โลธาร์ มัทเธอุส ตำนานของสโมสรบาเยิร์น มิวนิค ออกมากล่าวชื่นชมแนวรุกของทีมในปัจจุบัน โดยเปรียบเทียบการทำงานร่วมกันของพวกเขาว่ามีความแม่นยำและประสานกันอย่างลงตัวราวกับนาฬิกาสุดหรูจากสวิตเซอร์แลนด์ อย่างไรก็ตาม เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์คนเก่ากล่าวเตือนว่าความเฉียบคมในแท็กติกเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะเอาชนะเรอัล มาดริด ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ที่กำลังจะมาถึง
นาฬิกาสวิสแห่งวงการฟุตบอลยุโรป
แชมป์บุนเดสลีกา บาเยิร์น มิวนิค เตรียมเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของเรอัล มาดริด ในเกมรอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรกของศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก คืนวันอังคารนี้ ก่อนถึงเกมใหญ่ดังกล่าว มัทเธอุสได้เขียนบทความเตือนทีมเสือใต้ โดยชี้ว่าพวกเขาต้องระวังความแข็งแกร่งของยักษ์ใหญ่จากสเปน พร้อมทั้งยกย่องบทบาทสำคัญของ แฮร์รี เคน, ไมเคิล โอลิเซ และ หลุยส์ ดิอาซ ว่าเป็นสามประสานที่สามารถพาบาเยิร์นกลับคืนสู่ความสำเร็จในยุโรปได้
ในคอลัมน์ล่าสุดของเขากับสื่อสกาย สปอร์ตส์ มัทเธอุสระบุว่า “ทีมแชมป์บุนเดสลีกามีเกมรุกที่พิเศษมากในฤดูกาลนี้ สำหรับผมแล้วมันเหมือนกับนาฬิกาสวิสที่ทุกส่วนเชื่อมต่อกันอย่างลงตัว มีการประสานงานอย่างแม่นยำของแต่ละชิ้นส่วน จนผลลัพธ์ที่ออกมาคือผลงานชิ้นเอกที่มีคุณภาพสูง ปีนี้กับการมี โอลิเซ, เคน, ดิอาซ, จามาล มูเซียลา, เลนนาร์ท คาร์ล และ แซร์จ นาบรี เป็นแนวรุก ถือว่าเป็นการผสมผสานของคุณภาพที่หลากหลายและน่าประทับใจ ในยุโรปตอนนี้มีเพียงบาร์เซโลนาที่สามารถเทียบชั้นได้ เพราะพวกเขามีเกมรุกที่หลากหลายเช่นกัน ทั้งสองทีมนี้มีแนวรุกที่แข็งแกร่งที่สุดในเวลานี้”
ความแข็งแกร่งทางจิตใจที่จำเป็นในถิ่นซานติอาโก เบร์นาเบว
แม้ว่าบาเยิร์นจะครองความยิ่งใหญ่ในประเทศ แต่การเผชิญหน้ากับเรอัล มาดริดในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ถือเป็นอีกบททดสอบหนึ่งโดยสิ้นเชิง มัทเธอุสเตือนว่าความยิ่งใหญ่ของทีมจากสเปนและบรรยากาศในสนามเหย้าอันทรงพลังอาจทำให้คู่แข่งที่ไม่มีความมั่นคงทางจิตใจต้องพ่ายแพ้ได้ สำหรับตำนานเสือใต้รายนี้แล้ว กลยุทธ์ทางแท็กติกเป็นเพียงส่วนรองจากการต่อสู้ทางจิตใจที่นักเตะจะต้องเผชิญในกรุงมาดริด
