ศาลปกครองกลางพิพากษายกฟ้องคดีที่บริษัท “อีสต์วอเตอร์” ฟ้องขอเพิกถอนคำสั่งกรมธนารักษ์ แจ้งให้ส่งมอบทรัพย์สินโครงการท่อส่งน้ำหนองปลาไหล-หนองค้อ และโครงการท่อส่งน้ำหนองค้อ-แหลมฉบัง (ระยะที่ 2)
ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 68/2566 หมายเลขแดงที่ 673/2568 ระหว่างบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) ผู้ฟ้องคดี กับกรมธนารักษ์ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 อธิบดีกรมธนารักษ์ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ปลัดกระทรวงการคลัง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 และบริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด ผู้ร้องสอด
โดยศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2562 มาตรา 8 เพียงบัญญัติให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีหน้าที่และอำนาจในการปกครอง ดูแล และบำรุงรักษาที่ราชพัสดุอันเป็นอำนาจทั่วไปเท่านั้น มิใช่บทบัญญัญญัติที่เป็นฐานให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีอำนาจในการออกคำสั่งทางปกครองแต่อย่างใด
ฉะนั้น หนังสือกรมธนารักษ์ ที่ กค 0300/12271 ลงวันที่ 30 กันยายน 2565 ที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 แจ้งผู้ฟ้องคดีให้ส่งมอบทรัพย์สินในส่วนโครงการท่อส่งน้ำหนองปลาไหล-หนองค้อ และโครงการท่อส่งน้ำหนองค้อ-แหลมฉบัง (ระยะที่ 2) แก่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือดังกล่าว… จึงไม่มีสถานะเป็นคำสั่งทางปกครอง
ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 คำขอของผู้ฟ้องคดีจึงเป็นกรณีที่ศาลไม่อาจกำหนดคำบังคับให้ได้
อีกทั้ง การใช้หรือการนำที่ราชพัสดุออกจัดหาประโยชน์มีวิธีการดำเนินการตามกฎกระทรวงการจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2564 โดยกฎกระทรวงดังกล่าว ข้อ 2 กำหนดว่า ในกฎกระทรวงนี้ “การจัดหาประโยชน์” หมายความว่า การนำที่ราชพัสดุไปใช้ประโยชน์ในทางที่เกิดรายได้… “สัญญาต่างตอบแทนอื่น” หมายความว่า สัญญาต่างตอบแทนอื่นนอกเหนือจากสัญญาเช่า “กิจการเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะ” หมายความว่า กิจการเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะตามกฎหมายว่าด้วยการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน
จากบทนิยามดังกล่าว เห็นได้ว่าในการนำที่ราชพัสดุออกทำการจัดหาประโยชน์นั้น ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 อาจนำที่ราชพัสดุออกให้เอกชนเช่า โดยทำสัญญาเช่าหรือทำเป็นสัญญาต่างตอบแทนอื่นหรือร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน กรณีจึงเห็นว่านิติสัมพันธ์ระหว่างผู้ฟ้องคดีกับผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ตามสัญญาการบริหารและการดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2536 มีกำหนดระยะเวลา 30 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม2537 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566 เป็นสัญญาเช่า
ส่วนนิติสัมพันธ์ตามบันทึกการส่งมอบ-รับมอบที่ราชพัสดุโครงการท่อส่งน้ำหนองปลาไหล-หนองค้อ จังหวัดระยอง และจังหวัดชลบุรี ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2550 และตามบันทึกการส่งมอบ-รับมอบที่ราชพัสดุ โครงการท่อส่งน้ำหนองค้อ-แหลมฉบัง (ระยะที่ 2) จังหวัดชลบุรี ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2541 ที่ยังไม่ได้ทำสัญญาเช่าต่อกัน มีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทนอื่น
ฉะนั้น สิทธิและหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และผู้ฟ้องคดีก็ต้องเป็นไปตามที่มีการตกลงกัน กรณีผู้ฟ้องคดีปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามหนังสือที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้แจ้งดังกล่าว ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ก็อาจใช้สิทธิทางศาล โดยขอให้ศาลบังคับให้หรืออาศัยคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของผู้ฟ้องคดี
แต่กรณีผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นฝ่ายครอบครองทรัพย์สินอยู่นำคดีมาฟ้องต่อศาลเช่นกรณีนี้นั้น เห็นได้ว่า แม้ว่าศาลจะมีคำพิพากษาให้ผู้ฟ้องคดีเป็นฝ่ายแพ้คดี ก็ไม่มีผลต่อการครอบครองทรัพย์สินของผู้ฟ้องคดี จึงเห็นว่า กรณีนี้
เป็นกรณีที่ศาลไม่จำเป็นต้องมีคำบังคับ ผู้ฟ้องคดีไม่เป็นผู้มีสิทธิฟ้องคดี ตามนัยมาตรา 42 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 พิพากษายกฟ้อง