รถตู้อาสากู้ภัยแซงซ้ายฝ่าไฟแดงถูกรถกระบะชาวบ้านชนเข้าอย่างจังก่อนพลิกคว่ำหลายตลบ รถเกิดแก๊สรั่วหวิดบึ้มคนขับหนีตายออกมาได้ ดับเพลิงต้องดับกันอย่างชุลมุน
วันที่ 3 เม.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 15.30 น.ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 จ.อุดรธานี รับแจ้งเหตุจากประชาชนแจ้งว่า มีอุบัติเหตุรถตู้อาสากู้ภัยชนกับรถกระบะที่สี่แยกบ้านหนองตูมหนองใหญ่ ถนนรอบเมือง ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี รถตู้ของอาสากู้ภัยแก๊สเกิดรั่วกลัวเกิดไฟไหม้ หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิงของเทศบาลนครอุดรธานีและใกล้เคียงรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุทันที
ทันทีที่ทีมดับเพลิงของหน่วยบรรเทาสาธารณภัยฯไปถึงได้กันพื้นที่ห้ามผู้ไม่ทีส่วนเกี่ยวข้องเข้าใกล้ จากนั้นระดมฉีดน้ำเลี้ยงเข้ารถตู้ที่พลิกตะแคงด้านขวา และมีแก๊สรั่วออกมาตลอดเลา เพื่อป้องกันไม่ให้แก๊สเกิดการสันดาปจนเกิดประกายไฟ นานกว่า 1 ชั่วโมงแก๊สที่รั่วออกมาจึงหมด เมื่อเหตุการณ์สงบตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถตู้ของมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรม ทะเบียน ธย 7088 กทม. ที่พลิกตะแครงพังเสียหายทั้งคัน ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดสี่แยกพบว่า รถตู้ของอาสากู้ภัยขับแซงซ้ายฝ่าไฟแดงเกิดชนกับรถกระบะ Ford Ranger 4 ประตูสีดำ ทะเบียนอุดรธานี (ขข 7391) ของประชาชนสภาพด้านหน้าซ้ายแตกเสียหาย เจ้าหน้าที่จึงตรวจและลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานก่อนจะเชิญตัวทั้ง 2 ฝ่ายมาสอบปากคำและดูภาพวงจรปิดในที่เกิดเหตุเพื่อประกอบคดีความตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบถามนายชัชชนน อายุ 18 ปี ผู้ขับขี่รถกระบะ เล่าว่า ผมขับรถมาถึงสี่แยกถนนฝั่งที่ใช้สัญญาไฟเขียวและก็ขับตามกันไป ตอนเกิดเหตุตนไม่ได้ยินเสียงและทันเห็นขวามือ จากนั้นก็มีรถมีรถตู้ขับปาดหน้าตนจึงเบรกไม่ทันจึงเฉียวชนดีที่ตนเองไม่ได้รับบาดเจ็บ
ด้านคนขับรถตู้อาสากู้ภัย บอกว่า ก่อนเกิดเหตุทีมกู้ภัยได้รับสั่งการณ์ให้ออกไปช่วยผู้บาดเจ็บบริเวณบ้านหนองหัวหมูตนพร้อมด้วยพนักงานมูลนิธิฯ ซึ่งเป็นผู้หญิงอีก 2 คน ได้ขับรถตู้ออกมาไปช่วยนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลฯเมื่อมาถึงบริเวณสี่แยกมีรถจำนวนมากรถติดไฟแดงจึงได้เบี่ยงซ้ายพร้อมกับเปิดสัญญาณไซเรนและไฟฉุกเฉินเพื่อขอทางเพราะจะไปรับผู้บาดเจ็บเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถกระบะคันดังกล่าวไม่หยุดจึงทำให้เฉี่ยวชนและพลิกตะแคงจนพนักงานหญิง 2 คนได้รับบาดเจ็บหัวไหล่เล็กน้อย โชคดีที่ไม่มีใครเสียชีวิตแต่อย่างใด ขับรถบนท้องถนนต้องระวังกันด้วย