เอล ฮัดจิ ดิยุฟ อดีตกองหน้าทีมลิเวอร์พูลและทีมชาติเซเนกัล วัย 45 ปี ถูกศาลตัดสินจำคุกหนึ่งปีแต่รอลงอาญา ภายหลังมีข้อพิพาททางกฎหมายเกี่ยวกับการไม่ชำระค่าเลี้ยงดูบุตร โดยศาลพบว่าเขามีความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามภาระทางการเงินที่กำหนดไว้กับอดีตภรรยา วาเลอรี บิชอป ซึ่งกรณีย้อนกลับไปตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2024
การต่อสู้เรื่องค่าเลี้ยงดูจบลงในศาล
อดีตดาวยิงทีมชาติเซเนกัลรายนี้ถูกอดีตภรรยายื่นฟ้องเมื่อปีที่แล้ว หลังจากที่เขาค้างชำระค่าเลี้ยงดูรวมเกือบ 14,000 ปอนด์ หลังการหย่าร้างกับบิชอปในปี 2023 ดิยุฟถูกศาลสั่งให้จ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรสาวชื่อ เคย์ลา วัย 17 ปี เป็นรายเดือน เดือนละ 670 ปอนด์ พร้อมทั้งรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลและค่าเล่าเรียนเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ศาลเปิดเผยว่าดิยุฟไม่ได้ชำระเงินดังกล่าวเป็นเวลากว่าหนึ่งปี ในการพิจารณาคดีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ผู้พิพากษาได้มีคำตัดสินให้จำคุกหนึ่งปีแต่รอลงอาญา และสั่งให้เขาชำระเงินจำนวน 10 ล้านฟรังก์แอฟริกาตะวันตก หรือประมาณ 13,220 ปอนด์ ให้แก่อดีตภรรยา การดำเนินคดีล่าช้าออกไปหลายครั้ง เนื่องจากดิยุฟไม่เข้าร่วมการพิจารณาตามที่นัดหมายหลายครั้ง ก่อนที่ศาลจะมีคำตัดสินขั้นสุดท้ายโดยไม่มีตัวจำเลยเข้าฟังคำพิพากษา
ทีมกฎหมายตั้งคำถามถึงฐานะทางการเงินของดิยุฟ
ทนายความของวาเลอรี บิชอป ได้แก่ บาบูการ์ ซีส และเชค ซี แสดงหลักฐานชี้ว่าดิยุฟมีทรัพย์สินและรายได้เพียงพอที่จะชำระหนี้ โดยระบุว่าเขายังมีรายได้จากหลายช่องทาง ทั้งจากอสังหาริมทรัพย์ สัญญาโฆษณา และบทบาททางวิชาชีพที่ยังเกี่ยวข้องกับสมาคมฟุตบอลแห่งเซเนกัล ฝ่ายอัยการยืนยันว่าการที่ดิยุฟไม่ชำระเงินเป็นการเลือกที่จะไม่จ่าย ไม่ใช่เพราะขาดสภาพคล่องทางการเงิน
ตามกฎหมายของเซเนกัล มาตรา 351 ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า การปฏิเสธไม่จ่ายค่าเลี้ยงดูครอบครัวถือเป็นความผิดร้ายแรง และบทลงโทษจำคุกมักถูกใช้เป็นมาตรการยับยั้ง ที่ปรึกษากฎหมาย มาม อดามา เกย์ กล่าวอย่างตรงไปตรงมาในการไต่สวนเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วว่า “ดิยุฟมีศักยภาพทางการเงินเต็มที่ เขาสามารถจ่ายได้ แต่เลือกที่จะไม่ทำ” การปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำสั่งศาลในครั้งนั้นจึงนำไปสู่การถูกตั้งข้อหาทางอาญาและโทษจำคุกแต่รอลงอาญาในที่สุด
เส้นทางอาชีพที่เต็มไปด้วยข้อถกเถียงทั้งในและนอกสนาม
ดิยุฟย้ายมาร่วมทีมลิเวอร์พูลเมื่อปี 2002 ด้วยค่าตัว 10 ล้านปอนด์จากสโมสรล็องส์ โดยมาพร้อมชื่อเสียงอันโด่งดัง แต่กลับถูกจดจำว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่ทำผลงานน่าผิดหวังที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร เขาทำได้เพียง 3 ประตูจากการลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 55 นัด ก่อนจะย้ายไปโบลตัน วันเดอเรอร์ส ซึ่งเป็นช่วงที่เขาทำผลงานได้ดีกว่า และต่อมาค้าแข้งกับซันเดอร์แลนด์ แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส ลีดส์ ยูไนเต็ด และเรนเจอร์ส
แม้เส้นทางในอังกฤษจะไม่สม่ำเสมอ แต่ดิยุฟยังคงได้รับการยอมรับอย่างสูงในบ้านเกิด เขาเป็นกำลังสำคัญที่พาเซเนกัลสร้างประวัติศาสตร์เข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลกปี 2002 ซึ่งรวมถึงการเอาชนะฝรั่งเศส แชมป์เก่าในนัดเปิดสนาม ความโดดเด่นของเขาในปีนั้นทำให้ได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งทวีปแอฟริกาถึงสองครั้ง และมีชื่อติดอยู่ในรายชื่อ FIFA 100 ของเปเล่ ซึ่งรวบรวมสุดยอดนักเตะที่ยังมีชีวิตอยู่
ประวัติด้านวินัยที่เป็นปัญหา
แม้จะมีพรสวรรค์อย่างชัดเจน แต่ชื่อเสียงของดิยุฟมักถูกบดบังด้วยพฤติกรรมในสนามที่ไม่เหมาะสมและปัญหาทางวินัยหลายครั้ง เขากลายเป็นตัวร้ายในสายตาแฟนบอลอังกฤษหลายคน โดยเฉพาะจากเหตุการณ์พ่นน้ำลายใส่คู่แข่งที่เป็นข่าวใหญ่ เขาเคยถูกศาลเชอริฟฟ์แห่งกลาสโกว์สั่งปรับเงิน 5,000 ปอนด์ จากเหตุพ่นน้ำลายใส่แฟนบอลเซลติกในศึกยูฟ่า คัพ และต่อมาโดนแบนอีกสามนัดจากเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันกับอาร์ยัน เดอ ซีว นักเตะของพอร์ตสมัธ