ฮาคูโฮโด เผยผลสำรวจ เทรนด์คอนเทนต์บันเทิงที่ผู้บริโภคชาวไทยแต่ละช่วงวัยตั้งแต่ 20-59 ปี ชื่นชอบและอินไซต์สาเหตุเบื้องหลังความชอบ พร้อมคำแนะนำสำหรับภาคธุรกิจ-นักการตลาด ในการสร้างแคมเปญการสื่อสาร-การตลาด ที่สอดคล้องกับรสนิยมด้านคอนเทนต์ เพื่อชิงความได้เปรียบในการเจาะกลุ่มเป้าหมาย
“พสิษฐ์ นิดฉาย” ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ บริษัท ฮาคูโฮโด (กรุงเทพฯ) จำกัด กล่าวว่า ตลาดสื่อบันเทิงปี 2567 มีมูลค่า 690,000 ล้านบาท เติบโต 4% นับเป็นตลาดที่มีความสำคัญด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยที่มีส่วนร่วม หรือมีเอ็นเกจเมนต์กับสื่อที่ตนรับชมสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นการกดไลก์ กดแชร์ คอมเมนต์ หรือแม้แต่ขุดคุ้ยหาข้อมูลเชิงลึก ซึ่งเป็นโอกาสที่แบรนด์จะนำพฤติกรรมเหล่านี้มาสร้างแคมเปญการสื่อสารและการตลาด เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
สะท้อนจากผลสำรวจที่พบว่าผู้บริโภคชาวไทยกดไลก์ 72% กดแชร์ 31% แสดงความคิดเห็น 21% และหาข้อมูลเพิ่มเติม 29%
อย่างไรก็ตาม แม้ผู้บริโภคไทยจะรักความบันเทิง เพราะทำให้มีความสุข แต่รูปแบบความบันเทิงของแต่ละบุคคล และแต่ละช่วงวัยนั้นแตกต่างกัน โดยมีตั้งแต่ละครคลาสสิก ไปจนถึงวิดีโอไวรัลบน TikTok
ในเรื่องนี้ สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) ได้ศึกษาในประเด็นนี้กับประชากรเพศชายและหญิงจำนวน 1,200 คน อายุระหว่าง 20-59 ปี จาก 6 ภูมิภาคทั่วประเทศไทย เพื่อหารูปแบบความบันเทิงที่ผู้บริโภคแต่ละช่วงวัยชื่นชอบ รวมไปถึงเหตุผลเบื้องหลังความชอบนั้น ๆ ด้วย
จนได้ออกมาเป็นแนวคอนเทนต์ที่คนไทย 4 ช่วงวัย คือ อายุ 20 ปีขึ้นไป, 30 ปีขึ้นไป, 40 ปีขึ้นไป และ 50 ปีขึ้นไป ชื่นชอบ รวมไปถึงสาเหตุที่ผู้คนแต่ละกลุ่มชอบคอนเทนต์เหล่านั้น
โดยผู้บริโภคอายุ 20-29 ปี มักเสพเนื้อหาโรแมนติก เพื่อหลีกความเป็นจริงและเติมเต็มความรู้สึก โดยมีความสนใจในศิลปะ, วัฒนธรรม และนวัตกรรม รวมถึงเนื้อหาที่ท้าทายและเร้าใจ
ด้วยเหตุผลหลักคือ ต้องการเยียวยาความเศร้า และมองหาแรงบันดาลใจและความตื่นเต้น ซึ่งสะท้อนถึงความรู้สึกสับสนและความเหงาในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นผู้ใหญ่ และความต้องการค้นหาตัวตน และเสริมสร้างความมั่นใจ
ด้านผู้บริโภคอายุ 30-39 ปี เป็นช่วงวัยที่มีการเสพความบันเทิงหลากหลายและรอบด้านมากที่สุด มีรสนิยมที่หลากหลาย สนใจทั้งเนื้อหาการสำรวจ อาหารและการทำอาหาร ศิลปะ วัฒนธรรม และนวัตกรรม ไปจนถึงแนวเสียดสีชีวิตประจำวัน เช่น ปัญหาการทำงาน การเลี้ยงลูก และโครงสร้างอำนาจในที่ทำงาน เป็นต้น
เนื่องจากต้องการอัพเดตเทรนด์ พร้อมเยียวยาความเศร้า จากการต้องรับผิดชอบทั้งเรื่องงาน ครอบครัว และชีวิตส่วนตัว จึงต้องการติดตามเทรนด์ต่าง ๆ เพื่อทำงาน พร้อมกับอยากรับรู้ว่าคนอื่น ๆ ก็เหน็ดเหนื่อยเช่นเดียวกับตนเอง
สำหรับผู้บริโภคอายุ 40-49 ปี ให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่สร้างความผ่อนคลายและเติมเต็มความสุขส่วนตัว เช่น อาหารและการทำอาหาร และเรื่องราวลี้ลับ ซึ่งทั้งสนุก ง่ายต่อการรับชม และสร้างแรงบันดาลใจ ขณะที่สนใจเนื้อหาโรแมนติกลดลง
เหตุผลหลักคือ เพื่อผ่อนคลายความเครียด และความกังวลจากวิกฤตวัยกลางคน รวมถึงสนับสนุนคนที่ชอบหรือสิ่งที่ชอบ หลังชีวิตที่มั่นคงมาพร้อมกับความรู้สึกซ้ำซาก จำเจ และขาดความตื่นเต้น
ในส่วนของผู้บริโภคอายุ 50-59 ปี ให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสังคมและขนบธรรมเนียม เช่น เสียดสีสังคมการเมือง และศาสนา แต่สนใจเนื้อหาผจญภัย อาหารและการทำอาหาร รวมถึงโรแมนติก
ทั้งนี้ เป็นผลจากความต้องการเชื่อมโยงกับชุมชน และสนับสนุนคนที่ชอบหรือสิ่งที่ชอบ หลังหลายคนต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของบทบาทในชีวิต เช่น ลูกเติบโตออกจากบ้านไปใช้ชีวิตของตนเอง หรือการเกษียณอายุในการทำงาน ทำให้มองหาเนื้อหาที่สร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และช่วยค้นหาความหมายใหม่ของชีวิต
“ในช่วงวัย 20 คนให้ความสำคัญกับการเยียวยาความเศร้า หาความรู้สึกสร้างแรงบันดาลใจ และเติมพลังให้กับตัวเอง ขณะที่ช่วงวัย 30 ใช้เนื้อหาเพื่อรับข้อมูลข่าวสารที่เป็นกระแสในโลกปัจจุบันและเติมเต็มอารมณ์ไปพร้อมกัน ส่วนช่วงวัย 40 หันมาเสพเนื้อหาเพื่อผ่อนคลายความเครียดจากชีวิตที่วุ่นวาย และที่น่าสนใจที่สุดคือ ช่วงวัย 50 มองว่าเนื้อหาเป็นช่องทางในการสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว และค้นหาความหมายของชีวิต” ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ บริษัท ฮาคูโฮโดกล่าว
ดวงแก้ว ไชยสุริวิรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ บริษัท ฮาคูโฮโด อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด เสริมว่า ภาคธุรกิจสามารถนำความชื่นชอบนี้ไปต่อยอดในเชิงการตลาดได้ โดยการเข้าถึงวัย 20-29 ปี แบรนด์ต่าง ๆ สามารถสร้างแคมเปญเพื่อให้คนช่วงวัยนี้เข้ามามีส่วนร่วมได้ เช่น เปิดพื้นที่ให้ร่วมคิดและเสนอ Tagline หรือไอเดียแคมเปญใหม่ของแบรนด์ โดยเชื่อมโยงกับเทรนด์ฮิตในช่วงเวลานั้น หรือเปิดให้รีวิวของต่าง ๆ แชร์ไอเดียการใช้สินค้าในแบบใหม่ แบบครีเอทีฟ และคาดไม่ถึง
ส่วนการเข้าถึงคนวัย 30-39 ปี อาจใช้กลยุทธ์ ชวนร่วมแชร์ประสบการณ์ต่าง ๆ ในชีวิต ที่มีประโยชน์ต่อผู้คนทั่วไป หรือทำคอนเทนต์แนวสรุปประเด็น-เทรนด์ในแต่ละสัปดาห์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการติดตามข่าวสาร
ด้านคนวัย 40-49 ปี แบรนด์สามารถเชื่อมต่อกับคนกลุ่มนี้ด้วยแคมเปญแนวฮีลใจ หรือรำลึกถึงวันวาน โดยชวนย้อนยุคกลับไปในช่วง 1980s และ 1990s ซึ่งเป็นช่วงที่คนกลุ่มนี้เติบโตขึ้นมา เช่นเดียวกับจัดการแข่งขันที่ผสานความทรงจำและประสบการณ์ ซึ่งจะช่วยให้แบรนด์ต่าง ๆ เข้าถึงผู้คนในช่วงวัยนี้ได้ง่ายขึ้น
สำหรับคนวัย 50-59 ปี ซึ่งกำลังเริ่มต้นชีวิตช่วงวัยหลังเกษียณ และค้นหาจุดมุ่งหมายใหม่ในชีวิตกับครอบครัวและเพื่อน ๆ จึงอาจใช้แคมเปญแนวถ่ายทอดภูมิปัญญาเก่าในรูปแบบร่วมสมัย ด้วยการผสมผสานความทรงจำและความบันเทิงเข้าด้วยกัน และการให้คนกลุ่มนี้แบ่งปันเรื่องราวชีวิตและประสบการณ์กับคนรุ่นใหม่ ผ่านกิจกรรมออนไลน์หรือเวิร์กช็อปเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนรุ่นถัดไป
ทั้งนี้ เชื่อว่าข้อมูลอินไซต์นี้จะช่วยให้ธุรกิจและนักการตลาดสามารถนำไปปรับใช้สร้างแคมเปญการสื่อสารและการตลาด ให้เกิดความดึงดูดใจต่อคนในแต่ละช่วงวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