เอส กันตพงศ์ สุดช้ำ อดีตภรรยา ฟ้องหย่าตอนป่วยหนัก ซ้ำสอนลูกเรียกพ่อแท้ๆ ว่า “ลุง”
GH News April 04, 2026 05:10 PM

เอส กันตพงศ์ เล่าความจริงสุดช้ำ อดีตภรรยา “คิตตี้ คริสติน่า” ฟ้องหย่าตอนป่วยหนัก ซ้ำสอนลูกเรียกพ่อแท้ ๆ ว่า “ลุง” ยันไม่ได้พรากสิทธิ์ใคร แค่ทวงคืนสิทธิ์ความเป็นพ่อ

ความคืบหน้าล่าสุดหลังจากที่ก่อนหน้านี้ คิตตี้ คริสติน่า อดีตภรรยาของพระเอกดัง เอส กันตพงศ์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ครั้งแรก ขณะเดินทางไปขึ้นศาลเพื่อไกล่เกลี่ยคดีฟ้องร้องกับอดีตสามี หลังจากที่ประกาศลดสถานะเหลือเพียงพ่อและแม่ของลูก โดยยืนยันว่า ลูกสาวเป็นลูกของเอส 100% และที่มาขึ้นศาลวันนี้ก็เพื่อให้ศาลช่วยแนะนำไกล่เกลี่ยในเรื่องของการปกครองลูก เพราะตกลงกับฝ่ายชายไม่ลงตัว แต่ไม่ได้มีเจตนาจะเอาลูกไว้เพียงคนเดียว วันนี้ที่ออกมาพูดก็เพื่อต้องการปกป้องตัวเองและลูก แม้จะผิดสัญญาที่ได้ทำไว้

ล่าสุด เอส กันตพงศ์ ออกมาให้สัมภาษณ์เปิดใจครั้งแรกหลังเพิ่งเห็นคลิปสัมภาษณ์ของอดีตภรรยา คิตตี้ คริสติน่า เอส ยืนยันว่า ทั้งหมดที่อดีตภรรยาพูดนั้นไม่ใช่ความจริงทั้งหมด โดยที่ผ่านมาตนเลือกที่จะเงียบ และโกหกสื่อ และเป็นคนเสนอให้ทำสัญญาห้ามพูดเรื่องหย่า (NDA) เอง เพราะเห็นแก่ลูก ไม่อยากให้ลูกโตมาเห็นภาพจำความขัดแย้งของพ่อแม่บนอินเทอร์เน็ต

เอสตั้งคำถามกลับอย่างเจ็บปวดว่า “ที่คิตตี้ออกมาให้ข่าวโดยอ้างว่าทำเพื่อปกป้องตัวเองนั้น แล้วได้นึกถึงและปกป้องสิทธิ์ของลูกบ้างไหม?”

ความจริงสุดช็อกที่เพิ่งเปิดเผยคือ เอสไม่ได้เป็นคนทิ้งครอบครัว แต่เขาเป็นฝ่าย “โดนฟ้องหย่า” ตั้งแต่ตอนที่เพิ่งเริ่มหายป่วยและเพิ่งออกจาก รพ. มาใหม่ ๆ เอสยืนยันหนักแน่นว่า ครอบครัวของตน (พ่อ แม่ พี่น้อง) ไม่เคยก้าวก่ายชีวิตคู่ตอนที่อยู่ด้วยกันตามที่สังคมเข้าใจผิดเลยแม้แต่น้อย แต่ทาง ครอบครัวเข้ามาช่วยจัดการเรื่องต่าง ๆ เฉพาะช่วงที่เอสป่วยหนักอยู่โรงพยาบาลเท่านั้น เหตุผลเพราะอดีตภรรยาบอกเองว่า “ไม่พร้อมที่จะดูแล”

หนำซ้ำในระหว่างที่เอสป่วยและทำงานไม่ได้ ครอบครัวของเอสยังเป็นฝ่ายโอนเงินดูแลและซัพพอร์ตค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้อดีตภรรยามาโดยตลอด ส่วนปม “มือที่สาม” เอส ยืนยันหนักแน่นว่า “ฝั่งตนไม่มีแน่นอน แต่ให้สื่อไปถามฝั่งหญิงเอาเองว่าที่พูดนั้นหมายถึงใครกันแน่”

เอส กันตพงศ์ เล่าต่อถึงเหตุผลฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ต้องขึ้นศาล เพื่อทวงคืนสิทธิ์ความเป็น “พ่อ” นั้น เอส เผยว่า “แม้ตอนหย่าจะยอมยกสิทธิ์ 100% ให้ แต่สุดท้ายเอสต้องไปยื่นฟ้องศาลขอแบ่งสิทธิ์คืนเมื่อ 2 ปีที่แล้ว สาเหตุหลักที่ทนไม่ได้ เพราะลูกสาวถูกสอนให้เรียกเขาว่า “ลุงเอส” มาตลอด ในขณะที่ลูกกลับไปเรียกผู้ชายอีกคนว่า “แด๊ดดี้”

เหตุการณ์ฝังใจคือ วันที่เอสไปส่งลูก ลูกพูดต่อหน้าผู้ชายคนนั้นว่า “วันนี้แด๊ดดี้…ไม่มาเหรอ วันนี้ลุงเอสมาส่ง” ซึ่งชายคนนั้นก็รับช่วงจูงมือเด็กไปโดยไม่พูดอะไร ตอนแรกเอสพยายามหลอกตัวเองว่าลูกแค่พูดผิด จนกระทั่งปลายปีที่แล้วถึงตระหนักได้ว่าลูกถูกสอนให้เรียกตนว่าลุงจริง ๆ และที่เจ็บปวดคือเอสไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปัจจุบันลูกพักอยู่ที่ไหน”

ปัจจุบันเอสถูกจำกัดเวลาในการเจอลูกอย่างมาก เฉลี่ยรวมแล้วได้เจอลูกแค่เดือนละประมาณ 20 ชั่วโมงเท่านั้น เขาได้เจอหน้าลูกแค่ช่วงไปรับหลังเลิกเรียน สัปดาห์ละ 2-3 วัน และได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันแค่วันละประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น เอสย้ำชัดเจนว่า การฟ้องร้องครั้งนี้ เขาไม่ได้ต้องการแย่งสิทธิ์ปกครองมา 100% เขาแค่ขอให้ศาลช่วย “แบ่งสิทธิ์” เพื่อให้เขาได้ทำหน้าที่พ่อ สิ่งเดียวที่ผู้ชายคนนี้ต้องการ คือให้ลูกได้รับรู้ความจริงว่า “เอส กันตพงศ์ คือพ่อแท้ๆ ไม่ใช่ลุง”

เอสพยายามขอเจรจาไกล่เกลี่ยนอกศาลมาเป็นปีแล้ว แต่อีกฝ่ายปฏิเสธมาตลอด และยืนกรานจะเก็บสิทธิ์ปกครอง 100% ไว้คนเดียว ล่าสุดที่ไปขึ้นศาล การเจรจาก็ยังคงล้มเหลว ตกลงกันไม่ได้ เพราะฝ่ายหญิงไม่ยอมประนีประนอมแบ่งสิทธิ์ใด ๆ ให้ เมื่อถูกถามถึงสาเหตุการหย่าที่แท้จริง เอสตอบว่าจนถึงทุกวันนี้ ตัวเขาเองก็ยังไม่ทราบเหตุผลที่แน่ชัดว่าทำไมถึงโดนฟ้องหย่า

FB อรรถรส

ข่าวล่าสุด
© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.