สิ้นสุดการรอคอย ระเบียบเยียวยาตาม พ.ร.บ.ทรมาน มีผลบังคับใช้แล้ว
GH News March 22, 2025 04:40 PM

สิ้นสุดการรอคอย ระเบียบเยียวยาตาม พ.ร.บ.ทรมาน มีผลบังคับใช้แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 22 มีนาคม จากกรณีราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 21 มีนาคม ได้เผยแพร่ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานและกระทำให้บุคคลสูญหาย ว่าด้วยการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้เสียหาย พ.ศ.2568 ประกาศ ณ วันที่ 10 มี.ค.2568 โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานและกระทำให้บุคคลสูญหาย

ทางด้าน นางสาวเอมอร เสียงใหญ่ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเผยถึงระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ว่าด้วยการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้เสียหาย พ.ศ.2568 มีผลใช้บังคับแล้วในวันนี้ 22 มี.ค. ว่า โดยระเบียบนี้ได้นำหลักการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายตามมาตรฐานสากลมากำหนดไว้ ซึ่งเน้นการเยียวยาเชิงสิทธิมนุษยชน กระบวนการที่รวดเร็ว ไม่ต้องรอผลทางคดี อีกทั้งไม่ทับซ้อนกับการเยียวยาความเสียหายทางแพ่ง เรียกได้ว่าเป็นการพลิกโฉมการเยียวยาแก่ผู้เสียหายของประเทศไทย ยิ่งไปกว่านั้น การเยียวยาตามระเบียบนี้ นอกจากจะได้กำหนดการเยียวยาในรูปแบบที่เป็นตัวเงินแล้ว ยังได้กำหนดให้มีรูปแบบการช่วยเหลือเยียวยาในรูปแบบอื่นด้วย เช่น การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย ทางสังคม รวมถึงการแสดงความขอโทษ

สำหรับบุคคลที่มีสิทธิได้รับการเยียวยาและอัตราเงินช่วยเหลือเยียวยา แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้

1) ผู้เสียหายจากการถูกกระทำทรมาน ได้รับเงินช่วยเหลือ จำนวน 500,000 บาท (ห้าแสนบาท)

2) ผู้เสียหายจากการถูกกระทำการที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ได้รับเงินช่วยเหลือ จำนวน 100,000-250,000 บาท (หนึ่งแสนถึงสองแสนห้าหมื่นบาท)

3) ผู้เสียหายจากการถูกกระทำให้สูญหาย ได้รับเงินช่วยเหลือ จำนวน 500,000 บาท (ห้าแสนบาท) และ

4) สามี ภริยา (คู่สมรส) ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน ผู้ซึ่งอยู่กินฉันสามีภริยาซึ่งมิได้จดทะเบียนสมรส ผู้อุปการะและผู้อยู่ในอุปการะของผู้ถูกกระทำให้สูญหาย ได้รับเงิน จำนวน 100,000 (หนึ่งแสนบาท)

ทั้งนี้ การพิจารณาตามระเบียบดังกล่าว อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะอนุกรรมการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายจากการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ซึ่งมีอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเป็นประธานอนุกรรมการ และมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด ศอ.บต. กรมบัญชีกลาง สภาทนายความ กองทุนยุติธรรม สำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายจำเลยในคดีอาญา ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนษุยชน แพทย์นิติเวช แพทย์จิตเวช รวมทั้ง แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา ซึ่งเป็นทั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช และตัวแทนผู้เสียหาย เป็นอนุกรรมการ

โดยในวันที่ 26 มีนาคม 2568 นี้ จะได้มีการประชุมเตรียมความพร้อม kick off ระเบียบเยียวยาฯ เพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติในการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหาย เคารพชีวิต ใช้สิทธิตามกฎหมาย ขจัดการอุ้มหายและทรมาน

© Copyright @2025 LIDEA. All Rights Reserved.