
"ภูมิ-ภูมิรพี สิริบุญญากุลย์" โกลทีมชาติไทย ชุด 17 ปี จากโรงเรียนคาชิม่า กักคุเอน เล่าเส้นทางลูกหนัง จากที่ทำท่าจะตีบตันในไทย แทบไม่ได้ลงสนาม ฮึดไปสู้อีกครั้งไปเรียนที่ญี่ปุ่น เพราะอยากเล่นบอลต่อ แม้จะยากกว่า แต่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้กับวงการฟุตบอลนักเรียนซามูไร จนติดทัพช้างศึก
เผยเส้นทางชีวิต ”ภูมิ“ ภูมิรพี สิริบุญญากุลย์ หวังเอาดีทางฟุตบอลแต่อยู่ในไทยแววไม่ดี แทบไม่ได้ลงสนาม ตัดสินใจย้ายไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่น แม้จะยากกว่า แต่ฮึดสู้จนพิสูจน์ตัวเอง ติดทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 17 ปี
“ช้างศึกจูเนียร์” อยู่ในช่วงแข่งขันฟุตบอลอายุไม่เกิน 17 ปี ชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย เปิดสนามรอบแรกกลุ่ม A พบ อุซเบกิสถาน วันที่ 3 เม.ย. เวลา 22.00 น., วันที่ 7 เม.ย.68(คืนวันที่ 6 เม.ย.) เวลา 00.15 น. พบ ซาอุดีอาระเบีย ที่ คิง ฟาฮัด สปอร์ตส์ ซิตี้ สเตเดียม, วันที่ 10 เม.ย.68(คืนวันที่ 9 เม.ย.) เวลา 00.15 น. พบ จีน ที่โอคาซ สเตเดียม รายการนี้ คัด 8 ทีมไปฟุตบอล 17 ปีโลก
ทีมชุดนี้มีนักเตะที่เล่นต่างประเทศ 2 คน คือ ซิลวา เม็กเซส แนวรุกวัย 15 ปี จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และอีกราย “ภูมิ” ภูมิรพี สิริบุญญากุลย์ ผู้รักษาประตูจาก โรงเรียนคาชิม่า กักคุเอน เจ้าของความสูง 191 เซนติเมตร
เส้นทางชีวิต ภูมิรพี เขาได้เปิดเผยกับเพจช้างศึกว่า เดิมทีเล่นกองหน้า กับมิดฟิลด์ เพราะชอบ คริสเตียโน โรนัลโด และการจ่ายบอลของ ลูกา โมดริช จนประถมปลาย มาเล่นโกล เพราะทีมขาดโกลกะทันหันที่ลาออกไป ตัวเองไม่ชอบวิ่งอยู่แล้วเลยมาลองเล่น พอลองก็ชอบเลย จากนั้นไปคัดตัวกับ โรงเรียนอัสสัมชัญ ธนบุรี เพราะเห็น “ตอง” กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ จบที่นั่น
ภูมรพี เล่าต่อไปว่า แต่คัดสนามแรกไม่ผ่าน คิดว่าจะเลิกเล่นฟุตบอลแล้ว เพราะคิดว่าถ้าไม่ติดโรงเรียนดัง อาชีพนักบอลคงไปไม่ได้ แต่โค้ชให้ไปคัดต่อสนาม 2 ก็มาติดสนามนี้ ไปคัดรอบประเทศซ้อมส่วนตัวกับคุณพ่อของ กรกฏ พิพัฒน์นัดดา ดีกรีโกลทีมชาติ เน้นฝึกใช้เท้า อย่างไรก็ตาม พอติดแล้วแทบไม่ได้ลงเล่น ราวๆ 3 ปี ตั้งแต่ ป.6 ถึง ม.3 ได้ลงรายการเดียวคือรายการฟุตบอล 108 มีผู้ใหญ่คนหนึ่งบอกว่า “ถ้าเอ็งไม่ได้ลงตอนนี้ เอ็งไม่มีที่ไปแล้วนะ” เลยหาทางจนมาอยู่ เมืองทอง ยูไนเต็ด มีโอกาสลงยูธลีก ตื่นสนามตัวสั่น ทีมตกรอบ เป็นรายการเดียวที่เล่น
