‘สรรเพชร’ จี้ กทท.เร่งสางปมแหลมฉบังเฟส 3 ขีดเส้นสรุปภายใน 60 วัน
GH News April 30, 2026 05:12 PM

‘สรรเพชญ’ สั่งตั้งทีมเคลียร์ปัญหาแหลมฉบัง เฟส3 ปมส่งมอบพื้นที่ไม่ทันตามสัญญา หลังเอกชนเรียกค่าเสียหายกว่า 4,000 ล้านบาท ขีดเส้นหาข้อยุติภายใน 60 วัน ต้องไม่กระทบแผนเปิดบริการในปี 2574 ย้ำต้องคำนึงถึงความโปร่งใส ความถูกต้อง และผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก

30 เม.ย. 2569-นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ว่าได้มอบหมายให้ กทท.เร่งรัดการแก้ไขปัญหาโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ซึ่งขณะนี้มีความล่าช้าประมาณ 6 เดือน ในการส่งมอบพื้นที่ให้แก่บริษัท จี พี ซี อินเตอร์เนชั่นแนล เทอร์มินอล จำกัด (GPC) ผู้รับสัมปทานจากเดิมที่ต้องส่งมอบพื้นที่ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 ขณะนี้ได้ขยายเวลาไปถึงเดือนมิถุนายน 2569 เนื่องจากติดปัญหาข้อกำหนดทางเทคนิคเรื่องความหนาแน่นของดินถมที่ไม่สอดคล้องกันระหว่างสัญญาร่วมลงทุนและสัญญาจ้างก่อสร้าง

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทาง GPC ได้ยื่นหนังสือมายัง กทท. เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้ชดเชยความเสียหายจากการเสียโอกาสในการดำเนินโครงการตามสัญญา โดยเรียกร้องความเสียหายออกเป็น 2 ประเด็น รวมมูลค่าราว 4,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.ค่าชดเชยผลตอบแทนลดลงจากการประเมินมูลค่าปัจจุบันสุทธิ หรือ Net Present Value (NPV) จากการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า และ 2. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นจากการดำเนินงานล่าช้า

ทั้งนี้ ปัจจุบัน กทท.ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อเจรจาร่วมกับ GPC รวมทั้งกระทรวงฯ ได้เตรียมจัดตั้งคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาผลกระทบและแนวทางออกของปัญหานี้ โดยจะมีตัวแทนจากทางกระทรวงคมนาคม กทท. ที่ปรึกษาโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 รวมไปถึงวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เพื่อเข้ามาร่วมพิจารณาแนวทางออกประเด็นการตรวจวัดความหนาแน่นของงานถมทะเล

“เรื่องนี้ผมได้สั่งการไปแล้วว่าต้องรีบดำเนินการให้เร็วที่สุด ต้องเรียกประชุมและหารือหาทางออกให้เร็วที่สุด หรืออย่างน้อยไม่เกิน 60 วันนี้ เพื่อนำเรื่องเสนอนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมพิจารณา ย้ำว่าต้องทำให้เร็วเพื่อไม่ให้กระทบกับการเปิดบริการท่าเรือแหลมฉบัง F1 ภายในปี 2574”

นายสรรเพชญ กล่าวด้วยว่า ทางกลุ่ม GPC ได้ยื่นข้อเสนอจากปัญหาการส่งมอบพื้นที่ล่าช้านี้ทั้งในเรื่องของการประเมินตัวเงินชดเชย และการขอขยายสัญญาในการก่อสร้างโครงการไปอีก 2 ปี จากสัญญาเดิมกำหนดระยะเวลาสัมปทาน 35 ปี โดยแบ่งเป็น 2 ปีในการก่อสร้าง และอีก 33 ปีในการบริหารสัญญา ซึ่งข้อเสนอทั้งหมดนั้นจะต้องมีการเจรจาความเหมาะสมอีกครั้ง โดยตนมั่นใจว่าจะสามารถเจรจากับ GPC ได้ทางออกที่ดี และไม่กระทบต่อการเปิดให้บริการ รวมไปถึงไม่ไปสู่กรณีการฟ้องร้องทางกฎหมาย

“การดำเนินโครงการทั้งหมดต้องคำนึงถึงความโปร่งใส ความถูกต้อง และผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก โดยเป้าหมายสำคัญคือการหาทางออกร่วมกัน ไม่ใช่การหาผู้รับผิดเพียงฝ่ายเดียว เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถยอมรับและเดินหน้าโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะเร่งรัดทุกขั้นตอนอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้กระทบต่อแผนเปิดให้บริการในอนาคต”นายสรรเพชร กล่าว

ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการ กทท. สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. กล่าวว่า ปัจจุบันสัญญาร่วมลงทุนท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 เลยกำหนดส่งมอบพื้นที่มาแล้วกว่า 6 เดือน จากเดิม กทท.ต้องส่งมอบพื้นที่ในเดือน พ.ย.2568 ซึ่งหลังจากนั้นได้มีการเจรจาขยายกำหนดส่งมอบพื้นที่มาเป็นภายในเดือน มิ.ย. 2569 เนื่องจากมีเหตุของการส่งมอบพื้นที่ไม่สามารถดำเนินการได้

อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ผ่านมา กทท.ได้เจรจากับ GPC มาอย่างต่อเนื่อง และเบื้องต้นมีแนวทางออกที่เหมาะสม อาทิ การตอกเสาเข็มเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความหนาแน่นของงานถมทะเล โดยประเมินว่าจะใช้วงเงินในการดำเนินงานส่วนนี้ราว 2 พันล้านบาท ขณะเดียวกันกระทรวงฯ จะมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาปัญหาและทางออกในเรื่องนี้ ซึ่งมีตัวแทนจากทาง วสท.เข้าร่วมพิจารณาด้วย จึงคาดว่าจะมีแนวทางออกในการแก้ปัญหาเพิ่มขึ้นจากการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ และอาจปรับลดวงเงินดำเนินงานได้เหลือประมาณ 1 พันล้านบาท ส่วนกรณีความเสียหายและการรับผิดชอบเงินลงทุนที่ต้องปรับเพิ่มขึ้นจากการตอกเสาเข็ม หรือใช้เทคโนโลยีเพิ่มความหนาแน่นของงานถมทะเลนั้น จะต้องเป็นไปตามการพิจารณาของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่กระทรวงคมนาคมจะจัดตั้งขึ้น รวมทั้งต้องหารือร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย คือ กทท. GPC และที่ปรึกษาโครงการ

ทั้งนี้ กทท.ยังประเมินกรอบการเปิดให้บริการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ภายในปี 2574 โดยหากสามารถแก้ปัญหาและส่งมอบพื้นที่ภายในปีนี้ ทางกลุ่ม GPC ก็จะสามารถเริ่มงานก่อสร้างได้ทันที และมีเวลา 4 ปีในการก่อสร้างงานอาคารและติดตั้งอุปกรณ์ดำเนินงานตามสัญญาร่วมลงทุน โดยสถานะของงานสัญญาถมทะเล ท่าเทียบเรือ F2 ปัจจุบันมีความคืบหน้าในการก่อสร้างมากกว่า 89% และคาดการณ์ว่ากิจการร่วมค้า CNNC ผู้รับจ้างงานถมทะเลจาก กทท.จะส่งมอบพื้นที่ถมทะเล F2 ให้ กทท.ประมาณกลางปี 2569

รายงานข่าวจาก กทท. กล่าวว่า ปัญหาของการตีความความหนาแน่นของงานถมทะเล เกิดจากการตรวจสอบพบปัญหาทางเทคนิค ตีความระหว่าง 2 สัญญา คือ สัญญาที่ กทท.จ้างกิจการร่วมค้า CNNC ถมทะเล ระบุไว้ในสัญญาว่าการถมทะเลจะต้องอัดแน่น และเรื่องการทรุดตัวในระยะเวลา 30 ปี ต้องไม่เกิน 20 เซนติเมตรขณะที่สัญญาร่วมลงทุนระหว่าง กทท.กับ GPC กำหนดความหนาแน่นของวัสดุ อาทิ ทราย ต้องอัดแน่น และแข็งแรง มีค่าความหนาแน่นไม่น้อยกว่า 75%

นายสรรเพชญ กล่าวถึงความคืบหน้าการแต่งตั้งคณะกรรมการ (บอร์ด) ว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างเร่งรัดดำเนินการ และเตรียมนำเสนอรายชื่อเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใน 1–2 สัปดาห์นี้ เพื่อปลดล็อกปัญหาการบริหารงานที่คั่งค้างมาในช่วงก่อนหน้า หลังจาก ครม. เห็นชอบบอร์ดใหม่แล้ว ขั้นตอนหลังจากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการสรรหาผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย แทนนาย เกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผอ.กทท ที่หมดวาระ  โดยจะมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสรรหาขึ้นมากำหนดหลักเกณฑ์ คุณสมบัติ และเปิดรับสมัครบุคคลที่มีความเหมาะสมเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้

“จะเร่งรัดทุกขั้นตอนให้เกิดความต่อเนื่องและรวดเร็ว โดยตั้งเป้าให้กระบวนการสรรหา ผอ.กทท.แล้วเสร็จภายใน 90 วัน ยอมรับว่าความล่าช้าที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นผลจากปัญหาต่อเนื่อง รวมถึงข้อจำกัดด้านกฎหมายในช่วงรัฐบาลรักษาการ อย่างไรก็ตาม ภายหลังเข้ามารับผิดชอบ ได้เร่งตรวจสอบและผลักดันให้เกิดความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม และได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อเร่งนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ให้เร็วที่สุด”นายสรรเพชร กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการ (บอร์ด) การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ชุดใหม่ นั้นหลังจากคณะกรรมการชุดเดิมที่ว่างลาออก เบื้องต้น นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ อดีตอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อมาทำหน้าที่ขับเคลื่อนงานของการท่าเรือฯ

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.