DPU - BOI ลุยอบรมซ่อมบำรุงยานยนต์สมัยใหม่ รุ่นที่ 3 เข้มข้น อัพสกิลช่าง–ผู้ประกอบการ
GH News May 13, 2026 04:57 PM

DPU ลุยอบรมซ่อมบำรุงยานยนต์สมัยใหม่ รุ่นที่ 3 เข้มข้นกว่าเดิม อัพสกิลช่าง–ผู้ประกอบการ เจาะ EV–Hybrid แบตเตอรี่ และระบบอัจฉริยะ รับตลาดยานยนต์อนาคต

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) โดยหลักสูตรปริญญาตรีวิศวกรรมยานยนต์สมัยใหม่ วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี (CITE) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ตลอดจนพันธมิตรในอุตสาหกรรมยานยนต์

จัดอบรมหลักสูตร “การซ่อมบำรุงยานยนต์สมัยใหม่ (Modern Automotive Maintenance)” รุ่นที่ 3 ระหว่างวันที่ 5–25 พฤษภาคม 2569 เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะด้านยานยนต์สมัยใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการ บุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์ และผู้สนใจ รองรับการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ไฮบริด และระบบยานยนต์อัจฉริยะที่กำลังมีบทบาทมากขึ้นในตลาดยานยนต์ไทย โดยกิจกรรมจัดขึ้นภายในมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

ผศ.ดร.ชัยพร เขมะภาตะพันธ์ คณบดีวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า การอบรมหลักสูตร “การซ่อมบำรุงยานยนต์สมัยใหม่” รุ่นที่ 3 มุ่งพัฒนาทักษะด้านการวิเคราะห์ ตรวจสอบ และซ่อมบำรุงยานยนต์ยุคใหม่ให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการและบุคลากรที่ทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์โดยตรง เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปใช้ได้จริงในการทำงาน การบริหารอู่ และการพัฒนาธุรกิจ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประมาณ 280 คน โดยหลักสูตรได้ปรับรูปแบบการเรียนรู้จากเนื้อหาเชิงเทคนิคที่ซับซ้อนบางส่วนโดยเฉพาะการเขียนโปรแกรมเป็นการสาธิตการทำงานและแนวทางการวิเคราะห์ของระบบยานยนต์สมัยใหม่ เช่น CAN Bus, ADAS และ AI ช่วยขับขี่ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจการทำงานของเทคโนโลยีและสามารถประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม

หลักสูตรอบรมครั้งนี้ครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยมุ่งพัฒนาความรู้และทักษะด้านการซ่อมบำรุงยานยนต์สมัยใหม่อย่างรอบด้าน ตั้งแต่การปรับตัวเพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ความท้าทายในการดำเนินธุรกิจอู่ EV การวิเคราะห์และซ่อมบำรุงยานยนต์ไฟฟ้า ยานยนต์ไฮบริด รถจักรยานยนต์สมัยใหม่ เทคโนโลยีแบตเตอรี่ ระบบชาร์จไฟฟ้า การปรับจูนโปรแกรมกล่อง ECU ไปจนถึงระบบยานยนต์อัตโนมัติจาก CAN Bus สู่ระบบช่วยขับขี่ ADAS พร้อมจัด Workshop ต่อเนื่อง 6 วัน โดยแบ่งผู้เข้าอบรมเป็นกลุ่มย่อยเพื่อฝึกปฏิบัติในแต่ละโมดูล อาทิ บริษัท ช่วยราม เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด  วิทยาลัยเทคโนโลยียานยนต์โตโยต้า Automotive Engineering Workshop ของ DPU ห้องปฏิบัติการระบบไฟฟ้ายานยนต์ อาคาร 5 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และห้องปฏิบัติการยานยนต์ไฟฟ้า (EV LAB) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้จากอุปกรณ์จริง ระบบจริง และสถานการณ์การทำงานที่ใกล้เคียงกับภาคอุตสาหกรรม

ผศ.ดร.ชัยพรกล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์ไฮบริดในประเทศไทยจะเติบโตชัดเจนในช่วง 1–3 ปีข้างหน้า จากปัจจัยด้านราคาพลังงาน เทคโนโลยีที่พัฒนาเร็วขึ้น และการยอมรับของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับการผลิตหรือการจำหน่ายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีระบบรองรับที่ครอบคลุม ทั้งสถานีชาร์จ ระบบซ่อมบำรุง มาตรฐานอู่ภายนอก การจัดการอะไหล่ ระยะเวลาการซ่อม เงื่อนไขการรับประกัน และบุคลากรที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่ถูกต้อง

“หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ต้องเตรียมความพร้อมคือ การจัดการแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพหรือถูกถอดออกจากรถยนต์หลังเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งจำเป็นต้องมีระบบรองรับด้านการจัดเก็บ การขนส่ง การรีไซเคิล และการกำจัดอย่างปลอดภัย รวมถึงมาตรการป้องกันการนำแบตเตอรี่ที่ผ่านการใช้งานแล้วกลับมาใช้ซ้ำโดยไม่มีมาตรฐาน เนื่องจากแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้ามีความเสี่ยงเฉพาะด้านและต้องใช้ความรู้ที่ถูกต้องในการจัดการ” คณบดีวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี DPU กล่าว

