รู้จักไส้เลื่อนในผู้หญิง
sanook April 02, 2025 07:36 AM

หลายคนอาจเคยได้ยินความเชื่อที่ว่า "ผู้ชายที่ไม่สวมกางเกงชั้นในเสี่ยงต่อการเป็นไส้เลื่อน" ซึ่งความเชื่อนี้ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดว่า โรคไส้เลื่อนเป็นโรคที่เกิดจากการไม่สวมกางเกงชั้นใน และเป็นโรคที่เกิดขึ้นเฉพาะในผู้ชายเท่านั้น ในความเป็นจริง โรคไส้เลื่อนสามารถเกิดขึ้นได้กับทั้งผู้ชายและผู้หญิง และสาเหตุของการเกิดโรคไส้เลื่อนไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสวมหรือไม่สวมกางเกงชั้นในแต่อย่างใด โรคไส้เลื่อนมีทั้งชนิดที่ไม่รุนแรงและชนิดที่รุนแรงจนถึงขั้นต้องเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉิน หากปล่อยทิ้งไว้ อาจนำไปสู่การติดเชื้อและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ไส้เลื่อนคืออะไร

ไส้เลื่อน คือ ภาวะที่อวัยวะภายในช่องท้องเคลื่อนตัวออกมาจากตำแหน่งปกติ ผ่านจุดอ่อนแอของผนังกล้ามเนื้อหรือเยื่อบุช่องท้อง ทำให้เกิดเป็นก้อนนูนขึ้นมา มักพบได้บริเวณผนังหน้าท้องหรือขาหนีบ

กลไกการเกิดไส้เลื่อน

  • จุดอ่อนแอ: ผนังกล้ามเนื้อหรือเยื่อบุช่องท้องบริเวณนั้น ๆ มีความอ่อนแอหรือฉีกขาด
  • แรงดัน: แรงดันในช่องท้องที่เพิ่มขึ้น เช่น จากการยกของหนัก ไอ จาม หรือเบ่ง ทำให้เกิดการดันอวัยวะภายในออกมา
  • การเคลื่อนตัว: อวัยวะภายใน เช่น ลำไส้ หรือไขมันในช่องท้อง เคลื่อนตัวผ่านจุดอ่อนแอนั้นออกมา ทำให้เกิดเป็นก้อนนูน

ไส้เลื่อนในผู้หญิง

แม้ว่าโรคไส้เลื่อนจะพบได้บ่อยในผู้ชาย แต่ผู้หญิงก็สามารถเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ผู้หญิงมีโอกาสเป็นไส้เลื่อนมากขึ้น ได้แก่:

  • แผลผ่าตัด:
    • แผลจากการผ่าคลอดบุตร หรือการผ่าตัดบริเวณหน้าท้องอื่นๆ อาจทำให้ผนังกล้ามเนื้อหน้าท้องอ่อนแอลง
  • กิจกรรมที่เพิ่มแรงดันในช่องท้อง:
    • การออกกำลังกายที่ใช้แรงเกร็งหน้าท้องมาก เช่น การซิทอัพ หรือการยกน้ำหนัก
    • การไอหรือจามเรื้อรัง
    • การยกของหนักเป็นประจำ
  • ปัจจัยอื่นๆ:
    • ความอ่อนแอของกล้ามเนื้อตามธรรมชาติ
    • การตั้งครรภ์

ดังนั้น ผู้หญิงก็ควรใส่ใจดูแลสุขภาพ และสังเกตอาการผิดปกติของตนเอง หากพบก้อนนูน หรือมีอาการปวดหน่วงๆ บริเวณหน้าท้องหรือขาหนีบ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม

อาการของโรคไส้เลื่อนสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายระยะ ดังนี้

ระยะเริ่มต้น:

  • ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่มีอาการแสดงใด ๆ
  • อาจสังเกตเห็นก้อนนูนเล็กน้อยบริเวณหน้าท้องหรือขาหนีบ
  • ก้อนนูนนี้อาจมีขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อยืน นั่ง หรือออกแรง

ระยะลุกลาม:

  • เริ่มมีอาการปวดหน่วง ๆ บริเวณที่เป็นไส้เลื่อน
  • ก้อนนูนมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • อาจมีอาการแน่นท้อง หรือรู้สึกไม่สบายท้อง

ระยะรุนแรง:

  • มีอาการปวดแสบปวดร้อนบริเวณที่เป็นไส้เลื่อน
  • ปวดท้องรุนแรง
  • อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน

วิธีรักษาไส้เลื่อน

โรคไส้เลื่อนเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้ การรักษาที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และได้รับความนิยมในปัจจุบันคือการผ่าตัดไส้เลื่อนแบบส่องกล้อง ซึ่งมีข้อดีหลายประการดังนี้

  • แผลผ่าตัดขนาดเล็ก: ทำให้เจ็บน้อยลง และลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ
  • การฟื้นตัวที่รวดเร็ว: ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิด
  • ความปลอดภัยสูง: เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยช่วยให้การผ่าตัดมีความแม่นยำและปลอดภัยมากขึ้น

ด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์ในปัจจุบัน การผ่าตัดไส้เลื่อนจึงมีความปลอดภัยสูง ดังนั้น หากตรวจพบว่าเป็นไส้เลื่อน ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาโดยเร็วที่สุด

© Copyright @2025 LIDEA. All Rights Reserved.