วันที่ 3 เม.ย. 68 เมื่อเวลา 08.10 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ พร้อมด้วย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย และคณะ ไปยังท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ตำบลรอนทอง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการบริหารราชการระหว่างภูมิภาคและท้องถิ่น เพื่อบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
เมื่อมาถึงท่าอากาศยานบุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ให้การต้อนรับ รวมถึงมี นายชนาธิป สรงกระสินธ์ หรือ เจ นักฟุตบอลทีมชาติไทย มารอรับด้วย ก่อนนายกฯเดินทางต่อด้วยรถยนต์เล็กซัส ทะเบียน 5 ขส 45 กรุงเทพมหานคร ไปยังสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต อำเภอเมืองบุรีรัมย์
โดยเวลา 09.40 น. นายกฯ เดินทางถึงสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ได้เยี่ยมชมนิทรรศการผลการดำเนินงานขับเคลื่อนภารกิจกระทรวงมหาดไทย ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ภายใต้แนวทางนโยบาย 5 ด้าน ซึ่งเป็นโครงการของท้องถิ่น เช่น โครงการน้ำประปาดื่มได้ ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากงาช้าง และนายกฯได้เซ็นชื่อลงบนภาพวาดสีน่ำมันซึ่งวาดโดยช้างชื่อน้องแสนคำ จากโครงการโลกของช้าง Elephant World พร้อมเขียนข้อความให้กำลังใจ “ขอส่งกำลังใจให้ทุกท่านทำงานอย่างมีความสุขตลอดไป” โดยภาพดังกล่าวจะนำไปติดกรอบรูปไว้เป็นที่ระลึก ในโครงการรักษ์ช้าง
ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นถิ่น อบจ. บุรีรัมย์ได้มอบผ้าขาวม้าพับเป็นรูปช้าง2ตัว เพื่อให้กับลูก ทั้ง2คนของนายกฯและมอบผ้าพันคอที่ทำจากผ้าไหมให้นายกฯ
ทั้งนี้ระหว่างเดินมาเข้าห้องประชุม นายกฯได้ถามนายอนุทินถึง นายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ซึ่งนั่งอยู่ห้องรับรองข้างห้องประชุม โดยระหว่างเดินผ่านห้องรับรองดังกล่าว น.ส.แพทองธาร และนายอนุทิน ได้โบกมือทักทายนายเนวินผ่านกระจก ซึ่งนายเนวินได้โบกมือทักทายกลับ
จากนั้นนายกฯ เข้าห้องประชุม รับชมวีดิทัศน์ “ภารกิจขับเคลื่อนนโยบายสำคัญกระทรวงมหาดไทย ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น” โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เข้าร่วมการประชุมด้วย ก่อนนายกฯกล่าวเปิดการประชุมว่า ดีใจที่ได้มาเจอทุกท่าน แค่ได้มาพบเจอก็รู้สึกสีสันถึงความสุข ทุกคนใส่ผ้าไทยกันได้สวยงามมาก และมั่นใจว่าทุกคนจะเป็นตัวแทนในการขายผ้าไทยของเราไปให้ทุกกลุ่มและทั่วโลก
วันนี้ขอแสดงความยินดีกับนายกอบจ.ที่ผ่านการเลือกตั้งมา และได้มาดำรงตำแหน่งในวันนี้ ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านอีกครั้ง วันนี้ได้มีโอกาสได้มาเป็นส่วนหนึ่งโครงการประชุมเชิญปฏิบัติการการบริหารราชการระหว่างภูมิภาคและท้องถิ่น เพื่อบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 และยินดีอย่างยิ่งที่ได้เจอทุกท่าน มั่นใจว่าในส่วนของท้องถิ่นที่มีตำแหน่งทุกคนทำงานใกล้ชิดกับประชาชน นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะสิ่งที่รัฐบาลทำงานและมอบนโยบายไปนั้นคนที่สามารถทำให้นโยบายเกิดได้คือผู้ว่าฯและนายกฯอบจ. วันนี้รีแล็กซ์ได้เพราะไม่ใส่เครื่องแบบ แม้จะใส่ผ้าไทย เรายิ้มให้กันได้
นายกฯ กล่าวว่า หลายจังหวัดที่ได้ไปพบกับผู้ว่าฯทุกจังหวัดได้เจอกับผู้ว่าฯที่มาสรุปสั้นๆให้ทราบว่ามีอะไรในจังหวัดบ้าง ทำให้เห็นว่าผู้ว่าฯทำงานกับพี่น้องประชาชนจริงๆและสามารถเห็นปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง เมื่อปลายปี 2567 ที่ผ่านมามีเรื่องภัยพิบัติต่างๆผู้ว่าฯคือคนสำคัญที่สามารถใช้งบประมาณในการช่วยเหลือประชาชนและสามารถเข้าถึงแต่ละบ้านให้รู้ว่าเกิดปัญหาอะไรกับท้องที่ ส่วนท้องถิ่นนั้นเป็นสิ่งสำคัญ และจะสำคัญยิ่งขึ้นเพราะเราจะทำอย่างไรที่จะทำให้ผู้ว่าและนายกฯอบจ.สามารถร่วมมือกันเรื่องนโยบายให้มีทิศทางเดียวกันเพื่อพัฒนาจังหวัดนั้นไปในทางที่ตรงกัน เพราะฉะนั้นความสามัคคีและการสื่อสารเป็นเรื่องที่สำคัญ
