ปะทะคารมเดือด รถเทรลเลอร์ ขับไม่พ้น ครูดรถกระบะ เถียงกันสนั่น ไล่ถุยน้ำลายใส่กัน อ้างคู่กรณีสั่งคนขับให้ขับชน โร่ขึ้นโรงพักแจ้งความ เล่ากันคนละมุม
วันที่ 2 เม.ย.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา นายเชาวรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี เจ้าของร้านขายไม้ไผ่แห่งหนึ่ง เดินทางขึ้นโรงพักเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.ทรงเกียรติ จรรยาศรี รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายนที (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี คนขับรถรถบรรทุกพ่วง ยี่ห้อฮีโน่ ทะเบียน นครปฐม ตัวลูกพ่วงทะเบียน นครปฐม
และ นายกำธร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี เป็นเจ้าของรถ ซึ่งเป็นคนออกคำสั่งให้นายนทีขับรถเฉี่ยวชนรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ดีแมคซ์ ทะเบียน กรุงเทพมหานคร ของตนจนได้รับความเสียหายที่ไฟท้าย กระบะด้านขวา ประตูขวา กันชนขวา เป็นรอยครูด และกระจกมองข้างขวาหัก ขณะที่รถของตนจอดอยู่ที่หน้าร้าน และยังเป็นฝ่ายเข้ามาทำร้ายร่างกายตนเองก่อนอีกด้วย
ปะทะคารมเดือด รถเทรลเลอร์ ขับไม่พ้น ครูดรถกระบะ เถียงกันสนั่น ไล่ถุยน้ำลายใส่กัน อ้างคู่กรณีสั่งคนขับให้ขับชน โร่ขึ้นโรงพักแจ้งความ เล่ากันคนละมุม
โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 13.50 น.ของวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา บริเวณหน้าร้านขายไม้ไผ่ ซอยการไฟฟ้า ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี โดยมีคลิปเหตุการณ์เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี
จากการตรวจสอบคลิปดังกล่าวซึ่งถ่ายจากโทรศัพท์มือถือพบว่า เป็นเหตุการณ์หลังรถเกิดการเฉี่ยวชนกัน ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างมีการโต้เถียงปะทะคารมกันดุเดือด ระหว่างนายเชาวรัตน์ สวมเสื้อแขนยาวสีน้ำเงิน กับนายกำธร สวมเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตแขนยาว ยืนโต้เถียงกัน ก่อนจะเริ่มถุยน้ำลายใส่กันจนบานปลายและชกต่อยกัน
นายเชาว์รัตน์ เจ้าของรถกระบะที่ได้รับความเสียหาย กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดช่วงเวลาประมาณ 13.00 น. ขณะที่ตนกำลังลำเลียงไม้ไผ่และหญ้าที่ใช้มุงหลังคาขึ้นรถกระบะไว้ ก่อนจะนำรถมาจอดแล้วแวะไปซื้อแผ่นฝ้าให้ลูกค้า
ปรากฏว่าคนจับรถรถเทลเลอร์ขับรถเลี้ยวเข้าในจุดที่ตนจอดรถอยู่ ซึ่งตนก็มองออกว่ารถเทลเลอร์คงขับผ่านไปไม่พ้น ตนจึงบอกให้ลูกชายไปขยับรถกระบะของตนที่จอดอยู่เพื่อให้รถเทรลเลอร์ขับผ่านไปได้
โดยตนได้เดินไปบอกคนขับรถให้ถอยรถเทรลเลอร์ออกก่อนเพราะด้านหน้ารถกระบะตนมีรถจอดขวางอยู่ไม่สามาถขยับรถออกไปได้ แต่ระหว่างที่ลูกชายตนไปหากุญแจรถเพื่อจะนำมาขยับรถให้ แต่ลูกชายตนหากุญแจไม่เจอ ทำให้ทางเจ้าของรถเทรลเลอร์สั่งคนขับรถเทรลเลอร์ให้ขับชนรถกระบะตนเลย
คนขับรถเทรลเลอร์จึงได้ขับรถมาเฉี่ยวรถตน โดยรูดตั้งแต่ด้านหลังไปด้านหน้าเป็นทางยาว ก่อนจะขับเข้าไปจอดในซอย หลังเกิดเรื่องตนจึงเดินไปที่หน้าบ้านของเจ้าของรถ จนเกิดมีปากเสียงกันและใช้กำลังกัน
ทั้ง ๆ ที่ตนพยายามให้คนขับรถเทรลเลอร์ยอมถอยรถออกไปก่อน โดยมีลูกน้องตนไปคอยดูท้ายด้านหลังรถเพื่อโบกให้ แต่คู่กรณีไม่ยอมสั่งให้คนขับรถเทรลเลอร์ขับฝ่าเข้าไปเลย จนเกิดการเฉี่ยวชนกับรถของตนจนได้รับความเสียหาย
ด้าน นายกำธร เจ้าของรถเทเลอร์ ซึ่งเดินทางมาเข้าแจ้งความเหมือนกัน กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุ รถของตนขับเข้ามาในซอยแล้ว แล้วจะมาสั่งให้ตนถอยรถออกไปข้างนอกก่อน ซึ่งตนก็ถอยรถเทรลเลอร์ออกไปไม่ได้ เพราะเป็นรถพ่วงที่มีช่วงยาว ถ้าตนยอมถอยรถออกไปก็จะต้องถอยออกไปกินถนนอีก 2 เลน
และถนนสายนี้มีรถเยอะ มีรถวิ่งเร็วมาก ตนเกรงว่าจะเกิดเหตุรถพุ่งชนตามมา ประกอบตนมองว่ารถเทรลเลอร์น่าจะขับผ่านไปได้ จึงให้นายนทีขับเข้าซอยไป แต่ยางล้อหลังรถเทรลเลอร์เกิดไปเบียดกับรถกระบะคู่กรณีด้านท้ายรถและกระจกมองข้างได้รับความเสียหาย
หลังเกิดเหตุตนได้เรียกบริษัทประกันมายังที่เกิดเหตุเพื่อตกลงชดใช้ค่าเสียหาย แต่กลับถูกคู่กรณีเดินเข้ามาต่อว่า จึงได้เกิดการโต้เถียงกันไปมา ทำให้ตนโมโหเพราะถูกคู่กรณีกล่าวหาว่าเป็นคนสั่งให้ขับรถเทรลเลอร์ไปเฉี่ยวชนกับรถของเขา
จึงเกิดการผลักกันไปมาจนเกือบจะลงมือวางมวยกัน แต่ก็แยกกันไปเสียก่อน เรื่องที่เกิดขึ้นตนไม่ได้เป็นคนสั่ง แต่คู่กรณีก็ยังติดใจว่าตนเป็นคนสั่งให้ขับชน ทั้ง ๆ ที่ตนสั่งกับคนขับรถเทรลเลอร์ไปว่าให้ลองดู เพราะตนคิดว่ามันน่าจะขับพ้น แต่สุดท้ายก็ไปถูกรถเขาจนได้รับความเสียหาย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสภาพรถทั้ง 2 คัน และสอบปากคำทั้ง 2 ฝ่ายไว้ก่อน ยังไม่ได้สรุปแจ้งข้อกล่าวหากับฝ่ายใด ส่วนในที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ของเอกชนจะต้องไปจำลองเหตุการณ์ตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้งในวันที่ 2 เม.ย.นี้