ผศ.ดร.ชัยพรกล่าวทิ้งท้ายว่า DPU มุ่งหวังให้การอบรมเป็นเวทีพัฒนาความรู้และทักษะพื้นฐานที่ผู้เข้าอบรมสามารถนำไปใช้ได้จริง ทั้งในการประกอบอาชีพ การเรียนรู้และพัฒนาธุรกิจการซ่อมยานยนต์สมัยใหม่ เพื่อรองรับการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ไฮบริด และยานยนต์สมัยใหม่ในอนาคต โดยมหาวิทยาลัยพร้อมเป็นพื้นที่กลางในการเชื่อมโยงภาคการศึกษา เทคโนโลยี และภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมพัฒนากำลังคนที่มีศักยภาพและตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของประเทศ

หนึ่งในโมดูลที่ได้รับความสนใจในการอบรมครั้งนี้ คือหัวข้อ Motorbike: การวิเคราะห์และการบำรุงรักษารถจักรยานยนต์สมัยใหม่ (Analysis and Maintenance of Modern Motorbikes) ซึ่งเน้นให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจระบบจักรยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นขั้นตอน ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน ชิ้นส่วนสำคัญ การประกอบรถ หลักการทำงานของระบบไฟฟ้า การปรับจูน การบำรุงรักษา ไปจนถึงการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น โดยมีนายอาทิตย์ ศรีอาวุธ วิทยากรจากบริษัท เอ.พี.ไอ.เทค จำกัด เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ตรง

นายอาทิตย์กล่าวว่า การอบรมรุ่นที่ 3 ได้ปรับรูปแบบให้เหมาะกับผู้เข้าอบรมที่มาจากหลากหลายอาชีพที่มีพื้นฐานแตกต่างกัน โดยเริ่มจากการปูพื้นฐานให้ทุกคนเข้าใจระบบจักรยานยนต์ไฟฟ้าในระดับใกล้เคียงกัน ก่อนเข้าสู่การฝึกปฏิบัติจริง พร้อมเพิ่มสัดส่วนกิจกรรมเวิร์กช็อปให้ผู้เข้าอบรมได้ทดลองประกอบ ปรับจูน และฝึกแก้ไขปัญหาจากสถานการณ์จำลอง เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง ทั้งสำหรับช่างซ่อม ประชาชนที่มีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าใช้งานอยู่แล้ว และผู้ที่กำลังตัดสินใจเลือกซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า

สำหรับแนวโน้มในอนาคต นายอาทิตย์มองว่า จำนวนผู้ใช้จักรยานยนต์ไฟฟ้ามีโอกาสเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ราคาจับต้องได้มากขึ้น และมีมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ อย่างไรก็ตามการใช้งานจักรยานยนต์ไฟฟ้ายังมีความเสี่ยงที่ต้องให้ความสำคัญ โดยเฉพาะระบบมอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และการชาร์จ ซึ่งหากขาดความรู้ที่ถูกต้องอาจนำไปสู่อุบัติเหตุหรือปัญหาด้านความปลอดภัยได้ การอบรมครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับทักษะของช่างและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ให้พร้อมรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เทคโนโลยีไฟฟ้าในอนาคต

ขณะที่นายไวพจน์ กริ้วกระโทก ผู้เข้าอบรมหลักสูตร “การซ่อมบำรุงยานยนต์สมัยใหม่” รุ่นที่ 3 กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยทำงานเป็นวิศวกรด้านเครื่องมือแพทย์ และเพิ่งเกษียณอายุได้ประมาณครึ่งปี จึงต้องการเรียนรู้ทักษะใหม่ที่สามารถนำไปต่อยอดได้ โดยเฉพาะความรู้ด้านยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น และเชื่อว่าในอนาคตหลายครอบครัวจะมีรถยนต์ไฟฟ้าหรือรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าใช้งานอย่างน้อยหนึ่งคัน

นายไวพจน์ระบุว่า เหตุผลสำคัญที่ตัดสินใจเข้าร่วมอบรมครั้งนี้เพราะต้องการเข้าใจพื้นฐานของระบบยานยนต์ไฟฟ้าให้มากขึ้น ทั้งระบบไฟฟ้า แบตเตอรี่ โครงสร้างการทำงาน และการดูแลรักษาเบื้องต้น ซึ่งความรู้เหล่านี้นอกจากจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถดูแลรถของตนเองได้อย่างถูกต้อง ยังเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจเลือกซื้อรถไฟฟ้าให้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น การทำความเข้าใจประเภทของแบตเตอรี่ โดยเฉพาะแบตเตอรี่ชนิด LFP หรือ Lithium Iron Phosphate ที่มีจุดเด่นด้านความปลอดภัยและเริ่มถูกนำมาใช้มากขึ้นในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า

ภายหลังเข้าร่วมอบรมนายไวพจน์กล่าวว่า ได้รับความรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเฉพาะเรื่องรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งมีหลักการทำงานใกล้เคียงกับรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการดูแลรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่บ้านได้ ทั้งเรื่องการชาร์จที่เหมาะสม ข้อควรระวังในการใช้งาน การตรวจสอบระบบเบื้องต้น และการใช้อุปกรณ์เช็กระบบรถไฟฟ้า นอกจากนี้ยังมองว่าหลักสูตรดังกล่าวสามารถต่อยอดได้มากกว่าการใช้งานทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่มีพื้นฐานด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสามารถนำความรู้ไปใช้ในการซ่อม ประกอบ ดัดแปลง หรือพัฒนาต้นแบบยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยในอนาคต

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.