ดีเอสไอเปิดข้อมูล ‘ไชน่าเรลเวย์’ คว้างานรัฐ 29 โปรเจ็กต์ 2.7 หมื่นล้าน
SUB_TIK April 05, 2025 08:20 AM

พาณิชย์เผยผลสอบนอมินี “ไชน่าเรลเวย์-ซินเคอหยวน” พบเชื่อมโยงอีก 37 บริษัท ตะลึงทุนจดทะเบียนแค่ 100 ล้าน แต่ประมูลได้งานโครงการใหญ่สุดถึงหมื่นล้าน ขณะที่ปี 66 กลับมีขาดทุนสะสม 208 ล้าน ด้านบีโอไอเตรียมหาข้อมูลถอนสิทธิประโยชน์ ดีเอสไอเผยไชน่าฯ ได้งานรัฐฉ่ำ 29 โครงการ มูลค่ากว่า 2.7 หมื่นล้าน

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทรับเหมาก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) บนถนนกำแพงเพชร 2 ซึ่งพังถล่มหลังเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมาว่า สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับ 2 นิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ตึก สตง.แห่งใหม่ ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้างพังถล่มลงมา ได้แก่ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด โดยพบว่าทั้งสองบริษัทมีชาวจีนร่วมถือหุ้นในสัดส่วน 49% และ 80% ตามลำดับ

ขณะนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้รับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษแล้ว ตามคดีที่ 32/2568 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำส่งข้อมูลทั้งหมดให้ DSI ดำเนินการ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด พบว่า มีความเชื่อมโยงกับอีก 13 บริษัท และบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด มีความเกี่ยวข้องกับอีก 24 บริษัท รวมเป็น 37 บริษัท ซึ่งได้ส่งมอบให้ DSI เรียบร้อยแล้ว

นายพิชัยกล่าวว่า ในการสืบสวนสอบสวนเอาผิดกรณีเหตุตึก สตง.ถล่ม จะมีการดำเนินการในหลายส่วน ได้แก่ 1.ในส่วนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะมีการตรวจสอบ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด รวมถึงเครือข่าย 13 บริษัท พร้อมป้อนข้อมูลให้ DSI 2.สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จะตรวจสอบเส้นทางการเงินของบริษัท ผู้ถือหุ้น และผู้เกี่ยวข้อง 3.กรมสรรพากร ตรวจสอบการเสียภาษีของบริษัทและผู้ถือหุ้นทั้งหมด 4.สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ตรวจสอบคุณภาพเหล็กและอุปกรณ์ที่ใช้ก่อสร้าง 5.กรมการจัดหางาน ตรวจสอบใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าว 6.กรมโรงงานอุตสาหกรรม ตรวจสอบโรงงานผลิตเหล็ก 7.กรมที่ดิน ตรวจสอบการถือครองที่ดินของคนไทยและต่างชาติ 8.กรมบัญชีกลาง ตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง

ด้านนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัท ไชน่า เรลเวย์ฯ รับงานก่อสร้างโครงการจำนวน 26 โครงการ ซึ่งได้เสนอให้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงมหาดไทย กรมโยธาธิการฯ และกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าตรวจสอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ แถลงภายหลังประชุมคณะพนักงานสอบสวน กรณีบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 บริษัทผู้ก่อสร้างที่ทำการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (อาคาร สตง.) แห่งใหม่ พบว่า ดีเอสไอได้เข้าไปตรวจสอบข้อมูลการประมูลงาน บริษัทไชน่าฯ จดทะเบียนเป็นกิจการร่วมค้า โดยมีเจตนาประมูลโครงการภาครัฐมีถึง 11 กิจการร่วมค้า และได้มีการประมูลโครงการของภาครัฐไปแล้ว 29 โครงการ กับกิจการร่วมค้า 12 ราย วงเงินงบประมาณ 27,803,128,433.13 บาท (27,803 ล้านบาท) ประกอบด้วย

1.อาคารพักอาศัยสูง 32 ชั้น ชุมชนดินแดง การเคหะแห่งชาติ 807 ล้านบาท 2.ศูนย์การเรียนรู้ พัฒนาสุขภาวะผู้สูงอายุแบบครบวงจร คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล 563 ล้านบาท 3.หอพักนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต 129 ล้านบาท 4.เปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินถนนอรุณอัมรินทร์-บรมราชชนนี-พรานนก การไฟฟ้านครหลวง กทม. 1,261 ล้านบาท 5.อาคารที่ทำการสถานีตำรวจ สน.สุทธิสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 139 ล้านบาท

6.อาคารบ้านพักส่วนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 231 ล้านบาท 7.อาคารหอพักบุคลากรทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 468 ล้านบาท 8.สำนักงานศาลยุติธรรม 467 ล้านบาท 9.กรุงเทพมหานคร 541 ล้านบาท 10.การประปานครหลวง 372 ล้านบาท

11.การประปานครหลวง 347 ล้านบาท 12.สำนักงานศาลยุติธรรม 782 ล้านบาท 13.กรมท่าอากาศยาน 639 ล้านบาท 14.การประปานครหลวง 194 ล้านบาท 15.การเคหะแห่งชาติ 343 ล้านบาท 16.สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 160 ล้านบาท 17.สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ 716 ล้านบาท

18.คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล 146 ล้านบาท 19.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 210 ล้านบาท 20.สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน 2,136 ล้านบาท 21.สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย 540 ล้านบาท 22.สำนักงานศาลยุติธรรม 386 ล้านบาท 23.กองทัพเรือ 179 ล้านบาท 24.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 606 ล้านบาท

25.โรงพยาบาลสงขลา 424 ล้านบาท 26.ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง 9,348 ล้านบาท 27.แขวงทางหลวงชนบทสุพรรณบุรี 9,985 ล้านบาท 28.แขวงทางหลวงชนบทสุพรรณบุรี 10,795 ล้านบาท 29.การกีฬาแห่งประเทศไทย 608 ล้านบาท รวมจำนวนเงินงบประมาณ 27,803,128,433.13 บาท เงินตามสัญญา 22,773,856,494.83 บาท

ทั้งนี้ สำหรับโทษตาม พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หากพบว่ามีการกระทำผิด จะมีบทลงโทษดังนี้ 1.กรณีคนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ (Nominee) มีโทษจำคุก ไม่เกิน 3 ปี หรือปรับ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2.กรณีคนต่างด้าวดำเนินธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุก ไม่เกิน 3 ปี หรือปรับ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 3.กรณีคนต่างด้าวประกอบธุรกิจต้องห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลสามารถสั่งให้เลิกกิจการ หรือเพิกถอนการถือหุ้นได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) อยู่ในขั้นตอนการเตรียมข้อมูลเพื่อประชุมด่วนตามนโยบายของนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานบอร์ดบีโอไอ เพื่อพิจารณาเหตุผลและข้อกฎหมายที่จะนำไปสู่การถอดถอนสิทธิส่งเสริมการลงทุนของบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด

© Copyright @2025 LIDEA. All Rights Reserved.