การอำลาอย่างปั่นป่วนของ รูเบน อาโมริม จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูกจุดชนวนด้วยความขัดแย้งรุนแรงด้านนโยบายเสริมทัพ โดยกุนซือชาวโปรตุเกสถึงขั้นเดือดจัดหลังบอร์ดบริหารปฏิเสธแข้งเป้าหมายหลักถึงเจ็ดรายที่เขาเสนอไว้ ตั้งแต่นักเตะระดับแชมป์โลกไปจนถึงดาวรุ่งพรสวรรค์สูง ซึ่งล่าสุดรายชื่อทั้งหมดได้ถูกเปิดเผยหลังจากเจ้าตัวถูกปลดออกจากตำแหน่ง
‘คำเรียกร้องของผู้จัดการทีม’ เผยรอยร้าวลึกภายในสโมสร
หลังการปลด อาโมริม ความสัมพันธ์ที่แตกร้าวระหว่างทีมงานข้างสนามกับฝ่ายบริหารในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดยังคงปรากฏชัด คำให้สัมภาษณ์ของเขาหลังเกมเสมอ ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ถือเป็นฟางเส้นสุดท้าย แต่ต้นตอของปัญหานี้เริ่มต้นตั้งแต่หลายเดือนก่อน จากการถกเถียงอย่างดุเดือดเรื่องแนวทางการเสริมทัพ ความไม่พอใจของ อาโมริม ถึงขีดสุดหลังเกมกับ ลีดส์ เมื่อเขาเรียกร้องให้ทุกคนเรียกเขาว่า “ผู้จัดการทีม” แทนที่จะเป็น “หัวหน้าโค้ช”
กุนซือวัย 40 ปี เชื่อว่าผลงานของเขาถูกบั่นทอนโดย เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการกีฬา และ คริสโตเฟอร์ วิเวลล์ หัวหน้าฝ่ายสรรหานักเตะ ซึ่งมักจะปฏิเสธคำแนะนำของเขาและเลือกใช้รายชื่อเป้าหมายที่ได้จากข้อมูลสถิติแทน ตามรายงานของ เดอะ ซัน อาโมริม ต้องการนักเตะที่มีประสบการณ์และพิสูจน์ตัวเองในพรีเมียร์ลีกแล้ว เพื่อช่วยพาทีมกลับมามั่นคง ขณะที่สโมสรต้องการนักเตะอายุน้อยที่มีศักยภาพและมูลค่าขายต่อในอนาคต ความขัดแย้งทางแนวคิดนี้นำไปสู่การปฏิเสธแข้งเจ็ดรายที่ อาโมริม มองว่าเป็นหัวใจสำคัญของแผนงานเขา
คุณภาพที่พิสูจน์แล้ว vs “ศักยภาพ” ในตำแหน่งผู้รักษาประตู
ประเด็นแรกที่สร้างความเห็นไม่ตรงกันคือเรื่องผู้รักษาประตู เมื่อทั้ง อังเดร โอนานา และ อัลไต บายินดีร์ ยังไม่สามารถรักษามาตรฐานได้ อาโมริม ต้องการแก้ปัญหาอย่างเด็ดขาด ตัวเลือกของเขาคือ เอมิเลียโน มาร์ติเนซ นายด่านของ แอสตัน วิลลา และแชมป์โลกกับทีมชาติอาร์เจนตินา
มีรายงานว่า มาร์ติเนซ วัย 33 ปี พร้อมย้ายทีมและรอโทรศัพท์จาก ยูไนเต็ด ในวันปิดตลาด โดยดีลจะมีมูลค่าราว 40 ล้านปอนด์ ซึ่ง อาโมริม มองว่าเหมาะสมกับนักเตะผู้นำระดับนี้ แต่กลุ่มผู้บริหารที่นำโดย INEOS ปฏิเสธไม่อนุมัติการเซ็นสัญญากับผู้เล่นวัยสามสิบต้น ๆ และเลือกดึง เซเน ลัมเมนส์ นายประตูชาวเบลเยียมวัย 23 ปี ที่มีประสบการณ์เพียงหนึ่งปีในระดับอาชีพ ด้วยค่าตัว 18 ล้านปอนด์ แม้ ลัมเมนส์ จะโชว์ฟอร์มดีในฤดูกาลนี้ แต่การเพิกเฉยต่อความต้องการของกุนซือที่อยากได้แชมป์โลกมานำทีม ได้สร้างบรรยากาศไม่พอใจอย่างชัดเจน
การเสี่ยงเลือกกองหน้าที่ไม่เวิร์ก
หากดีลผู้รักษาประตูยังพอถกเถียงได้ การเลือกกองหน้ากลับพิสูจน์แล้วว่าเป็นหายนะ อาโมริม เรียกร้องให้ทีมคว้า ออลลี่ วัตกินส์ จาก แอสตัน วิลลา เพราะมองว่าเป็นนักเตะอังกฤษที่เข้ากับแท็คติกของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ
แต่ วิเวลล์ กลับผลักดันให้ทีมเซ็นสัญญากับ เบนจามิน เชสโก โดยสโมสรจ่ายค่าตัวสูงถึง 74 ล้านปอนด์ หวังพึ่งพาศักยภาพในอนาคต อย่างไรก็ตาม การเดิมพันครั้งนี้ยังไม่เห็นผล เพราะ เชสโก ยิงได้เพียง 2 ประตูจาก 17 นัดในฤดูกาลนี้ อาโมริม รู้สึก “หงุดหงิด” อย่างมากที่ต้องใช้งานนักเตะยังไม่พร้อม ในขณะที่ตัวเลือกที่เขาต้องการยังคงโชว์ฟอร์มโดดเด่นอยู่กับต้นสังกัดเดิม
“กฎของ เทน ฮาก” ปิดประตูแข้ง สปอร์ติ้ง ซีพี 4 ราย
ความหงุดหงิดของ อาโมริม เพิ่มขึ้นเมื่อบอร์ดบริหารปฏิเสธที่จะเซ็นนักเตะจากอดีตต้นสังกัดของเขาอย่าง สปอร์ติ้ง ซีพี โดยเขาได้เสนอชื่อสี่แข้งหลักคือ จิโอวานี เควนดา, อุสมาน ดิออม็องด์, ซัลวาดอร์ โบลปา และ มอร์เทน ฮูลมานด์
ยูไนเต็ด เกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยยุค เอริก เทน ฮาก ที่ทีมเต็มไปด้วยนักเตะจาก อาแจ็กซ์ แต่ไม่สามารถปรับตัวกับพรีเมียร์ลีกได้ ทำให้เป้าหมายเหล่านี้ถูกปัดตกเพียงเพราะมีความสัมพันธ์กับ สปอร์ติ้ง เท่านั้น
เคสที่เจ็บปวดที่สุดคือ เควนดา ดาวรุ่งวัย 18 ปี ที่มีโอกาสคว้าตัวได้และเคยเจรจากับ ยูไนเต็ด แล้ว แต่ทีมแมวมองเห็นว่าเขามีสไตล์คล้าย อาหมัด ดิยัลโล จึงลดความสนใจลง ความลังเลนี้เปิดทางให้ เชลซี ฉวยโอกาสตกลงคว้าตัวด้วยค่าตัว 42 ล้านปอนด์ และเตรียมย้ายไปร่วมทีมในซัมเมอร์นี้
ในตำแหน่งกองกลาง อาโมริม มองว่า ฮูลมานด์ คือมิดฟิลด์ตัวรับที่เหมาะสมที่สุดและเข้าใจแท็คติกโดยไม่ต้องปรับตัวมาก แต่บอร์ดกลับไม่เห็นด้วย โดยเลือกจะรอเป้าหมายที่วางไว้สำหรับปี 2026 ส่วนแนวรับ ดิออม็องด์ และ โบลปา ก็ถูกตัดออกจากลิสต์เช่นกัน ทำให้ อาโมริม ต้องทำงานกับแนวรับที่เขามองว่าขาดคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับระบบหลังสามของเขา
เมินแข้ง เปแอสเช แชมป์ทริปเปิลแชมป์ เพื่อประหยัดงบ
ชิ้นส่วนสุดท้ายของแผนที่ถูกปฏิเสธคือ นูโน เมนเดส แบ็กซ้ายของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เจ้าของแชมป์ทริปเปิลแชมป์ในฝรั่งเศส ซึ่งเป็นนักเตะในฝันของ อาโมริม สำหรับตำแหน่งวิงแบ็กฝั่งซ้าย เขาเชื่อว่า เมนเดส มีคุณภาพเทคนิคระดับสูงที่สามารถสร้างความแตกต่างให้เกมรุกได้
แต่สโมสรเห็นว่าดีลนี้ยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายสูงเกินไป จึงหันไปเซ็นสัญญา แพทริก ดอร์กู จาก เลชเช แทน แม้ ดอร์กู จะเป็นดาวรุ่งที่มีอนาคต แต่ยังไม่สามารถทดแทนความพร้อมระดับท็อปของ เมนเดส ได้
ปัจจุบัน ยูไนเต็ด รั้งอันดับ 5 ของตาราง โดยมีแต้มนำอันดับ 14 เพียง 4 คะแนน การที่บอร์ดปฏิเสธจะสนับสนุน อาโมริม ด้วยรายชื่อเป้าหมายทั้งเจ็ดรายนี้ ส่งผลให้ ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ ที่รับหน้าที่ชั่วคราว ต้องรับมือกับทีมที่ไม่สมดุล การเลือกให้ความสำคัญกับ “ศักยภาพอนาคต” มากกว่า “ผลงานปัจจุบัน” กลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ อาโมริม ต้องออกจากตำแหน่ง และทิ้งคำถามให้แฟนบอลสงสัยว่า หากบอร์ดไฟเขียวให้คว้า มาร์ติเนซ, วัตกินส์ และ เมนเดส ผลลัพธ์ของฤดูกาลนี้อาจแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง