ทำเนียบขาวยันเก็บภาษีต่างตอบแทน 2 เม.ย. นี้ หวังโกยทรัพย์ 6 ล้านล้าน
เมื่อวันที่ 1 เมษายน แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว แถลงยืนยันว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐจะดำเนินมาตรการเก็บภาษีต่างตอบแทนในวันที่ 2 เมษายนนี้ ขณะที่มาตรการเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 3 เมษายน พร้อมกล่าวด้วยว่า “ท่านประธานาธิบดีมีทีมที่ปรึกษาที่มีความสามารถ ซึ่งได้ศึกษาปัญหานี้มาอย่างยาวนาน ทางรัฐบาลมุ่งมั่นในการนำยุคทองของสหรัฐกลับคืนมา”
ด้านนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของสหรัฐกล่าวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรครีพับลิกันว่า ภาษีต่างตอบแทนของทรัมป์นั้นเป็นระดับภาษีที่สูงสุดที่ประเทศคู่ค้าของสหรัฐต้องเผชิญ ทั้งนี้ อัตราภาษีอาจจะลดลงได้หากรัฐบาลของประเทศนั้นๆ ดำเนินการตามข้อเรียกร้องของสหรัฐ
วิชิงตันโพสต์รายงานเพิ่มเติมว่า ทีมที่ปรึกษาของรัฐบาลกำลังพิจารณาการดำเนินการเพิ่มอัตราภาษีนำเข้า 20% กับแทบทุกประเทศ ไม่ใช่แค่เพียงบางประเทศหรือต่อประเภทสินค้าเฉพาะกลุ่มเท่านั้น โดยทางรัฐบาลคาดการณ์ว่า ระบบการจัดเก็บภาษีในรูปแบบใหม่นี้จะสามารถสร้างรายได้ให้กับสหรัฐมากกว่า 6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะถูกใช้เป็นภาษีเงินคืนให้กับชาวอเมริกันต่อไป
อย่างไรก็ดี เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล ระบุโดยอ้างแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับผู้แทนการค้าของสหรัฐ ว่า รัฐบาลกำลังเตรียมการจัดเก็บภาษีสินค้าทุกชนิดกับบางประเทศ แต่ไม่ได้มีอัตราภาษีสูงถึง 20%
ในขณะเดียวกัน นายมาร์ค คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ให้คำมั่นว่าจะเก็บภาษีนำเข้ากับสหรัฐเช่นเดียวกัน พร้อมกล่าวว่า “รัฐบาลจะไม่ยอมให้บริษัทผู้ผลิตและแรงงานแคนาดาเสียเปรียบ” โดยรัฐบาลแคนาดาเปิดเผยด้วยว่า คาร์นีย์และนางคลอเดีย ไชน์บาว์ม ประธานาธิบดีเม็กซิโก ได้หารือกันเมื่อวันที่ 1 เมษายนในเรื่องแผนการของแคนาดาที่จะต่อสู้กับระเบียบทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม
ในแถลงการณ์ระบุด้วยว่า “ด้วยความท้าทายที่กำลังจะเกิดขึ้น นายกรัฐมนตรีคาร์นีย์และประธานาธิบดีไชน์บาว์มเน้นย้ำถึงความสำคัญในการรักษาขีดความสามารถในการแข็งขันของอเมริกาเหนือ ไปพร้อมกับการให้ความเคารพต่ออธิปไตยของแต่ละประเทศในภูมิภาคด้วย”