น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า วันนี้หลายจังหวัดมีปัญหาเช่นภาคเหนือ เรื่องฝุ่นPM 2.5 ล่าสุดมีเรื่องแผ่นดินไหว ซึ่งจังหวัดบุรีรัมย์อาจจะไม่ได้รับผลกระทบมาก แต่ทางภาคเหนือ ที่ใหญ่คือกรุงเทพฯแต่ไม่ได้มีผลกระทบทั้งหมดเป็นเพียงไซด์งานตึกหนึ่งที่มีปัญหา แต่ไม่ว่าจะเกิดกับจังหวัดไหน ทุกคนมีส่วนสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยมีความเชื่อมั่นและเป็นภาพที่แข็งแรงมากขึ้นอย่าคิดว่าเราเป็นจังหวัดเล็กเทียบกับจังหวัดใหญ่ไม่ได้สมมุติว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นในจังหวัดเล็กๆ ก็จะมีผลทั้งสิ้นเพราะทุกจังหวัดคือประเทศไทย ทุกคนมีส่วนทำให้ประเทศไทยก้าวหน้าแข็งแรง ฉะนั้นต้องขอความร่วมมือทุกคน และรัฐบาลอยากจะจัดสรรงบงบประมาณให้ทั่วถึงและเหมาะสมที่จะไปทำนโยบายต่างๆของแต่ละจังหวัด และพร้อมร่วมมือกับทุกคน
นายกฯ กล่าวว่า เรื่องที่อยากมาพูดเรื่องคือให้ผู้ว่าฯและนายกฯอบจ.ร่วมมือทำให้ตรงกันประเด็นแรก คือ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนด้านการศึกษา สาธารณสุขการท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะสิ่งแวดล้อมสำคัญมากเพราะทั่วโลกพูดถึง พลังงานสีเขียว จังหวัดไหนที่อยากเน้นการท่องเที่ยวจะต้องโฟกัสเรื่องพลังงานสีเขียวด้วย เพราะโลกเริ่มเปลี่ยนแปลงไปและมีเทคโนโลยีAI เข้ามา จะใช้พลังงานจำนวนมาก เราจะเซฟพลังงานได้อย่างไร เช่นเรื่องรีไซเคิล การประหยัดพลังงานในรูปแบบต่างๆ อยากให้ทุกคนคำนึงเรื่องนี้ให้มาก
นอกจากนั้นอยากเน้นเรื่องการศึกษา ที่จะเป็นการเตรียมคนไปสู่อนาคตที่เข้มแข็ง ประเทศเราขาดการพัฒนาตัวบุคคล ดังนั้นเราจะเตรียมบุคคลรุ่นต่อไปอย่างไรให้ทันต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราต้องเรียนแบบเร่งด่วนเมื่อไปฝึกงานในบริษัทใหญ่ และเมื่อไปทำงานในบริษัทจากต่างประเทศ เราได้ประสานเพื่อให้เทรนคนของเราให้มีทักษะเทคโนโลยีในด้านต่างๆเพิ่มขึ้น ขณะที่รัฐบาลมีโครงการโอดอส ให้เด็กเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัย และส่งเสริมให้เรียนจนจบในภาควิชานั้น เพื่อให้น้องๆไม่หลุดจากการศึกษารัฐบาลพยายามผลักดันในเรื่องนี้
ประเด็นที่2 จัดทำยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัดร่วมกัน เพื่อให้จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีวิสัยทัศน์และทิศทางในการพัฒนาเดียวกันโดยประสานและสื่อสารกันเพื่อให้ทิศทางการทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เช่นจังหวัดใกล้เคียงกัน หากร่วมมือกันได้จะเป็นเรื่องดีและตนพร้อมรับฟังถ้าอยากเสนออะไรใหม่ๆขอให้เสนอผ่านมาที่รองนายกฯอนุทิน ปัญหาที่เจออาจจะต่างกัน ถ้าผู้ว่าฯหรือนายกอบจ. มีโปรเจคอะไรที่จะช่วยให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้นก็ขอสนับสนุน
ประเด็นที่3 การจัดเก็บรายได้รายจ่ายและการขอรับงบประมาณจากส่วนกลางให้สอดคล้องกับภารกิจของรัฐบาลและความต้องการของประชาชน รัฐบาลถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เช่น เรื่องยาเสพติดเราอยากให้ทุกที่ปลอดยาเสพติด เพราะถ้าเรามีประชาชนที่เข้มแข็ง แข็งแรงเราจะพัฒนาประเทศได้ง่ายยิ่งขึ้น ต้องฝากทุกจังหวัดช่วยดูเรื่องยาเสพติดให้เข้มข้น เพราะเป็นนโยบายที่รัฐบาลเน้นมาตลอดและจะเน้นไปจนให้ยาเสพติดหมดไปให้ได้
ประเด็นที่4 การสร้างความร่วมมือกับรัฐบาลเพื่อให้บรรลุตามแผน ซึ่งจะเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จในการดำเนินงานและมีผลต่อการจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อไป ในปีงบประมาณ 2568 รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนให้แก่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.04
นายกฯ กล่าวว่า อยากให้ทุกคนเน้นในเรื่องการทำประโยชน์ให้ประชาชน เรามีหน้าที่ตรงนี้ สวมหมวกเป็นผู้ดูแลท้องถิ่น ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญขอย้ำว่าผู้ว่าฯคือตัวแทนของรัฐบาลไปในที่ต่างๆที่จะทำให้นโยบายจากรัฐบาลกลางไปถึงประชาชนทุกคน ขอให้ทุกคนมีกำลังใจในการทำงาน และทำงานให้ใกล้ชิดกัน และผู้ว่าฯจังหวัดอื่น สามารถขอเวลาจากทีมงานนายกฯถ้าอยากให้ไปจังหวัดไหน เพื่อที่จะได้รู้ปัญหาของแต่ละจังหวัด และจะได้แอคทีฟในการทำงาน เมื่อเป็นนายกฯที่อายุน้อยในประวัติศาสตร์ ก็จะมี energy เยอะจะได้ปรับเปลี่ยนกันไป