โกลแดนซามูไร กล่าวต่อไปว่า จากนั้นปรึกษาคุณแม่อีกรอบ ผู้ใหญ่คนเดิมแนะนำว่าลองไปญี่ปุ่นไหม แม้ตอนแรกตนอยากไปเกาหลีใต้เพราะโกลเก่ง แต่มีอุปสรรค เลยมองไปญี่ปุ่นที่ระบบเยาวชนดีมาก อยากพัฒนาตัวเองไปสู่เจลีก พ่อแม่ก็สนับสนุนด้วย จึงปรึกษา เจเอ็ดดูเคชั่น (ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น) มีคอนเน็คชั่นกับ โรงเรียนคาชิมากักคุเอ็น รับเด็กต่างชาติ และเข้าชมรมฟุตบอลได้ด้วย ซึ่งในญี่ปุ่นจะน้อยมาก ที่เด็กต่างชาติเข้าชมรมฟุตบอลได้
“เจ้าภูมิ” เล่าถึงขั้นตอนว่า ต้องไปสอบเข้าโรงเรียนก่อน สอบวิชาญี่ปุ่น อังกฤษ คณิตศาสตร์ ตอนแรกสอบไม่ผ่าน แล้วสอบใหม่เพราะอยากไปมาก เมื่อผ่านแล้วจึงคัดฟุตบอล ตอนไปซ้อมบอลแรกๆ รู้สึกบอลเร็วมาก
“ทุกอย่างเร็ว จับบอลปุ๊บ ต้องมอง มันปึบปับๆ ยากที่อากาศหนาวด้วย พ่อแม่ไม่ได้ไป โรงเรียนผมก็อยู่บนเขา ร้านสะดวกซื้อใกล้สุด 2 กม. ปั่นจักรยานไป ชีวิตต้องทำเองทุกอย่าง รีดผ้า ซักผ้า ซื้อของ จัดการเรื่องเงิน สื่อสารเพื่อน”
ส่วนการปรับตัวเข้ากับเพื่อนๆ ญี่ปุ่นนั้น ภูมิรพี กล่าวว่า ก็ต้องปรับหาเขา ไม่ใช่เขาปรับหาเรา ซ้อมบอลกับเพื่อน หยอกล้อกันในสนามจริงจัง แข่งทุกเกม เข้มข้นทุกเกม ไม่ว่าอุ่นเครื่องหรือแมตช์ทางการ โอกาสนัดแรกคือเจอ เอฟซี โตเกียว ไม่ได้คาดว่าจะลง เพราะโกลรุ่นพี่เก่ง เพื่อนไว้ใจ แต่นิ้วหัก สำรองอีกคนก็ป่วย ตนจึงได้ลง แรกๆ ก็สั่นๆ เจอระดับอคาเดมี่ แต่ผิดคาดที่เล่นดี แม่ก็ไปให้กำลังใจ นัดนั้นชนะ 3-2 จากที่ปีที่แล้วแพ้ 0-8
สำหรับนักบอลนักเรียนใน คาชิมา กักคุเอน ภูมิรพี เล่าว่า หลังจากคัดมาแล้ว ก็มาคัดในโรงเรียน ว่าจะอยู่เกรดไหน A B C D มีนักเตะ 120 คน โกล 9 คน แรกๆ คิดว่าไม่ไหว แต่สู้จนตอนนี้ตนอยู่ชุด A ที่นั่นโค้ชจะสนับสนุนตลอด จนกว่าจะเล่นอินเตอร์ไฮสคูล ทัศนคติทั้งใน และนอกสนามสำคัญ ต้องซ้อมเอง ข้ามคำว่าคนญี่ปุ่น ใช้ชีวิตเอง ในไทยพ่อแม่ประคบประหงม บอกเป็นลูกแหง่ แต่ไปที่นั่นใช้ชีวิตจริง ยากพอสมควร ลำบาก เล่นบอลกับทีมคาชิมา โรงเรียนที่นั่นใช้หญ้าเทียมเป็นส่วนใหญ่ เล่นแล้วลูกบอลดำ ก็ต้องขัดให้ขาว รุ่นพี่คอยเช็ก ต้องทำความสะอาดหอ เก็บขยะ ไม่งั้นโดนทำโทษ
ภูมิรพี กล่าวอีกว่า โกลที่ญี่ปุ่น ระดับมัธยมปลาย เน้นเตะให้ไกล ตัดลูกโด่งดี เป็นตัวสุดท้าย น้อยมากที่จะเน้นบิลท์อัพเกม จะปล่อยกองหลัง แรกๆ ที่ไปญี่ปุ่น ไม่ได้คิดว่าไปเพื่อติดทีมชาติ แต่แค่คิดว่าไปแล้วคุ้ม ตอนนี้ติดทีมชาติก็ดีใจ อนาคตอยากติดเรื่อง และอยากเล่นเจลีกให้ได้.