“มันบั่นทอนทีมชาติ” รูดี เฟลเลอร์ ผู้อำนวยการกีฬาทีมชาติเยอรมนี เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงกฎอย่างจริงจัง
วรพล ศรีสมบูรณ์ May 31, 2026 11:22 PM

รูดี เฟลเลอร์ ผู้อำนวยการกีฬาของสหพันธ์ฟุตบอลเยอรมนี (เดเอฟเบ) เรียกร้องให้มีการกำหนดแนวทางที่เข้มงวดขึ้นอย่างมากเกี่ยวกับการย้ายสังกัดระหว่างประเทศของนักฟุตบอล

“การเปลี่ยนสัญชาติไปมาแบบนี้เป็นเรื่องไม่ดีเลย และยังบั่นทอนความแข็งแกร่งของทีมชาติ” เฟลเลอร์กล่าวอย่างหนักแน่นในการให้สัมภาษณ์กับกลุ่มสื่อฟุนเค

“มันไม่ถูกต้องเลยที่นักเตะจะสามารถเลือกได้ตลอดเวลาว่าจะเล่นให้กับทีมชาติใด นั่นไม่ยุติธรรม” เฟลเลอร์กล่าว พร้อมวิจารณ์กฎปัจจุบันของฟีฟ่า โดยในปี 2020 องค์กรลูกหนังโลกได้ผ่อนปรนกฎ อนุญาตให้นักเตะสามารถเปลี่ยนทีมชาติได้ หากพวกเขาลงเล่นในเกมทีมชาติชุดใหญ่ไม่เกินสามนัด (ไม่นับทัวร์นาเมนต์) ก่อนอายุครบ 21 ปี และต้องผ่านไปอย่างน้อยสามปีนับจากเกมสุดท้าย

ก่อนหน้านี้ การลงเล่นในแมตช์อย่างเป็นทางการให้กับประเทศหนึ่งถือเป็นการ “ล็อกสังกัด” โดยไม่สามารถเปลี่ยนประเทศได้ ยกเว้นเกมอุ่นเครื่องที่อนุญาตให้เปลี่ยนได้อยู่แล้วก่อนปี 2020 ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ เยอร์เมน โจนส์ อดีตนักเตะบุนเดสลีกา ที่เคยลงสนามให้ทีมชาติเยอรมนีในเกมอุ่นเครื่องสามนัดเมื่อปี 2008 ก่อนจะย้ายไปเล่นให้ทีมชาติสหรัฐอเมริกาในปี 2010 และลงเล่นให้ทีมใหม่นี้ถึง 69 นัด

เฟลเลอร์เสนอให้มีกฎที่ง่ายและชัดเจน

เฟลเลอร์แสดงความไม่เห็นด้วยกับกฎปัจจุบัน โดยให้เหตุผลว่ากฎเหล่านี้ไม่ช่วยสร้างความผูกพันระหว่างนักเตะกับชาติ “คุณต้องการจะเล่นให้ประเทศนั้นเพราะหัวใจและบ้านเกิดของคุณอยู่ที่นั่น หรือไม่ต้องการเลย” อดีตกองหน้าทีมชาติเยอรมนี (90 นัด) กล่าว “การที่สามารถตัดสินใจได้ช้าอย่างทุกวันนี้ มันไม่ถูกต้อง”

เขาจึงเสนอ “กฎที่เรียบง่าย” ว่า “คุณต้องตัดสินใจให้ได้ภายในอายุ 18 ปีว่าคุณจะเล่นให้ประเทศใด นั่นคือทางออกที่ดีที่สุด และผมมั่นใจในสิ่งนี้อย่างแน่วแน่”

เฟลเลอร์ยังชี้ให้เห็นถึงความผิดหวังของสมาคมฟุตบอลต่าง ๆ ที่ลงทุนพัฒนาเยาวชนเพียงเพื่อเห็นนักเตะเลือกไปเล่นให้ประเทศอื่นในระดับทีมชุดใหญ่ ตัวอย่างเช่น อิบราฮิม มาซา กองกลางของไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ที่เคยสวมเสื้อเดเอฟเบในระดับ U18, U19 และ U20 แต่สุดท้ายเลือกเล่นให้ทีมชาติแอลจีเรีย ซึ่งเขาจะได้ลงแข่งขันในฟุตบอลโลก

สถานการณ์คล้ายกันอาจเกิดขึ้นกับ นิโคโล เทรโซลดี (คลับ บรูช) กองหน้าทีมชาติเยอรมนี U21 ที่มีสิทธิ์เล่นให้ทั้งอิตาลีหรืออาร์เจนตินา และ คาริม คูลิบาลี กองหลังแวร์เดอร์ เบรเมิน ที่เล่นให้เยอรมนีตั้งแต่ U17 แต่กำลังตกเป็นเป้าหมายของสมาคมฟุตบอลโกตดิวัวร์

