สนามโซไฟ สเตเดียม ในเมืองลอสแอนเจลิส เป็นหนึ่งใน 11 สนามแข่งขันในสหรัฐอเมริกาที่จะใช้จัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 และยังเป็นสนามเดียวที่มีหลังคาโปร่งแสงและอยู่ในร่มอย่างสมบูรณ์
สนามแห่งนี้เป็นรังเหย้าของสองแฟรนไชส์ในศึกเอ็นเอฟแอล ได้แก่ ลอสแอนเจลิส แรมส์ และ ลอสแอนเจลิส ชาร์จเจอร์ส โดยโซไฟ สเตเดียมถือเป็นหนึ่งใน 16 สนามแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่จัดร่วมกันระหว่างแคนาดา เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา โดยจะมีการแข่งขันทั้งหมด 8 นัดในช่วงซัมเมอร์นี้
เว็บไซต์ โฟร์โฟร์ทู ได้รวบรวมข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับสนามฟุตบอลโลกแห่งนี้ ตั้งแต่ความจุและประวัติของสนามโซไฟ สเตเดียม ไปจนถึงบทบาทของสนามในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026
แฟนบอลสามารถเดินทางไปชมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่โซไฟ สเตเดียมได้โดยใช้บริการรถบัสหลายเส้นทาง โดยมีบริการรถชัตเทิลจากสนามบินนานาชาติลอสแอนเจลิส (LAX) และจากสถานีรถไฟใต้ดินไปยังสนามสำหรับงานอีเวนต์ขนาดใหญ่
ระบบขนส่งมวลชนในลอสแอนเจลิสจะเพิ่มบริการพิเศษช่วงฟุตบอลโลก โดยมีจุดจอดรถและเชื่อมต่อรถชัตเทิลทั่วเมือง สำหรับผู้ที่จอดรถในพื้นที่ดังกล่าว ตั๋วรถชัตเทิลจะรวมอยู่ในค่าจอดรถแล้ว ส่วนผู้ที่ไม่ได้ใช้บริการจอดรถสามารถซื้อตั๋วชัตเทิลได้ในราคาเดิม 1.75 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.30 ปอนด์) ต่อเที่ยว
โซไฟ สเตเดียม ซึ่งจะใช้ชื่อว่า “ลอสแอนเจลิส สเตเดียม” ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 เปิดใช้งานเพียง 6 ปีก่อนทัวร์นาเมนต์เริ่มขึ้น สนามแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นทั้งภายในและภายนอก และจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโอลิมปิกและพาราลิมปิกในปี 2028 อีกด้วย
สนามแห่งนี้ถือเป็นศูนย์กลางของวงการอเมริกันฟุตบอลในแคลิฟอร์เนียตอนใต้ โดยทั้งสองทีมจากลอสแอนเจลิสใช้ที่นี่เป็นสนามเหย้า นอกจากนี้ยังมีกำหนดจัดการแข่งขันซูเปอร์โบวล์ครั้งที่สองในช่วงต้นปี 2027 และเคยจัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศโกลด์คัพของคอนคาเคฟ รวมถึงศึกมวยปล้ำระดับโลก เรสเซิลเมเนีย มาแล้ว
โซไฟ สเตเดียม สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นสนามอเนกประสงค์อย่างแท้จริง และกลายเป็นจุดหมายปลายทางของวงการฟุตบอลในรัฐแคลิฟอร์เนีย มีการจัดการแข่งขันฟุตบอลนานาชาติทั้งในระดับเป็นทางการและกระชับมิตรหลายครั้ง รวมถึงเคยต้อนรับสโมสรชั้นนำอย่าง อาร์เซนอล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ บาร์เซโลนา ที่มาเล่นในเมืองอินเกิลวูด
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่โซไฟ สเตเดียม จะมีทั้งหมด 8 นัด รวมถึงแมตช์ระหว่างทีมชาติสหรัฐอเมริกาพบปารากวัย และตุรกี, สองนัดของทีมชาติอิหร่าน, สองแมตช์ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย และรอบก่อนรองชนะเลิศในวันที่ 10 กรกฎาคม
โซไฟ สเตเดียม ตั้งอยู่ในเมืองอินเกิลวูด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเขตมหานครลอสแอนเจลิส อยู่ทางตะวันออกของสนามบินนานาชาติลอสแอนเจลิส และทางใต้ของฮอลลีวูด
สนามแห่งนี้คาดว่าจะมีความจุที่นั่งประมาณ 70,000 ที่นั่งในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026
แม้จะไม่มีทีมฟุตบอลประจำสนาม แต่โซไฟ สเตเดียมถือเป็นหนึ่งในเพียงสองสนามในสหรัฐอเมริกาที่ใช้ร่วมกันโดยสองทีมเอ็นเอฟแอล
ทั้ง ลอสแอนเจลิส ชาร์จเจอร์ส และ ลอสแอนเจลิส แรมส์ ใช้สนามแห่งนี้เป็นรังเหย้ามาตั้งแต่เปิดใช้อย่างเป็นทางการในปี 2020 โดยชาร์จเจอร์สย้ายมาจากซานดิเอโกในปี 2017 ส่วนแรมส์ย้ายกลับมาลอสแอนเจลิสจากเซนต์หลุยส์ในช่วงที่สนามโซไฟสร้างเสร็จพอดี
โซไฟ สเตเดียม จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม 5 นัด และรอบน็อคเอาต์อีก 3 นัดในศึกฟุตบอลโลก 2026
12 มิถุนายน: สหรัฐอเมริกา พบ ปารากวัย (กลุ่ม D)
15 มิถุนายน: อิหร่าน พบ นิวซีแลนด์ (กลุ่ม G)
18 มิถุนายน: สวิตเซอร์แลนด์ พบ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา (กลุ่ม B)
21 มิถุนายน: เบลเยียม พบ อิหร่าน (กลุ่ม G)
25 มิถุนายน: ตุรกี พบ สหรัฐอเมริกา (กลุ่ม D)
28 มิถุนายน: อันดับสองกลุ่ม A พบ อันดับสองกลุ่ม B (รอบ 32 ทีมสุดท้าย)
2 กรกฎาคม: แชมป์กลุ่ม H พบ อันดับสองกลุ่ม J (รอบ 32 ทีมสุดท้าย)
10 กรกฎาคม: ผู้ชนะแมตช์ 93 พบ ผู้ชนะแมตช์ 94 (รอบก่อนรองชนะเลิศ)