“สภาฯ” ถก 11 ญัตติหาทางรับมือ “แผ่นดินไหว-ภัยพิบัติ” สอบ “บ.รับจ้าง” ขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมา ป้องซ้ำรอยตึกสตง.ถล่ม
GH News April 03, 2025 09:07 PM

วันที่ 3 เม.ย.2568 เวลา 16.35 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาฯ ซึ่งมีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้เข้าสู่การพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา จำนวน 11 ฉบับ ซึ่งเสนอให้สภาฯพิจารณาในเรื่องและประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อ 28 มี.ค. ซึ่งมีผลกระทบต่อประเทศไทย และรวมถึงเหตุที่ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ มูลค่าก่อสร้างกว่า 2,100 ล้านบาทถล่ม

โดยนายณัฐพงศ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ อภิปรายเสนอญัตติว่า มาตรการการสร้างความเชื่อมั่นต่อรัฐ คือความโปร่งใส กรณีที่สตง. ว่าจ้างบริษัทลูกของรัฐวิสาหกิจจีน คือ บริษัทไชน่าเรลเวย์ ที่มีประวัติด่างพร้อย และขึ้นบัญชีดำจากธนาคารโลกโดยการก่อสร้างบริษัทในเครือได้รับงานก่อสร้างในประเทศต่าง เช่น เกิดเหตุสะพานถล่มที่เคนยา มีการฮั้วประมูลที่เปรู ปิดบังข้อมูลในซาราเยโว ทำให้ตั้งคำถามว่า สตง. ฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบค่าใช้จ่ายของรัฐให้โปร่งใส จึงยอมให้บริษัทที่มีประวัติเข้ามารับงานก่อสร้างมูลค่าสูงกับ สตง. รวมถึงกลุ่มบริษัทสีเทาที่ผลิตสินค้าไม่ได้มาตรฐาน

“ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเตรียมแผนรับมือเหตุแผ่นดินไหวที่จะรุนแรงในอนาคต โดยเฉพาะอาคารเก่าที่ก่อสร้างก่อนปี 2550 รับแรงสะเทือนจากแผ่นดินไหว ดังนั้นรัฐบาลต้องมีแผนการตรวจสอบอาคาร จัดสรรงบประมาณ มาตรการต่างๆ เพื่อเสริมความแข็งแรงรองรับแผ่นดินไหวในอนาคต”นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายธีระชัย แสนแก้ว สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย อภิปรายเสนอญัตติต่อประเด็นตึกสตง.ถล่มหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึ่งมีข้อสังเกตจากสังคมว่าอาจเป็นเพราะการทุจริต โดยการตรวจสอบผู้ถือหุ้นพบว่าส่อว่าเป็นนอมินีคนจีน ซึ่งแปลกใจว่าทำไม สตง.ไม่ตรวจสอบกรณีดังกล่าว ขณะเดียวกันการตรวจสอบเหล็กเส้นก่อสร้างตึก สตง.พบความไม่ได้มาตรฐาน

“สโลแกนของ สตง.คือเงินแผ่นดินคือเงินภาษีของประชาชนทั้งชาติ แต่ผมขอฝากสตง.ว่ากำลังคนทั้งแผ่นดินตรวจสอบกลับ ที่ผ่านมา สตง.ไม่มาชี้แจงหรือให้ข้อมูลใดๆ มีแค่การออกมาบรรยายความรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ผมขอถามว่าอะไรไม่เป็นธรรม สำหรับสตง.ประชาชนไม่มีสิทธิสงสัย หรือวิจารณ์การพังของตึกที่มาจากภาษีของประชาชนกว่า 2,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังพบเอกสารการซื้อวัสดุที่มีราคาแพง จึงต้องการให้ สตง.ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง” นายธีระชัย กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการเสนอญัตติก่อนที่จะเปิดให้สส.อภิปราย นอกจากข้อเสนอที่ส่งไปยังรัฐบาลต่อการรับมือภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต คือการตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบโครงการก่อสร้างของรัฐ และกำกับให้เป็นไปตามกฎหมายที่ต้องมีการก่อสร้างตามแบบ มีผู้ควบคุมงาน รวมถึงควบคุมมาตรฐานสินค้าในการก่อสร้าง พร้อมกับตั้งข้อสังเกตด้วยว่าในการก่อสร้างอาคารของหน่วยงานราชการ พบว่ามีผู้รับเหมา ไม่มีความเป็นมืออาชีพ ทำให้เกิดการทิ้งงาน และบางครั้งพบการจ้างก่อสร้างต่อหลายทอด จนทำให้ผู้ที่รับช่วงที่อยู่ในลำดับท้ายไม่มีกำไร และส่อว่าจะขาดทุน จนทำให้ต้องมีการเปลี่ยนสเปควัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง ที่ไม่ได้มาตรฐาน จนนำไปมาสู่ความเสียหายในอนาคตได้ ดังนั้นรัฐบาลควรตรวจสอบบริษัทผู้รับจ้าง รับเหมาก่อสร้าง และหากพบว่าบริษัทใดไม่ทำตามกติกาให้ขึ้นบัญชีดำ และตัดสิทธิการได้รับงานจากหน่วยงานของรัฐ

นอกจากนี้ยังแนะนำให้รัฐบาล เตรียมนำระบบเตือนภัยในการส่ง Cell Broadcast ไปยังสถานีฐานโทรศัพท์มือถือ ส่งข้อความถึงผู้ใช้รวมแล้วส่งไป 10 ล้านหมายเลข เพราะการส่ง SMS มีข้อจำกัดการแจ้งเตือนไม่ครอบคลุมประชาชนในพื้นที่เกิดภัยพิบัติ และช้ากว่าระบบเตือนภัยฉุกเฉิน หรือ Cell Broadcast Service (CBS) เพื่อป้องกันการเกิดเหตุขึ้นในอนาคต เพราะครั้งต่อไม่มีการทดสอบอีกต่อไปแล้ว แต่ต้องรับสถานการณ์ได้ทันท่วงที

ภายหลังสมาชิกอภิปรายมเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะส่งข้อเสนอแนะและความห่วงใยในประเด็นต่าง ๆให้กับรัฐบาลไปดำเนินการต่อไป

© Copyright @2025 LIDEA. All Rights Reserved.