะ 1.9 พันล้านบาท ทำกำไรนิวไฮกว่า 154 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ 20% เผยรายได้หลักมาจากโครงการขนาดใหญ่ คาดปี 68 จ่อรับงาน สนามบิน รถไฟฟ้า รถไฟทางคู่ งาน EPC โครงการขนาดใหญ่ และงานประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ระบุมุ่งดำเนินธุรกิจโดยยึดหลัก ESG
นายชวลิต จันทรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEAMG เปิดเผยว่า ผลประกอบการบริษัทในปี 2567 บริษัทมีรายได้รวม 1,894 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 เป็นจำนวน 209 ล้านบาท คิดเป็น 12% โดยมีกำไรสุทธิ 154 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากปี 2566 ซึ่งนับเป็นจุดกำไรสูงสุดใหม่ของบริษัท ปัจจัยหลักมาจากการดำเนินงานโครงการขนาดใหญ่ที่บริษัทรับผิดชอบระหว่างปี ทั้งในส่วนธุรกิจหลักและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติจ่ายปันผลสำหรับผลประกอบการงวดปี 2567 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2567 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2567 โดยจ่ายเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.14 บาท หรือคิดเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 114,506,226.52 บาท โดยเงินปันผลจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายตามกฏหมายกำหนด โดยบริษัทกำหนดจ่ายในวันที่ 26 พ.ค. 2568 ทั้งนี้สิทธิในการรับเงินปันผลจะรอการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 อีกครั้ง
ในปี 2567 บริษัทผลิตงานกว่า 550 โครงการ ซึ่งครอบคลุมสาขาความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม และการบริหารโครงการ และมีบทบาทสำคัญในงานโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศ เช่น โครงการก่อสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่ ระยะที่ 1 คลองหก ธัญบุรี โครงการควบคุมการก่อสร้างรถไฟทางคู่ โครงการออกแบบเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง โครงการออกแบบท่าอากาศยานเชียงใหม่ และโครงการออกแบบรถไฟฟ้าใต้ดิน โดยยังคงมีงานในมือ ณ สิ้นปี 2567 อีก 4,487 ล้านบาท
“สำหรับแนวโน้มปี 2568 นี้ บริษัทมีโอกาสรับงานที่ปรึกษางานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น สนามบิน รถไฟฟ้าใต้ดิน รถไฟทางคู่ และงานโครงการให้บริการทางด้านวิศวกรรม จัดซื้อและก่อสร้าง (EPC) โครงการขนาดใหญ่ เช่น โครงการก่อสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่เฟส 2 และโอกาสงานประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นต์ ที่เพิ่มขึ้นจาก พ.ร.บ.Climate Change ที่ใกล้บังคับใช้ และในปีนี้ บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะเติบโตอย่างยั่งยืนตามแนวทาง ESG ให้ความสำคัญในลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งในการปฏิบัติงานในองค์กร และในกระบวนการทำงานโครงการ ทั้งการออกแบบ ควบคุมการก่อสร้าง และการก่อสร้าง เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงมุ่งมั่นสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ต่อผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย และผู้ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน” นายชวลิต กล่าว