มัทเธอุสอธิบายว่า “ในมุมมองของผม ที่มาดริด สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่เรื่องของผู้เล่นแต่ละคน แต่คือเรื่องของ ‘สภาพจิตใจของทีม’ บาเยิร์นต้องรักษาความสงบและมีสมาธิ เพราะในเบร์นาเบวมีมนต์ขลังบางอย่างที่หลายทีมเคยสัมผัสมา โดยเฉพาะในศึกแชมเปียนส์ลีก แม้สถานการณ์ในลีกสเปนหรือความพ่ายแพ้ของเรอัล มาดริดต่อมายอร์ก้าจะไม่ส่งผลใด ๆ เพราะแชมเปียนส์ลีกคือเวทีที่แตกต่าง และบาเยิร์นต้องเตรียมจิตใจให้พร้อมในช่วงเวลาสำคัญที่สุด”
ความสามัคคีเหนืออัตตาในทีมระดับท็อป
อีกประเด็นหนึ่งที่มัทเธอุสมองว่าบาเยิร์นมีความได้เปรียบชัดเจนคือบรรยากาศภายในทีม ภายใต้การคุมทีมของ แว็งซ็อง กอมปานี ทีมดูเหมือนจะหลุดพ้นจากความขัดแย้งภายในที่เคยเกิดขึ้นในบางฤดูกาลก่อนหน้านี้ ความรู้สึกของการรวมพลังเป็นหนึ่งเดียวปรากฏให้เห็นได้ชัดในช่วงเฉลิมฉลองของนักเตะดาวรุ่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความกลมเกลียวที่อาจจะขาดหายไปในทีมเรอัล มาดริด ที่เต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์
เจ้าของแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1990 กล่าวเพิ่มเติมว่า “ผมมองว่าบาเยิร์นเป็นทีมเต็งที่จะผ่านเข้ารอบ ทีมของแว็งซ็อง กอมปานีแสดงภาพลักษณ์ที่มั่นคงกว่า โดยเฉพาะในแง่ของภาษากาย ไม่มีความอิจฉาริษยาซึ่งอาจเคยเป็นปัญหาในอดีต ตอนนี้สโมสรบาเยิร์นเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างแท้จริง คุณเห็นได้อีกครั้งในเกมกับไฟร์บวร์กที่นักเตะทุกคนร่วมกันฉลองประตูของคาร์ลอย่างอบอุ่น ทีมนี้ไม่ได้ประกอบด้วยคนที่เห็นแก่ตัว ขณะที่ในเรอัล มาดริด มักมีปัญหาเรื่องอัตตาและความรู้สึกของการร่วมมือกันที่ยังดูไม่มั่นคง”
ปัจจัยสำคัญชื่อ แฮร์รี เคน
ก่อนเกมจะเริ่มเพียง 24 ชั่วโมง ยังมีข้อสงสัยว่า เคน จะได้ลงสนามเป็นตัวจริงหรือไม่ กัปตันทีมชาติอังกฤษยังคงอยู่ในช่วงฟื้นฟูอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า ซึ่งทำให้เขาพลาดการลงเล่นในเกมอุ่นเครื่องทีมชาติพบอุรุกวัยและญี่ปุ่น รวมถึงเกมบุนเดสลีกาที่พบไฟร์บวร์ก แม้กอมปานีและเพื่อนร่วมทีมอย่าง โยชัว คิมมิช จะมั่นใจว่าเขาจะพร้อมลงสนาม แต่มัทเธอุสเชื่อว่าบาเยิร์นยังคงมีโอกาสแม้จะไม่มีเขาในเกมนี้
มัทเธอุสสรุปว่า “ในเกมที่มาดริด แฮร์รี เคน น่าจะกลับมามีชื่อในทีมหลังจากอาการบาดเจ็บเล็กน้อย บาเยิร์นพิสูจน์ให้เห็นแล้วในเกมกับไฟร์บวร์ก รวมถึงเกมก่อนหน้านั้นหลายเกมว่าพวกเขาสามารถเล่นได้ดีแม้ไม่มีเขา แต่การมี เคน อยู่ในสนามถือว่าสำคัญมาก ในเกมใหญ่ คุณต้องมีนักเตะใหญ่ในสนาม และเกมวันอังคารนี้ก็เป็นหนึ่งในเกมแบบนั้น การมี เคน อยู่ในสนามไม่เพียงสำคัญต่อทีมของตัวเองเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อคู่แข่งที่รู้ดีถึงความเฉียบคมและศักยภาพในการทำประตูของเขา”