ผ่านมาแล้วสิบปี แต่ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของ เลสเตอร์ ซิตี้ ในศึกพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2016 ยังคงเป็นหนึ่งในความสำเร็จที่น่าทึ่งที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลยุคใหม่
ทีมของ เคลาดิโอ รานิเอรี ซึ่งได้รับฉายาว่า “จิ้งจอกสยาม” ได้สร้างความประหลาดใจให้กับวงการฟุตบอลทั่วโลก เมื่อพวกเขาทำลายทุกสถิติและความคาดหมายของเหล่าบ่อนพนันที่ให้ราคาไว้ถึง 5,000-1 โดยสามารถยุติการผูกขาดแชมป์พรีเมียร์ลีกตลอด 11 ปีของ เชลซี และสองทีมจากแมนเชสเตอร์ ได้อย่างเหลือเชื่อ
แล้วความรู้สึกของกุนซือชาวอิตาเลียนในขณะนั้นเป็นอย่างไร เมื่อทีมของเขาก้าวข้ามเส้นชัยและทำในสิ่งที่หลายคนคิดว่าเป็นไปไม่ได้?
“เดือนเมษายนเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยอารมณ์อย่างมาก เหมือนทั้งเมืองเลสเตอร์กลายเป็นบ้าไปแล้ว” รานิเอรี กล่าวกับนิตยสาร โฟร์โฟร์ทู “วันหนึ่งในงานแถลงข่าว มีคนถือจานไส้กรอกมาหาผม”
“เห็นได้ชัดว่าเป็นไส้กรอกพิเศษที่คนขายเนื้อท้องถิ่นตั้งใจทำให้ผม โดยใส่เครื่องเทศอย่างเฟนเนล พริก และกระเทียม แต่สิ่งที่พิเศษที่สุดสำหรับผมคือกลิ่นกระเทียม… บอกตามตรง กลิ่นมันแรงจนผมแทบยืนใกล้ไม่ได้เลย!”
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของฤดูกาลนั้นไม่ได้มีเพียงไส้กรอกพิเศษเท่านั้น
“ท่ามกลางความวุ่นวายเหล่านั้น สัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่า สิ่งที่ไม่น่าเชื่อเริ่มดูเหมือนจะกลายเป็นจริง” เขากล่าวต่อ “ต้นเดือนพฤษภาคม เราเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 ที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ในวันถัดไป ถ้า ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ไม่ชนะ เชลซี เราก็จะเป็นแชมป์ทันที”
“หลังจบเกม ผมบินไปกรุงโรมเพื่อเยี่ยมแม่ของผม เที่ยวบินขากลับของผมถูกกำหนดไว้คืนวันจันทร์ ดังนั้นผมจะรู้ผลชะตาแชมป์ก็ตอนที่เครื่องลงจอดในลอนดอนเท่านั้น แต่เมื่อประธานสโมสรทราบเรื่องนี้ เขาก็รีบเสนอเครื่องบินส่วนตัวให้ผม เพื่อให้กลับทันดูเกมนั้น”
“ผมเดินเข้าบ้านพอดีกับจังหวะที่เกมกำลังเริ่มต้น ถือว่าเป็นเวลาที่สมบูรณ์แบบ ทีมงานของผมนั่งรออยู่แล้ว ส่วนบรรดานักเตะทั้งหมดไปอยู่ที่บ้านของ เจมี วาร์ดี เพื่อฉลองร่วมกันหากเราคว้าแชมป์ได้จริง”
“ครึ่งแรก ท็อตแนม ขึ้นนำ 2-0 แต่ผมยังคงสงบดี ผมเคยทำงานอยู่กับ เชลซี สี่ปี รู้ดีว่าการเจอกับ ท็อตแนม มันเข้มข้นขนาดไหน และยังเหลือเวลาอีกมาก สำหรับผม มันคือค่ำคืนที่เงียบสงบที่บ้านกับเพื่อนร่วมงาน แต่เต็มไปด้วยความสวยงาม มันคือช่วงเวลาปิดฉากฤดูกาลที่สมบูรณ์แบบและเกินจินตนาการอย่างแท้จริง”
“สิ่งที่ยังคงอยู่ในใจผมคือความภาคภูมิใจที่ได้รู้ว่าชื่อของผมจะถูกจดจำควบคู่ไปกับแชมป์พรีเมียร์ลีกที่น่าเหลือเชื่อนั้น ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางความคาดหมายที่แทบไม่มีใครเชื่อ มันคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง”
“บางทีสิ่งเดียวที่ผมรู้สึกเสียดายนิดหน่อย คือผมไม่เคยได้พบกับคนที่ตัดสินใจถอนเงินเดิมพันออกมาก่อนที่เราจะคว้าแชมป์ได้อย่างเป็นทางการ เขายอมเสียโอกาสได้เงินก้อนโต ผมมั่นใจว่าถ้าเขาเชื่อในเราอีกเพียงนิด เขาคงได้รางวัลมากกว่านั้นแน่นอน แน่นอนว่าผมเข้าใจดี เขาอาจจำเป็นต้องใช้เงินในตอนนั้น และไม่มีใครเชื่อว่าเราจะทำได้จนถึงวินาทีสุดท้าย”
“แต่ผมคงมีความสุขมากกว่านี้ หากเขาได้รับผลตอบแทนทั้งหมดจากการเดิมพันอันกล้าหาญนั้น ชีวิตและฟุตบอล บางครั้งมันก็เต็มไปด้วยเรื่องบ้าบิ่นจริงๆ”