เจ๋ง บิ๊กแอส เคลียร์ดราม่า ปมสัมภาษณ์ยาเสพติด จนถูกแขวะใช้เพลงคนอื่นหากิน ลั่นผมก็สมาชิกวง ลั่นผมก็สมาชิกวงยันไม่พาดพิงใคร
จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ “แซ็ก พัชรพล ปานพุ่ม” นักร้องนำวง I-Zax ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในคดียาเสพติด ซึ่งได้ให้การไว้ช่วงหนึ่งว่า ซื้อยามาเสพตอนเล่นดนตรีในเวลากลางคืน
ต่อมา เจ๋ง บิ๊กแอส ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า “ถ้าต้องพึ่งยาเสพติดจนมึนเมา เพื่อให้มีฟีลลิ่ง มีอารมณ์ในการร้องเพลงขึ้นร้องเพลง ก็อย่าเป็นเลยศิลปิน ถ้าหมดไฟ หรือหมดแพสชั่นในการร้องเพลงหรือขึ้นคอนเสิร์ต ก็หยุดดีกว่า”
ถัดมา “ปอน นิพนธ์” ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นว่า “คุณก็แค่ศิลปินแทนวงที่เอาผลงานที่คุณอื่นเขาสร้างไปหากินเหมือนกัน มาสอนคนนั้นคนนี้ แบบนั้นแบบนี้ไม่ดี เบอร์ใหญ่แล้วไง ยังใช้เพลงคนอื่นหากินอยู่เลย ทำทรงรันเองอีก เอาจริง ๆ นะ กูยอมใช้ยาเพื่อแต่งเพลง ดีกว่าไม่ใช้แล้วทรงเยอะ แต่เอาผลงานคนอื่นมาหากิน #กูรักพี่เสก ผสมโค้กดิเพื่อน”จนกระทั่ง เจ๋ง ได้ออกมาตอบโต้ประเด็นดังกล่าว และทัวร์ก็ลงปอนอย่างหนัก
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสเจอกับ เจ๋ง เดชา โคนาโล นักร้อง/สมาชิกวงบิ๊กแอส ที่มาร่วมงานกาล่า ภาพยนตร์ 4ป่าช้า ที่ พารากอน-ซีนีเพล็กซ์ (ชั้น 5) ศูนย์การค้าสยามพารากอน ปละได้ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าว
ถามเรื่องประเด็นข่าวก่อนหน้านี้?
“ผมขอเท้าความให้เข้าใจบริบทแรกก่อน ตอนนั้นมีการมาถามเรื่องประเด็นยาเสพติด ผมก็อธิบายไปแล้วประมาณหนึ่ง แต่ที่ผมสัมภาษณ์อาจจะเป็นบริบทรวมแล้วหลายคนจับใจความไม่ได้ว่าผมสื่อถึงอะไร ใจความของผมคือ เรื่องของเรื่องสำหรับบ้านเรา เหล้า บุหรี่ ไหนจะบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งผิดกฎหมายอยู่แล้ว สำหรับบ้านเราเหล้าบุหรี่ก็หนักหนาอยู่แล้ว ทีนี้มีนักข่าวมาถามผมว่า มีศิลปินท่านหนึ่งพูดว่า เขาใช้คำว่าพูดว่านะ ผมเป็นศิลปินผมต้องใช้ยาเสพติดเพื่อจะได้มีฟีลลิ่ง เพื่อจะได้มีอารมณ์เพื่อจะเล่น ร้องเพลง ขึ้นเวทีเพื่อสร้างฟีลลิ่ง เสพยาเพื่อจะมีฟีลลิ่งประมาณนี้ ผมก็เลยตอบคำถามเรื่องยาเสพติดเป็นหลักว่า ผมไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่ใช้ยาเสพติดๆไม่ใช่ศิลปินนะ ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ผมหมายความว่าถ้าคุณหมดฟีลลิ่ง หมดไฟ หมดแพชชั่นในการทำงานและต้องพึ่งยาเสพติด คุณอย่าเป็นดีกว่าศิลปิน คุณหยุดแล้วไปทำดีกว่า เหมือนคุณไม่ให้เกียรติตัวเอง และไม่ให้เกียรติแฟนเพลงที่ติดตามคุณ นี่คือบริบทที่ผมพูด ความหมายสั้นๆ คือเรื่องยาเสพติดที่ไม่ถูกต้องที่มาใช้คำนี้เป็นข้ออ้าง ถ้าเราเสพมันติดมันเรายอมรับมันซะ จบอย่าอ้าง ถ้าสมมติคุณหมอจะผ่าตัดไม่มีฟีลลิ่งขอเสพยาก่อนอย่างนี้เหรอถึงจะผ่าได้ บริบทนี้เข้าใจไหมว่าผมหมายถึงเรื่องยาเสพติด วันนั้นผมไม่ได้พาดพิงใครเลย ไม่ได้จะซ้ำเติมใคร ทุกคนมีความผิดพลาดในชีวิต อยู่ที่ว่าเราจะกลับตัวกลับใจได้ไหม เท่านั้นเองครับ ทุกคนในชีวิตผิดพลาดกันได้“
กรณีที่อีกคนสวนขึ้นมา แล้วต่อว่ามาถึงเรื่องการทำงานของเรา?
“นี่ไง ผมถึงลืมบอกว่าเหล้า บุหรี่ บ้านเรามันถูกกฎหมาย ผมก็พูดในเพจผมว่าวงของผม เขาก็ดื่มและสูบกัน แต่มันเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่อยากทำอะไรก็แล้วแต่เราไม่เข้าไปยุ่ง ไม่ห้าม เหล้าดื่มเยอะขับชนก็เยอะแยะ บุหรี่ในซองก็เตือนว่าสูบแล้วเป็นมะเร็งนะนู่นนี่นั่น ก็แล้วแต่ๆ มันดันถูกกฎหมาย ผมก็ไม่พูดเรื่องนี้
แต่ถ้ามาถามเรื่องของปอนที่มาแซะผม ทุกคนก็เห็นว่าเขาแซะถึงอะไร ต่อให้เขาไม่เอ่ยชื่อคนทั้งประเทศก็รู้ว่าพูดถึงใคร จะมาบอกผมว่าอย่างนั้นอย่างนี้ สุดท้ายมาใช้เพลงคนอื่นหากิน ผมถามทุกคนหน่อยว่า เพลงของที่ผมใช้หากินทุกวันนี้มันใช่ของวงบิ๊กแอสหรือเปล่า คือหนึ่งในสมาชิกของวงบิ๊กแอส ถ้าใครไม่รู้ว่าตอนนี้ผมคือใคร ผมคือนักร้องวง Big Ass นะครับ และวง Big Ass ทุกเพลงแต่งเองหมด รวมแม้กระทั่งผมก็มีส่วนร่วมในการแต่งเพลง ในยุคที่ผมเข้ามา ฉะนั้นจะมาบอกว่า ใช้เพลงคนอื่นหากิน ผมเล่นคอนเสิร์ตกับวงบิ๊กแอสมา 13 ปี วงมีสิทธิ์ที่จะเล่นเพลงของตัวเองทั้งนั้น เพราะวงเป็นคนแต่ง และผมก็เป็นคนร่วมแต่งครับ และผมก็เป็นสมาชิกวง การที่มาแขวะผมแบบนี้ คนก็รู้ว่าผมอยู่ของผมเฉยๆ ถูกไหม ทุกคนเป็นเดือดร้อนอะไรกันไม่รู้ ผมก็ไม่ได้พาดพิงถึงใคร ในบทสัมภาษณ์ผมไม่ได้เอ่ยชื่อใครเลย พวกแฟนเพลงที่คุณบอกว่าคุณรักเทิดทูนบูชาเขา พวกคุณนั่นแหละไปพาดพิงเขา ทำเขาได้รับผลกระทบ เสียหาย ไม่ใช่ผมมันเป็นพวกคุณ”
เขาขอโทษแล้วติดใจไหม?
“คนที่ขอโทษคือพี่คนที่เขาตกงาน ที่อยู่ยะลาเป็นมือเบส ทางร้านเขาไล่ออกจากที่เขาโพสต์ เขาข่มขู่ แต่ผมไม่ติดใจ เอาความนะ เพราะเขาได้รับไปแล้ว และผมก็เห็นใจเขาไม่ได้อยากให้ใคร เดือดร้อน อยู่ดีๆ ตื่นเช้ามาแล้วก็โดนไล่ออกแล้วเขา ก็รับผิดชอบ อาขอโทษแบบแมนๆ โคตรแมนเลยผมนับถือใจเขามาก อันนี้แมนจริงๆ แต่สำหรับคนที่ไม่ได้ออกมายอมรับ ยังบอกขอปรึกษาผู้ใหญ่ก็เรื่องของมึง มึงไม่ได้แมนพอ กูอยู่ของกูเฉยๆ แต่มึงมาพาดพิง คนทั้งประเทศเขารู้ว่าใคร ในบริบท ณ เวลานั้นเกิดเรื่องอะไรขึ้น แค่นั้นเลย ผมไม่มีอะไร ผมโพสต์ก็จบแค่นั้นไม่ได้แขวะอะไร”
อีกฝั่งทัวร์ลงเยอะ เขาก็ขอโทษ?
“เขาขอโทษในส่วนของเขา ไม่ได้มาขอโทษผม ถูกไหม เขาไลฟ์ขอโทษไม่ได้เอ่ยชื่อผมนี่ครับเขาขอโทษในสิ่งที่เขาอาจจะทำพลาด ข้ออ้างต่างๆ นานา มีใบรับรองแพทย์ออกมาให้ดู ใบรับรองแพทย์คุณก็รู้ๆ อยู่อะไรได้บ้าง ก็แล้วแต่”
ถ้าเขามาขอโทษ?
“ถ้าคนจะขอโทษเขาขอโทษนานแล้ว (เจอกันตามงานได้ไหม?) อย่าเจอเลย เขากล้าเจอเหรอ (ฝากบอกไหม?) ไม่ฝากๆ ผมเขียนชัดมาก ทุกวันนี้ผมก็ไม่เห็นเขาทำอะไรเลย พี่ๆ ก็เห็น ผมไม่ได้ติดตามเลยงานผมก็เยอะอยู่ ผมโพสต์ตรงนั้นก็ถือว่าจบไปแล้วครับ”