ในกรณีของ จามาล มูเซียลา เดเอฟเบถือเป็นฝ่ายได้ประโยชน์

ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ ผู้จัดการทีมชาติเยอรมนี เคยถูกถามเมื่อเดือนพฤศจิกายนเกี่ยวกับกระแสที่นักเตะเปลี่ยนทีมชาติบ่อยครั้ง โดยเขามีท่าทีค่อนข้างผ่อนคลาย

“เราจะได้เห็นเรื่องแบบนี้บ่อยขึ้นในอนาคต” นาเกิลส์มันน์กล่าวถึงการที่มาซาเลือกเล่นให้แอลจีเรีย เขาเน้นย้ำว่าการตัดสินใจเช่นนี้ควรมาจากหัวใจ “ผมต้องการโน้มน้าวเฉพาะนักเตะที่รู้สึกจริง ๆ ว่าอยากเล่นให้เยอรมนี มิฉะนั้นมันไม่มีความหมาย หากมาซารู้สึกว่าหัวใจของเขาอยู่กับแอลจีเรีย ผมก็จะไม่ขัดขวาง มันคงน่าเสียดายที่เสียผู้เล่นพรสวรรค์แบบนั้นไป แต่การเล่นให้ชาติไม่ใช่แค่เรื่องฝีเท้า มันต้องมาจากความรู้สึกที่แท้จริง”

กรณีของ จามาล มูเซียลา ซึ่งขณะนี้เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดของเยอรมนี เดเอฟเบได้รับประโยชน์จากกฎที่อนุญาตให้เปลี่ยนทีมชาติหลังจากเล่นในระดับเยาวชน เพลย์เมกเกอร์ของบาเยิร์น มิวนิกรายนี้ใช้ชีวิตในอังกฤษมานานและเคยเล่นให้ทีมชาติอังกฤษในระดับ U15, U16, U17 และ U21 เพียงไม่กี่เดือนหลังจากลงสนามให้ทีมชาติอังกฤษชุด U21 ครั้งสุดท้าย มูเซียลา ซึ่งเป็นลูกของแม่ชาวเยอรมันและพ่อชาวไนจีเรีย ได้เลือกเล่นให้เดเอฟเบในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2021 ก่อนอายุครบ 18 ปีเล็กน้อย และลงเล่นนัดแรกในทีมชุดใหญ่ภายใต้การคุมทีมของโยอาคิม เลิฟ

เฟลิกซ์ เอ็นเมชา ที่เติบโตในอังกฤษก็เคยเล่นให้ทีมเยาวชนอังกฤษ (U16, U18 และ U19) ก่อนจะตัดสินใจเลือกเล่นให้เยอรมนีในเวลาต่อมา

โกตดิวัวร์เคยพยายามดึง โยนาธาน ทาห์ ไปเล่นให้ทีมชาติ

นอกจาก มูเซียลา และ เอ็นเมชา แล้ว ยังมีนักเตะอีกหลายคนในทีมชาติเยอรมนีชุดฟุตบอลโลกที่สามารถเลือกเล่นให้ประเทศอื่นได้ เช่น อเล็กซานดาร์ พัฟโลวิช (เซอร์เบีย), โยนาธาน ทาห์ (โกตดิวัวร์), เจมี ลูเวลิง (กานา) และ เดนิซ อุนดาฟ (ตุรกี)

ทาห์เปิดเผยว่า สมาคมฟุตบอลโกตดิวัวร์เคยติดต่อเขามาก่อน “มันเกิดขึ้นก่อนฟุตบอลโลกปี 2014 ตอนนั้นผมยังไม่ได้เล่นให้ทีมชาติเยอรมนี ผมอายุประมาณ 17 หรือ 18 ปีเมื่อพวกเขาติดต่อมา แต่ผมปฏิเสธอย่างรวดเร็ว และสองถึงสามปีต่อมาผมก็มาอยู่ที่นี่” กองหลังของบาเยิร์น มิวนิกกล่าว โดยเขามีบิดาเป็นชาวโกตดิวัวร์ และเมื่อมองไปถึงเกมรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลกที่จะพบกับทีมจากแอฟริกา เขากล่าวว่า “ผมมีรากเหง้าที่นั่นและรู้สึกผูกพันกับประเทศนั้น”

กองหลังจากเมืองฮัมบูร์กผู้นี้เติบโตขึ้นมาจากระบบเยาวชนของเดเอฟเบตั้งแต่ระดับ U16 และลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ครั้งแรกในเดือนมีนาคม ปี 2016 จนถึงปัจจุบันเขาลงเล่นไปแล้ว 45 นัด และคาดว่าจะได้จับคู่กับ นีโค ชลอทเทอร์เบ็ค จากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในแนวรับของทีมชาติเยอรมนีในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.