MK ตั้งบริษัทย่อย "คุ้มคุ้ม" ทุนจดทะเบียน 1 ล้าน ลุยร้านอาหาร-เครื่องดื่ม
Ohmmie Online April 03, 2025 07:43 PM

เอ็มเค (MK) ตั้งบริษัทย่อยใหม่ “คุ้มคุ้ม” ทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 1 ล้านบาท ลุยธุรกิจร้านอาหาร-เครื่องดื่ม พร้อมเตรียมแผนเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 200 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (SET : M) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า บริษัทขอแจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 โดยมีมติที่สำคัญ คือการอนุมัติการจัดตั้งบริษัทย่อย

สำหรับบริษัทย่อยใหม่ มีชื่อว่า “บริษัท คุ้มคุ้ม จำกัด” สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ 1200 ถนนเทพรัตน แขวงบางนาได้ เขตบางนา กรุงเทพ 10260 ทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 100,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 10 บาท ทั้งนี้ บริษัทมีแผนเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 200,000,000 บาท ในอนาคต มีวัตถุประสงค์ เพื่อประกอบธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม

สำหรับการจัดตั้ง จะเกิดขึ้นภายใน 30 วัน นับจากวันที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มีมติอนุมัติการจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ และมีแหล่งเงินทุนมาจาก เงินสดจากเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท

สำหรับความเห็นของคณะกรรมการบริษัท ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 2/2568 มีมติอนุมัติการบริษัท จัดตั้งบริษัทย่อย เนื่องจากพิจารณาแล้วว่าเป็นรายการที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับบริษัท ในระยะยาว

ทั้งนี้ รายการดังกล่าวไม่เข้าข่ายเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน และขนาดรายการดังกล่าวไม่เข้าข่ายการเปิดเผยข้อมูลตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องการเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติการของบริษัทจดทะเบียนในการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์

ธุรกิจร้านอาหาร ในมือ “เอ็มเค”

ปัจจุบัน บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีแบรนด์ร้านอาหารอยู่ในมือถึง 11 แบรนด์ ได้แก่

ร้านเอ็มเค สุกี้

บริการอาหารสุกี้และหลากหลายเมนูอื่น ๆ ในบรรยากาศแห่งความสุขและความอบอุ่นสำหรับสมาชิกทุกคนในครอบครัว

ร้านเอ็มเค โกลด์

ยกระดับความอร่อยของเมนูสุกี้ด้วยการบริการและคุณภาพอาหารที่คัดสรรมาในระดับพรีเมี่ยม

ร้านเอ็มเค ไลฟ์

เป็นร้านต้นแบบคอนเซ็ปต์ของร้านเอ็มเค สุกี้ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากจุดเด่นต่าง ๆ ของแบรนด์เอ็มเคและไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้า Gen Y

ร้านอาหารญี่ปุ่นยาโยอิ

ยาโยอิเป็นร้านอาหารจากประเทศญี่ปุ่นที่บริการอาหารด้วยรสชาติแบบต้นตำรับในราคาที่ย่อมเยา

ร้านฮากาตะ ราเมน

ฮากาตะ ราเมนได้นำสูตรนํ้าซุปกระดูกหมู ที่เป็นรสชาติดั้งเดิมจากแหล่งกำเนิดเมืองฮากาตะ เสิร์ฟพร้อมเส้นราเมนที่เหนียวนุ่มได้ที่และหมูชาชูสูตรดั้งเดิม พร้อมทั้งเมนูราเมนต่าง ๆ ให้ลูกค้าชาวไทยได้เลือกสรรอีกมากมาย

ร้านมิยาซากิ เทปปันยากิ

มิยาซากิ เทปปันยากิเป็นร้านอาหารกระทะร้อนสไตล์ญี่ปุ่นที่ปรุงโดยเชฟมืออาชีพต่อหน้าท่าน ทุกวัตถุดิบผ่านการคัดสรรมาอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัวนิวซีแลนด์ เนื้อหมูคุโรบุตะ หรือเมนูซีฟู้ดต่าง ๆ

ร้านแหลมเจริญ ซีฟู้ด

เป็นร้านอาหารทะเลแบบไทยที่มีเอกลักษณ์ของชาวจังหวัดระยอง มีความโดดเด่นด้วยคุณภาพ ความสด และรสชาติ โดยมีเมนูยอดนิยม ได้แก่ ปลากระพงทอดน้ำปลา และยังมีเมนูอาหารทะเลอีกมากมาย ทั้งเมนูปลา กุ้ง ปลาหมึก ปู หอย

ร้านอาหารไทย ณ สยาม

ต้นตำรับอาหารไทยสำหรับทุกครอบครัว ด้วยสูตรพิเศษที่สืบทอดมายาวนานกับหลากหลายเมนู อาทิ ข้าวผัดน้ำพริก ลงเรือ แกงเผ็ดเป็ดย่าง เมี่ยงคำ ฯลฯ

ร้านอาหารไทย เลอ สยาม

ยกระดับอาหารไทยด้วยการบริการและบรรยากาศที่ถูกออกแบบมาสำหรับโอกาสพิเศษ ทุกวัตถุดิบผ่านการคัดสรรคุณภาพมาอย่างดีเลิศ พร้อมอร่อยไปกับรสชาติต้นตำรับที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว

ร้านเลอ เพอทิท

ร้านอาหาร เลอ เพอทิท เป็นร้านอาหาร สไตล์ตะวันตกที่มีหลากหลายเมนูให้ลูกค้าได้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นเมนูพาสต้าแซนด์วิช หรือสลัด นอกจากนี้ เลอ เพอทิทยังมีจุดเด่นที่คุณภาพของเมล็ดกาแฟที่มีรสชาติเข้มข้นและหอมกรุ่น

ร้านบิซซี่ บ็อกซ์

เป็นร้านข้าวกล่องสไตล์แกรบแอนด์โกที่ลูกค้าสามารถเลือกเมนูข้าวกล่องที่ร้านปรุงสดใหม่ทุกวันจากชั้นวางควบคุมอุณหภูมิร้อนหรือเย็นและนำไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์

ขณะที่บริษัทซึ่ง “เอ็มเค” ถือหุ้นอยู่ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 มีบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับร้านอาหารอยู่ 2 บริษัท คือ บริษัท เอ็ม เค อินเตอร์ฟู้ด จำกัด (MKI) ดำเนินธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นยาโยอิ และบริษัท คาตาพัลท์ จำกัด (CTP) ดำเนินการลงทุนธุรกิจร้านอาหาร โดยถือหุ้นในบริษัท แหลมเจริญ ซีฟู้ด จำกัด (LCS) ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารแหลมเจริญ ซีฟู้ด มีสัดส่วนถือหุ้นอยู่ที่ 65%

ภาพจาก investor.mkrestaurant.com

คาดการณ์ธุรกิจร้านอาหาร ปี 2568

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์มูลค่าตลาดของ​ธุรกิจร้านอาหารและร้านเครื่องดื่มในปี 2568 อยู่ที่ 657,000 ล้านบาท เติบโต 4.6% จากปี 2567 จากภาคการท่องเที่ยวในประเทศที่ยังเติบโต การขยายสาขาของผู้ประกอบการไปยังภูมิภาค รวมถึงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคและความต้องการอาหารและเครื่องดื่มใหม่ที่เพิ่มขึ้นช่วยหนุนการเติบโตของตลาด แต่ธุรกิจมีการแข่งขันสูงทำให้การลงทุนยังต้องระวัง

ธุรกิจร้านอาหารในปี 2568 คาดมูลค่าตลาดอยู่ที่ 572,000 ล้านบาท เติบโต 4.8% จากปี 2567 กลุ่มร้านอาหารข้างทาง (Street Food) มีอัตราการเติบโตดีกว่ากลุ่มอื่น เนื่องจากได้รับความนิยมจากคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขณะที่ธุรกิจร้านเครื่องดื่ม (รวมร้านเบเกอรี่และไอศกรีม) ในปี 2568 คาดมูลค่าตลาดอยู่ที่ 85,320 ล้านบาท เติบโต 3.2% จากปี 2567

© Copyright @2025 LIDEA. All Rights Reserved.