
กระทรวงการคลังยอมถอยแผน “รถเก่าแลกรถใหม่” หลังติดปัญหาการบริหารจัดการซากรถยนต์และแบตเตอรี่เก่า หวั่นโครงการไม่ตอบโจทย์ในทางปฏิบัติ พร้อมสั่งกรมสรรพสามิตเร่งศึกษาโครงการใหม่ภายใต้กรอบงบ 2 แสนล้านบาท เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและยานยนต์รักษ์โลก
คลังรับ “รถเก่าแลกรถใหม่” ยังไปต่อยาก
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้มอบหมายให้กรมสรรพสามิตเร่งจัดทำข้อเสนอ “โครงการใหม่” เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ แทนโครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่” ที่ยังติดปัญหาสำคัญด้านการบริหารจัดการซากรถยนต์เก่า

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง
โดยยอมรับว่า ปัญหาหลักอยู่ที่ความไม่ชัดเจนในการกำจัดและบริหารซากรถยนต์ รวมถึงแบตเตอรี่เก่า ซึ่งอาจทำให้โครงการไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพในทางปฏิบัติ
ผู้ผลิตรถต้องรับผิดชอบซากรถเอง
ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า แนวคิดของโครงการเดิมกำหนดให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ต้องรับรถเก่าคืนกลับไปบริหารจัดการเอง ไม่ใช่ผลักภาระให้ภาครัฐ เนื่องจากหากบริษัทสามารถขายรถใหม่ได้ ก็จำเป็นต้องมีความรับผิดชอบต่อซากรถยนต์เก่าที่เข้าสู่ระบบด้วย
“หากผู้ประกอบการไม่ให้ความร่วมมือ โครงการนี้ก็คงเกิดขึ้นไม่ได้ง่าย ๆ เพราะต้องมีความชัดเจนว่าจะนำรถเก่าไปจัดการอย่างไร รวมถึงแบตเตอรี่ด้วย” นายลวรณ กล่าว
ห่วงซากรถ-แบตเตอรี่ กลายเป็นภาระรัฐ
กระทรวงการคลังมองว่า รถยนต์เก่าที่เข้าร่วมโครงการจะต้องมีแนวทางจัดการที่ชัดเจน เช่น
- รถที่ยังใช้งานได้ อาจส่งออกไปยังประเทศที่ 3
- รถที่หมดสภาพ ต้องมีระบบกำจัดซากอย่างถูกต้องตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อม
- แบตเตอรี่เก่าต้องมีระบบรีไซเคิลและกำจัดที่ปลอดภัย
ทั้งนี้ หากไม่มีแผนบริหารจัดการครบวงจร อาจทำให้ภาครัฐต้องแบกรับต้นทุนและปัญหาสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
สั่งสรรพสามิตเร่งหา “แผนใหม่” ดันพลังงานสะอาด
สำหรับแนวทางใหม่ที่กรมสรรพสามิตกำลังเร่งศึกษา จะต้องเป็นมาตรการที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยมากกว่าเดิม และตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โครงการดังกล่าวจะอยู่ภายใต้ “แผนงานที่ 2” ของ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งจัดสรรวงเงินไว้ 2 แสนล้านบาท สำหรับการปรับโครงสร้างด้านพลังงานและสนับสนุนยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
แข่งเวลาเสนอโปรเจ็กต์ใหม่ ชี้งบมีจำกัด
นายลวรณ ระบุเพิ่มเติมว่า หลายหน่วยงานอยู่ระหว่างศึกษาและเสนอแนวทางโครงการใหม่เช่นกัน โดยโครงการใดมีความพร้อมและเสนอได้ก่อน ก็มีโอกาสได้รับการพิจารณาก่อน เนื่องจากวงเงินงบประมาณมีจำกัด
กระทรวงการคลังจึงต้องการให้ทุกหน่วยงานเร่งสรุปข้อเสนอที่มีประสิทธิภาพและสามารถดำเนินการได้จริงโดยเร็วที่สุด