กองกลางชาวสเปนรายนี้ถูกจับโยกไปเล่นในตำแหน่งกองหน้าในหลายโอกาสให้กับสโมสรอาร์เซนอล นับตั้งแต่เขาย้ายมาร่วมทีมในปี 2024 ที่สนามเอมิเรตส์ สเตเดียม
เมื่ออาร์เซนอลตัดสินใจเซ็นสัญญากับมิเกล เมรีโน จากเรอัล โซเซียดัด ด้วยค่าตัว 31 ล้านปอนด์ หลังจากทีมชาติสเปนคว้าแชมป์ยูโร 2024 พวกเขาเชื่อว่ากำลังได้หนึ่งในมิดฟิลด์ที่ครบเครื่องที่สุดในโลกฟุตบอลมาร่วมทีม
นักเตะชาวบาสก์รายนี้ย้ายมาสู่เอมิเรตส์ในช่วงที่อยู่ในวัยทองของอาชีพ โดยมีชื่อเสียงในด้านเทคนิค ความฉลาดในการอ่านเกม และความสามารถในการควบคุมจังหวะการเล่นจากแดนกลาง
อาร์เซนอลคาดหวังว่าเขาจะเป็นชิ้นส่วนสำคัญในการต่อยอดสู่การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก แต่สิ่งที่พวกเขาไม่ได้ตั้งใจไว้เลยคือการให้เมรีโนลงเล่นในตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้าในลีกสูงสุดอังกฤษ
ด้วยความสามารถรอบด้านของเมรีโน เขาจึงกลายเป็นนักเตะในฝันของผู้จัดการทีม และในมือของมิเกล อาร์เตตา เขาได้เจอกับโค้ชที่พร้อมจะคิดนอกกรอบ
“ผู้จัดการทีมของเราพิเศษมากในแง่ของการสื่อสารแนวคิดและความหลงใหลของเขา” เมรีโนเปิดใจกับนิตยสาร FourFourTwo “มันเป็นสองฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมมากที่นี่ ผมได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มากมายจากมิเกล เขาเปิดโลกด้านแท็กติกให้ผมอีกหลายอย่าง”
หนึ่งในสิ่งใหม่ที่เขาพูดถึงคือการถูกโยกไปเล่นในตำแหน่งกองหน้า ซึ่งเป็นบทบาทที่เขาไม่เคยรับมาก่อน “มันเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว ตอนที่เราไปดูไบเพื่อเก็บตัวในช่วงพักหนาว” เขาเล่าย้อนความหลัง “ตอนนั้นมีนักเตะบาดเจ็บหลายคน และเมื่อกลับมาเราก็ไม่มีทางเลือกอื่น”
“ผมเห็นข่าวในโซเชียลว่าผมจะได้ลงเล่นเป็นกองหน้าในเกมต่อไปกับเลสเตอร์ ผมยังหัวเราะเลยว่า ‘คนพวกนี้พูดเรื่องไร้สาระอะไรเนี่ย’ ผมไม่เคยเล่นตรงนั้นมาก่อน และก็ไม่ได้คาดคิดเลยว่าจะต้องทำจริงๆ แต่ก่อนเกมหนึ่งในทีมสตาฟฟ์โค้ชของอาร์เซนอลมาบอกผมว่า ‘เรามีแผนจะให้คุณเล่นข้างหน้า แต่ไม่ใช่ในฐานะศูนย์หน้าแท้ๆ คุณจะยังคงเล่นในแบบมิดฟิลด์แต่ยืนสูงที่สุดในสนาม อย่าคิดว่าต้องเป็นกองหน้าเต็มตัว’”
“มันก็เลยเกิดขึ้นแบบนั้น ผมถูกส่งลงสนามในช่วง 20 นาทีสุดท้าย ตอนนั้นทีมต้องการประตู และผมก็ยิงได้สองลูก ที่เหลือก็กลายเป็นประวัติศาสตร์ไปแล้ว” เขากล่าวพร้อมยิ้ม
สิ่งที่เริ่มต้นจากความจำเป็นกลับกลายเป็นสิ่งที่เกิดซ้ำบ่อยขึ้น “ผมคิดว่าผมมีลักษณะบางอย่างที่เหมาะกับการเป็นกองหน้าที่ดี” เขากล่าวต่อ “แม้ผมจะไม่ใช่นักเตะที่มีความเร็วสุดขีดในการหลุดแนวรับ แต่ผมฉลาดพอที่จะรู้ว่าควรอยู่ตรงไหนในกรอบเขตโทษ มันคือศิลปะของการอ่านเกมเล็กๆ น้อยๆ แล้วเคลื่อนไหวให้ถูกจังหวะ”
ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม เขาทำได้สองประตูและจ่ายสามแอสซิสต์จากการลงเล่นในตำแหน่งกองหน้า 5 นัดในพรีเมียร์ลีก ก่อนจะกลับไปเล่นมิดฟิลด์เมื่อวิคเตอร์ เกียเกอร์เรส ฟิตสมบูรณ์กลับมา จากนั้นเขาต้องพักยาวในช่วงปลายเดือนมกราคมเพราะอาการบาดเจ็บที่เท้าและต้องเข้ารับการผ่าตัด
“ตอนที่ผมบาดเจ็บมันเครียดมาก เพราะเป็นอาการที่หายากจนแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ยังหาสาเหตุไม่ได้” อดีตกองกลางของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์กล่าว “ผมกังวลว่าจะพลาดฟุตบอลโลก แต่โชคดีที่ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นมากแล้ว”
เมรีโนสามารถกลับมาลงสนามได้อีกครั้งในฐานะตัวสำรองในเกมสุดท้ายของฤดูกาลที่เซลเฮิร์สต์ พาร์ค ซึ่งอาร์เซนอลฉลองการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ทำให้เขาได้รับไฟเขียวให้กลับไปมีบทบาทสำคัญกับทีมชาติสเปนของหลุยส์ เด ลา ฟวนเต ในช่วงซัมเมอร์นี้
ระหว่างรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก เมรีโนทำได้ถึงหกประตูจากหกนัด รวมถึงการทำแฮตทริกในเกมที่เอาชนะตุรกี 6-0 “ในเกมนั้นรู้สึกเหมือนทุกครั้งที่ผมสัมผัสบอล มันจะสร้างโอกาสได้เสมอ” เขายิ้ม “แม้แต่การจ่ายสั้นๆ ในแดนกลางก็กลายเป็นจังหวะสวนกลับได้ ผมคิดว่าการได้ลองเล่นเป็นกองหน้ากับอาร์เซนอลช่วยให้ผมเข้าใจมากขึ้นว่าต้องทำอย่างไรเมื่ออยู่ใกล้กรอบเขตโทษ – ศิลปะของการส่งบอลเข้าประตู”
เอด แมคแคมบริดจ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโส