วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของพุทธศาสนิกชนทั่วโลก เนื่องจากเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน อีกทั้งยังได้รับการยอมรับจากองค์การสหประชาชาติให้เป็นวันสำคัญสากลของโลก สะท้อนคุณค่าของพระพุทธศาสนาที่เชื่อมโยงผู้คนข้ามพรมแดน
วันวิสาขบูชาปีนี้ กรมการศาสนา ร่วมกับจังหวัดเชียงราย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย จัดงาน “วิสาขบูชาอาเซียน สานสัมพันธ์ไทย-เมียนมา” ณ วัดพระธาตุดอยเวา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และวัดพระธาตุสายเมือง จังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศผ่านพลังศรัทธาทางพระพุทธศาสนา ควบคู่กับการกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดน

พจนาถ ปัญญาศิลป์ รองอธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่พุทธศาสนิกชนทั่วโลกพร้อมใจกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และน้อมนำหลักธรรมคำสอนมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต ทั้งในด้านสติ เมตตา กรุณา และการอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทร ซึ่งล้วนเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างสันติสุขและความสมานฉันท์ในสังคม อีกทั้งยังเป็นโอกาสอันดีในการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และสืบทอดพระพุทธศาสนาให้คงอยู่เป็นหลักยึดเหนี่ยวทางจิตใจของประชาชนสืบไป

พจนาถ กล่าวต่อว่า วันวิสาขบูชายังสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าแห่งพระพุทธธรรมที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมในทุกยุคสมัย เพื่อพัฒนาตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติให้เกิดความสงบสุขอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการใช้ศาสนาเป็นสื่อกลางและทูตทางวัฒนธรรมในการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ มาเลเซีย สปป.ลาว และเมียนมา
“กิจกรรมที่จัดขึ้นในโอกาสวันวิสาขบูชา ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญ พิธีกรรมทางศาสนา หรือการเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ล้วนมีส่วนสำคัญในการสร้างความเข้าใจ ความร่วมมือ และความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนในภูมิภาค ตลอดจนช่วยกระชับมิตรภาพและเสริมสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยและเมียนมา ผ่านการร่วมสืบสานคุณค่าทางศาสนาและวัฒนธรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนานี้ร่วมกัน” พจนาถ กล่าว

ชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า พื้นที่ชายแดนระหว่างอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ถือเป็นพื้นที่ที่ประชาชนทั้งสองฝั่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดและผูกพันกันมาอย่างยาวนานนับแต่อดีต มีการแลกเปลี่ยนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และศาสนาอย่างต่อเนื่อง จนเกิดเป็นสายสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องที่แน่นแฟ้น จังหวัดเชียงรายยังให้ความสำคัญกับการใช้ทุนทางวัฒนธรรมเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาพื้นที่และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการอนุรักษ์อัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยจังหวัดยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ และเสน่ห์ทางธรรมชาติที่งดงามเอาไว้ได้เป็นอย่างดี
“การจัดกิจกรรมในวันวิสาขบูชาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของพระพุทธศาสนาในฐานะศูนย์รวมจิตใจของประชาชน และเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ร่วมกันในพื้นที่ชายแดนไทย–เมียนมา โดยเฉพาะในโอกาสวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่พุทธศาสนิกชนทั่วโลกต่างร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า” ชูชีพ กล่าว

พระครูประยุตเจติยานุการ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยเวา กล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยลื้อและไทยใหญ่ที่มีรากเหง้าร่วมกัน หลายครอบครัวมีเครือญาติอาศัยอยู่ทั้งสองฝั่งชายแดน จึงมีวิถีชีวิต ภาษา วัฒนธรรม และการปฏิบัติทางพระพุทธศาสนาที่ใกล้เคียงกันอย่างมาก ตัวอย่างเช่น ชุมชนโดยรอบวัดพระธาตุดอยเวา ซึ่งประชากรส่วนใหญ่มีเชื้อสายไทยลื้อและไทยใหญ่ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ตั้งแต่อดีต ทำให้กิจกรรมทางศาสนาต่าง ๆ มักได้รับความร่วมมือจากประชาชนทั้งสองประเทศเสมอ ร่วมถึงกิจกรรมในวันวิสาขบูชาที่ประฃาชนสองฝั่งชายแดนได้มาเข้าร่วม

ณ วัดพระธาตุดอยเวา ศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวแม่สาย และเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุโบราณที่มีความสำคัญรองจากพระธาตุดอยตุง โดยสร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 364 ในสมัยพระองค์เวา ผู้ครองนครนาคพันธุ์โยนก บรรยากาศยามค่ำคืนเต็มไปด้วยพลังแห่งศรัทธาจากพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและเมียนมา ที่มาร่วมกิจกรรมทางศาสนาอย่างพร้อมเพรียง ทั้งการแสดงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมสองแผ่นดิน พิธีทอดผ้าป่าสามัคคี พิธีเจริญพระพุทธมนต์ การจุดประทีป 1,000 ดวง และพิธีเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุดอยเวา ท่ามกลางบรรยากาศที่สงบ งดงาม และเปี่ยมด้วยความศรัทธา

โดยในช่วงเช้าที่วัดพระธาตุสายเมือง จังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา พุทธศาสนิกชนจากทั้งสองฝั่งชายแดนได้ร่วมกันทำบุญตักบาตรอาหารแห้ง โดยชาวเมียนมาได้จัดเตรียมเครื่องไทยธรรมและสิ่งของสำหรับทำบุญใส่ตะกร้ามาอย่างประณีต สะท้อนถึงวิถีแห่งศรัทธาที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ภายในงานชาวเมียนมายังคงสวมใส่ชุดพื้นถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ แม้จะมีการปรับให้ร่วมสมัยมากขึ้น แต่ยังคงรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมไว้อย่างชัดเจน หลังเสร็จสิ้นพิธีตักบาตร ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมพิธีทอดผ้าป่า พร้อมถวายข้าวสารอาหารแห้งและเครื่องอุปโภคบริโภคแด่พระภิกษุและสามเณรผู้ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม จากนั้นได้ร่วมสักการะพระมหามัยมุนี เจดีย์ชเวดากององค์จำลอง และเยี่ยมชมอนุสาวรีย์พระเจ้าบุเรงนอง ซึ่งล้วนเป็นศูนย์รวมศรัทธาและมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาวเมียนมา

