‘ภัทรพงศ์’ เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการเดินอากาศ รับดีมานด์เที่ยวบินโต หนุนไทยฮับการบินภูมิภาคเดินหน้าอัปเกรดระบบ CNS/ATM-ดิจิทัลทาวเวอร์ เพิ่มศักยภาพสนามบินหลัก-รอง พร้อมปรับเส้นทางบินใหม่ ชูแนวคิด Green ATM ควบคู่ความปลอดภัย คว้ามาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับสากลรายแรกในเอเชียแปซิฟิก
30 เม.ย. 2569-นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยในโอกาสครบรอบการดำเนินงานปีที่ 78 ของ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ว่าเป็นอีกปีที่ท้าท้ายของ บวท. ในการขับเคลื่อนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการให้บริการการเดินอากาศของประเทศไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค (Aviation Hub) โดยครอบคลุมการพัฒนาระบบอุปกรณ์ เทคโนโลยี ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรให้เป็นไปตามมาตรฐาน และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตของปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น และการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินให้ยั่งยืน
ทั้งนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อภาคการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม นายภัทรพงศ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ในฐานะที่บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เป็นหน่วยงานผู้ให้บริการการเดินอากาศของประเทศ การบริหารน่านฟ้า จึงถือเป็นภารกิจที่สำคัญ เพราะเกี่ยวข้องทั้งในมิติความมั่นคง และเศรษฐกิจ ตลอดจนความเชื่อมั่นในการเดินทาง ดังนั้นจึงจำเป็นอยางยิ่งที่จะต้องยกระดับมาตรฐาน และบริการการเดินอากาศด้วยความปลอดภัย
นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. เปิดเผยว่า บวท. พร้อมดำเนินงานตามกรอบนโยบายกระทรวงคมนาคม โดยเร่งนำระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาเพิ่มประสิทธิภาพ การให้บริการจราจรทางอากาศ อาทิ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานการให้บริการการเดินอากาศ THAILAND MODERNIZATION CNS/ATM SYSTEM (TMCS) เพื่อเพิ่มศักยภาพการรองรับเที่ยวบินของประเทศไทยให้สอดคล้องกับปริมาณจราจรทางอากาศในอนาคต การพัฒนาประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการให้บริการจราจรทางอากาศ ด้วยระบบ Digital Tower ในรูปแบบ Hybrid
สำหรับสนามบินที่มีปริมาณเที่ยวบินหนาแน่น เช่น สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง และในรูปแบบ Remote Tower สำหรับสนามบินที่มีปริมาณเที่ยวบินไม่หนาแน่น เช่น สนามบินนราธิวาส สนามบินเบตง นอกจากนี้ได้จัดเตรียมความพร้อมเพื่อให้บริการการเดินอากาศ ณ สนามบินอู่ตะเภาให้มีโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางอากาศเพียงพอสำหรับรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และการออกแบบการพัฒนาห้วงอากาศสำหรับสนามบินที่มีความซับซ้อนของการจราจรทางอากาศ (Metroplex) 3 กลุ่ม
ได้แก่ กลุ่มสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง อู่ตะเภา , กลุ่มสนามบินภูเก็ต กระบี่ อันดามัน (พังงา) และกลุ่มสนามบินเชียงใหม่ ลำปาง ล้านนา (ลำพูน) ซึ่งจะทำให้โครงสร้างพื้นฐานการเดินอากาศของประเทศไทยมีศักยภาพยิ่งขึ้น รวมถึงการปรับปรุงเส้นทางบินและการออกแบบห้วงอากาศ โดยจัดทำเส้นทางบินใหม่ ปรับปรุงจากเส้นทางบินรูปแบบทางเดียว (Single Route) ให้เป็นเส้นทางบินคู่ขนาน (Parallel Routes) ทั้งเส้นทางบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณเที่ยวบิน
นอกจากนี้ บวท. ได้ตระหนักถึงการให้บริการจราจรทางอากาศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิด Green Air Traffic Management (Green ATM) ตามแนวทางขององค์กรผู้ให้บริการการเดินอากาศสากล (Civil Air Navigation Services Organization : CANSO) โดยล่าสุด บวท. ได้รับการรับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับ 2 (CANSO Green ATM Level 2 ถือเป็นผู้ให้บริการการเดินอากาศรายแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ได้รับรางวัลนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินงานด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมการบินทั่วโลก