7 ผู้นำบิมสเทค ลงนามเอกสาร 6 ฉบับ ชู วิสัยทัศน์กรุงเทพฯ สร้างความมั่งคั่ง-ยั่งยืน-ฟื้นคืน-เปิดกว้าง
GH News April 05, 2025 08:20 AM

‘7 ผู้นำบิมสเทค’ ลงนามเอกสาร 6 ฉบับ ชู ‘ วิสัยทัศน์กรุงเทพฯ’ สร้างความมั่งคั่ง-ยั่งยืน-ฟื้นคืน-เปิดกว้าง

เมื่อวันที่ 4 เมษายน ที่โรงแรมแชงกรี-ลา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมผู้นำความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (BIMSTEC) ครั้งที่ 6 ซึ่งเป็นการประชุมระหว่างประเทศครั้งแรกแบบตัวต่อตัว ในรอบ 7 ปี โดยมีผู้นำประเทศในกลุ่มสมาชิกเข้าร่วม ศาสตราจารย์มูฮัมหมัด ยูนุส ประธานคณะที่ปรึกษารัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ, ดาโช เชริง โตบเกย์ นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรภูฏาน, นายนเรนทร โมดี นายกฯ สาธารณรัฐอินเดีย, พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง ลาย นายกรัฐมนตรีเมียนมา, นายเค พี ศรรมะ โอลี นายกรัฐมนตรีเนปาล และนางฮารินี อมราสุริยา นายกรัฐมนตรีศรีลังกา

การประชุมบิมสเทคจะหารือเพื่อกำหนดแนวทางสำหรับความร่วมมือทางด้านการค้า การลงทุน การเชื่อมโยงทางกายภาพ ดิจิทัล เป็นกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ และเป็นการริเริ่มและผลักดันของไทย ตามนโยบายมองตะวันตก ปัจจุบันบิมสเทค มีความร่วมมือ 7 สาขา คือ 1.การค้า การลงทุน และการพัฒนา 2.สิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 3.ความมั่นคง 4.การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร 5.การปฏิสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับประชาชน 6.วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม และ 7.ความเชื่อมโยง ซึ่งไทยรับตำแหน่งประธานบิมสเทคต่อจากศรีลังกา ผู้นำทุกประเทศสมาชิกได้เข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง สะท้อนถึงการยึดมั่นในพันธสัญญาที่ทุกประเทศร่วมกันในฐานะสมาชิก ที่มีประชากรทั้งหมดราว 1,800 ล้านคน เป็นพลั งและความจำเป็นที่ทุกประเทศจะต้องมีความร่วมมือกันทางเศรษฐกิจ

น.ส.แพทองธารกล่าวเปิดการประชุมผู้นำบิมสเทค ครั้งที่ 6 ว่า เป็นความภาคภูมิใจของไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม หลังจากที่ไม่ได้จัดการประชุมแบบพบหน้ากันมาเป็นเวลากว่า 7 ปี เป็นโอกาสสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ และหารือแนวทางในการเสริมสร้างความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ในกลุ่มสมาชิก โดยบิมสเทค เป็นกลุ่มประเทศที่มีประชากรรวมกันกว่า 1,800 ล้านคน คิดเป็น 22% ของประชากรโลก และมีจีดีพี รวมกันประมาณ 4.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ความร่วมมือนี้ถือเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและเสริมสร้างความมั่นคงในภูมิภาค ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนในอนาคต

น.ส.แพทองธารกล่าวอีกว่า วันนี้ผู้นำรัฐสมาชิกบิมสเทคได้รับรองเอกสารผลลัพธ์สำคัญ 6 ฉบับ ได้แก่ ฉบับแรก วิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2030 ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญของการประชุมสุดยอดครั้งนี้ และถือเป็นวิสัยทัศน์ฉบับแรกของพวกเราที่กำหนดยุทธศาสตร์เพื่อสร้าง บิมสเทคที่มั่งคั่ง ยั่งยืน ฟื้นคืน และเปิดกว้าง (PRO BIMSTEC) ภายใน ค.ศ.2030 โดยให้ความสำคัญกับการบูรณาการทางเศรษฐกิจ การเชื่อมโยง และความมั่นคงของมนุษย์ ฉบับที่ 2 ปฏิญญาการประชุมผู้นำบิมสเทค ครั้งที่ 6 เป็นการยืนยันถึงเจตนารมณ์ของพวกเราในการส่งเสริมบิมสเทค และผลักดันวิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2030 ฉบับที่ 3 กฎระเบียบสำหรับกลไกการดำเนินงานของบิมสเทค ซึ่งเป็น
กรอบการดำเนินงานที่เป็นระบบและมีกฎเกณฑ์เป็นพื้นฐาน ฉบับที่ 4 รายงานของคณะผู้ทรงคุณวุฒิว่าด้วยทิศทางของบิมสเทคในอนาคต นำเสนอข้อเสนอแนะสำคัญที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2030 ฉบับที่ 5

“เราได้เป็นสักขีพยานในการลงนามความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการขนส่งทางทะเล มีเป้าหมายในการเสริมสร้างการเชื่อมโยงทางทะเลระหว่างเอเชียใต้กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ ลดต้นทุนการค้า และอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายสินค้าและประชาชน และฉบับที่ 6 ที่ประชุมได้รับรองแถลงการณ์ร่วมของผู้นำบิมสเทคว่าด้วยผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเมียนมาและไทย เป็นการแสดงความเสียใจ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และความมุ่งมั่นของบิมสเทคในการสนับสนุนประเทศที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงเป็นการยืนยันความร่วมมือที่แน่นแฟ้นด้านการจัดการภัยพิบัติ และเสริมสร้างกลไกตอบสนองต่อภัยธรรมชาติให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น” น.ส.แพทองธารกล่าว

© Copyright @2025 LIDEA. All Rights Reserved.