บรูโน่ แฟร์นันด์ส, เออร์ลิง ฮาแลนด์ และทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2025-26 โดย GOAL
อรุณี มาลัยทอง May 25, 2026 10:10 PM

และแล้วพรีเมียร์ลีกอีกหนึ่งฤดูกาลก็ได้ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการ ฤดูกาลนี้เต็มไปด้วยความเข้มข้นทั้งในหัวตารางและท้ายตาราง การลุ้นแชมป์และการหนีตกชั้นต่างต้องรอจนถึงนัดสุดท้าย ทำให้แฟนบอลของ อาร์เซน่อล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ และเวสต์แฮม ต้องลุ้นกันหัวใจเต้นแรง สุดท้าย ‘เดอะ กันเนอร์ส’ ก็สามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้เป็นครั้งแรกในรอบ 22 ปี ในขณะที่ ‘ขุนค้อน’ ต้องพบกับความเศร้าเมื่อพวกเขาตกชั้นในวันสุดท้ายของฤดูกาล

เมื่อเข้าสู่ช่วงประกาศรางวัล ก็ถึงเวลาสรุปและทบทวนว่าใครคือผู้เล่นที่ทำผลงานโดดเด่นที่สุด พรีเมียร์ลีกถือเป็นการต่อสู้ที่ยาวนานถึงเก้าเดือน ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นชัดว่าใครคือผู้เล่นระดับยอดฝีมือที่สามารถรักษามาตรฐานได้อย่างต่อเนื่อง

ในฤดูกาลนี้มีนักเตะมากมายที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นและเข้าตาเหล่าทีมบรรณาธิการของ GOAL จนมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2025-26 ขณะที่อีกหลายคนก็พลาดไปอย่างน่าเสียดาย

โดยในปีนี้ ทีมยอดเยี่ยม 11 คนเต็มไปด้วยแข้งจาก อาร์เซน่อล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รวมถึงนักเตะหน้าใหม่ที่โชว์ฟอร์มเกินคาดและผู้ทำลายสถิติ มาดูกันเลยว่าใครติดทีมบ้าง...

GK: ดาบิด รายา (อาร์เซน่อล)

อาร์เซน่อลจะจบฤดูกาลนี้ได้อย่างไรหากไม่มี ดาบิด รายา? นายทวารที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการพา ‘เดอะ กันเนอร์ส’ คว้าแชมป์ลีกสูงสุดอีกครั้งในรอบ 22 ปี เขาเซฟสำคัญหลายครั้งที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนของฤดูกาล

ตัวอย่างผลงานของเขามีตั้งแต่การปัดลูกสุดปลายมือในเกมชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 เมื่อเดือนสิงหาคม, การเซฟสุดสวยในเกมเฉือนชนะ ไบรท์ตัน เดือนธันวาคม, รวมถึงอีกสองจังหวะสำคัญในเกมกับ เชลซี เดือนมีนาคม และโดยเฉพาะลูกเซฟมหัศจรรย์ในเกมชนะ เวสต์แฮม ช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล

รายา คว้ารางวัลถุงมือทองคำ (Golden Glove) เป็นฤดูกาลที่สามติดต่อกัน หลังเก็บคลีนชีตได้ถึง 19 นัดจาก 38 เกม และมีเปอร์เซ็นต์การเซฟอยู่ที่ 70% ซึ่งทำให้เขาติดอันดับท็อป 10 ของผู้รักษาประตูที่เก็บคลีนชีตได้มากที่สุดในฤดูกาลเดียวของพรีเมียร์ลีก

RB: ยูร์เรียน ทิมเบอร์ (อาร์เซน่อล)

แม้ปีนี้จะไม่ใช่ปีที่โดดเด่นของตำแหน่งแบ็กขวา แต่ ยูร์เรียน ทิมเบอร์ เพื่อนร่วมทีมของ รายา ก็ได้แสดงให้เห็นว่าเขาคือหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกในตำแหน่งนี้ หลังจากมีส่วนสำคัญในการพา อาร์เซน่อล คว้าแชมป์ลีก

ดาวเตะชาวดัตช์รายนี้พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในเกมรับ และยังเพิ่มมิติในเกมรุกได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาล 2025-26 แม้จะเจ็บและพลาดลงสนามบางช่วง แต่เขายังทำได้ถึง 8 ประตูและแอสซิสต์รวมจาก 30 นัดในพรีเมียร์ลีก

ผลงานเด่นของเขารวมถึงการยิงสองประตูและทำหนึ่งแอสซิสต์ในเกมกับ ลีดส์ ช่วงต้นฤดูกาล รวมถึงแอสซิสต์ในเกมดาร์บี้ลอนดอนเหนือทั้งสองนัด และยังยิงประตูชัยในเกมกับ เชลซี เดือนมีนาคมอีกด้วย เขาคือนักเตะที่ มิเกล อาร์เตต้า ไว้ใจในเกมใหญ่เสมอ

CB: วิลเลียม ซาลิบา (อาร์เซน่อล)

ความเหนือชั้นของ อาร์เซน่อล ในทีมยอดเยี่ยมยังคงต่อเนื่อง โดย วิลเลียม ซาลิบา เข้ามารับตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กฝั่งขวา เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นกองหลังที่สง่างามและนิ่งเหมือน ‘โรลส์-รอยซ์’ และถือเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจาก เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

กองหลังชาวฝรั่งเศสโชว์ฟอร์มได้อย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งฤดูกาล เขายืนคู่กับ กาเบรียล มากัลเญส ได้อย่างลงตัว โดยมีสถิติชนะลูกกลางอากาศอยู่ในเปอร์เซ็นไทล์ที่ 80 และมีจำนวนการสัมผัสบอลสูงกว่ามาตรฐาน แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในการครองบอล

เช่นเดียวกับ ทิมเบอร์ เขาก็มีจังหวะสำคัญในเกมใหญ่ โดยประตูเดียวของเขาในฤดูกาลนี้เกิดขึ้นในเกมชนะ เชลซี เดือนมีนาคม

CB: กาเบรียล มากัลเญส (อาร์เซน่อล)

แน่นอนว่าเมื่อมี ซาลิบา ก็ต้องมี กาเบรียล คู่หูแนวรับชาวบราซิลที่เป็นกำลังสำคัญของ อาร์เซน่อล เขาเล่นได้อย่างแข็งแกร่งและมีส่วนร่วมกับเกมรุกจากลูกตั้งเตะอย่างยอดเยี่ยม หลายคนมองว่าเขาคู่ควรกับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกเลยทีเดียว

กาเบรียล ทำได้ถึง 7 ประตูและแอสซิสต์รวมจากตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก ซึ่งมากกว่าผู้เล่นเกมรุกหลายคน โดยเฉพาะประตูสำคัญในเกมกับ นิวคาสเซิล และ แอสตัน วิลลา แม้จะพลาดลงเล่นบางช่วงเพราะอาการบาดเจ็บ แต่ใน 26 นัดที่เขาเล่นคู่กับ ซาลิบา ทีมสามารถเก็บคลีนชีตได้ถึง 15 นัด คิดเป็นเฉลี่ยทุก 1.7 เกม ตามสถิติจาก Opta

LB: นิโก โอไรลีย์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

นิโก โอไรลีย์ มีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมอย่างไม่น่าเชื่อ และเตรียมเป็นตัวจริงของทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลกช่วงซัมเมอร์นี้ ทั้งที่จริงแล้วเขาเล่นในตำแหน่งกองกลาง แต่ภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา เขากลับกลายเป็นแบ็กซ้ายเต็มตัวได้อย่างไร้ที่ติ

แข้งวัย 21 ปี ถือเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่แจ้งเกิดที่สุดของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ เขากลายเป็นฟูลแบ็กสมัยใหม่ที่สามารถเล่นเกมรุกได้ดีภายใต้แท็กติกของกวาร์ดิโอลา โดยทำได้รวม 8 ประตูและแอสซิสต์จากการเติมเกมอย่างมีประสิทธิภาพ ผลงานนี้ทำให้เขาคว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลไปครอง

RM: อองตวน เซเมนโย (บอร์นมัธ/แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

อองตวน เซเมนโย ได้ติดทีมยอดเยี่ยมหลังจากทำผลงานรวม 21 ประตูและแอสซิสต์จากการเล่นให้สองสโมสร เขาปรับตัวกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้อย่างรวดเร็วหลังย้ายจาก บอร์นมัธ ในเดือนมกราคม และทำให้ดูเหมือนว่าเขาเล่นกับทีมมานานหลายปี

ซิตี้ คว้าตัวเขามาร่วมทีมด้วยค่าตัว 62.5 ล้านปอนด์ (87.5 ล้านดอลลาร์) ท่ามกลางการแข่งขันจาก ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างมาก เขายิงได้ 10 ประตูในครึ่งแรกของฤดูกาลกับ บอร์นมัธ และเพิ่มอีก 5 ประตูใน 8 นัดแรกกับต้นสังกัดใหม่

CM: ดีแคลน ไรซ์ (อาร์เซน่อล)

แม้จะไม่ใช่ผู้เล่นที่ทำคะแนนหรือสร้างสรรค์เกมโดยตรง แต่ ดีแคลน ไรซ์ มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการพา อาร์เซน่อล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกในรอบ 22 ปี เขาคือหัวใจของทีมในแดนกลาง วิ่งไม่มีหมดตลอดทั้งฤดูกาล และพิสูจน์ให้เห็นถึงพลังและความแข็งแกร่งในฐานะมิดฟิลด์บ็อกซ์ทูบ็อกซ์

ไรซ์ยังคงแสดงให้เห็นถึงการอ่านเกมที่ยอดเยี่ยมและจังหวะการแท็คเกิลที่แม่นยำ เขาช่วยหยุดการโจมตีของคู่แข่งหลายต่อหลายครั้ง รวมถึงการสกัดลูกสำคัญที่ช่วยทีมไว้ได้อย่างเฉียดฉิว

CM: บรูโน่ แฟร์นันด์ส (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

แน่นอนว่าชื่อของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ต้องมีอยู่ในทีมยอดเยี่ยม หลังจากเขาคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาลเหนือคู่แข่งอย่าง กาเบรียล และ ไรซ์ แม้จะเป็นผู้เล่นที่ถูกวิจารณ์อยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าเขาทำผลงานส่วนตัวได้อย่างยอดเยี่ยมกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แฟร์นันด์ส ทำลายสถิติแอสซิสต์ของ เธียร์รี่ อองรี และ เควิน เดอ บรอยน์ ด้วยการทำ 21 แอสซิสต์ ซึ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก เขาเป็นหัวใจสำคัญในตำแหน่งหมายเลข 10 ที่พา ‘ปีศาจแดง’ กลับสู่เวทีแชมเปี้ยนส์ลีกอีกครั้ง

หลังจาก ไมเคิล คาร์ริก เข้ามาคุมทีมชั่วคราวในเดือนมกราคม ฟอร์มของเขาก็พุ่งขึ้นอย่างน่าทึ่ง โดยทำได้ 14 แอสซิสต์จาก 18 นัดในลีก และทำลายสถิติในเกมชนะ ไบรท์ตัน นัดสุดท้ายของฤดูกาล

LM: รายาน แชร์กี (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

รายาน แชร์กี ถือเป็นการเซ็นสัญญาที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ หลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอมจ่าย 34 ล้านปอนด์ (46 ล้านดอลลาร์) เพื่อคว้าตัวเขามาจาก โอลิมปิก ลียง แม้จะมีข้อสงสัยเรื่องทัศนคติในตอนแรก แต่เขาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วในปีแรกกับทีมของ กวาร์ดิโอลา

แชร์กี ทำไป 12 แอสซิสต์ เป็นรองเพียง แฟร์นันด์ส เท่านั้น และกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดของลีก ด้วยเทคนิคการเลี้ยงบอลและการสร้างสรรค์เกมที่ยากจะคาดเดา แม้ยังต้องเพิ่มจำนวนประตูให้มากขึ้น แต่ด้วยวัยเพียง 22 ปี เขามีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นซูเปอร์สตาร์พรีเมียร์ลีกในระยะยาว

FW: เออร์ลิง ฮาแลนด์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

แม้จะไม่ใช่ฤดูกาลที่ดีที่สุดของ เออร์ลิง ฮาแลนด์ แต่เขายังคงติดทีมยอดเยี่ยมได้อย่างไม่ต้องสงสัย หลังคว้ารางวัลรองเท้าทองคำอีกครั้งด้วยการยิง 27 ประตูในพรีเมียร์ลีก ทิ้งห่างผู้ตามขาดลอย และแย่งรางวัลคืนจาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์

กองหน้าชาวนอร์เวย์ยังคงแสดงให้เห็นถึงความเฉียบขาดในการจบสกอร์ เขามักจะหายไปจากเกมแต่กลับปรากฏตัวขึ้นในจังหวะสำคัญเพื่อทำประตู นอกจากนี้ยังเพิ่มบทบาทด้านการจ่ายบอลด้วยการทำ 8 แอสซิสต์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการในเกมรุกของเขา

ตัวเลขของ ฮาแลนด์ อาจสูงกว่านี้หากไม่ติดช่วงฟอร์มตกเล็กน้อยในบางช่วง แต่ก็ยังตอกย้ำว่าเขาคือเครื่องจักรถล่มประตูของพรีเมียร์ลีกอย่างแท้จริง

FW: อิกอร์ ติอาโก้ (เบรนท์ฟอร์ด)

นี่คือฤดูกาลที่เปลี่ยนชีวิตของ อิกอร์ ติอาโก้ อย่างแท้จริง เมื่อเขามีชื่อติดทีมชาติบราซิลของ คาร์โล อันเชล็อตติ สำหรับศึกฟุตบอลโลก หลังจากทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในพรีเมียร์ลีก โดยยิงไป 22 ประตู เป็นรองเพียง ฮาแลนด์ ในการลุ้นรางวัลรองเท้าทองคำ

หัวหอกของ เบรนท์ฟอร์ด กลับมาอย่างแข็งแกร่งหลังพักยาวจากอาการบาดเจ็บหัวเข่าในฤดูกาลก่อน เขาแสดงให้เห็นถึงความนิ่งในการจบสกอร์และความแม่นยำในการยิงจุดโทษ พาทีมสร้างผลงานสุดเซอร์ไพรส์ด้วยการลุ้นพื้นที่ยุโรป ทั้งที่ก่อนเปิดฤดูกาลหลายฝ่ายคาดว่าพวกเขาจะหนีตกชั้น ไฮไลต์สำคัญคือแฮตทริกในเกมชนะ เอฟเวอร์ตัน 4-2 เมื่อเดือนมกราคม และ เบรนท์ฟอร์ด จะต้องเหนื่อยแน่หากต้องรั้งตัวเขาไว้ในซัมเมอร์นี้

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.