ใกล้ถึงการเปิดฉากการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 แต่กระแสความตื่นเต้นของทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลระดับโลกครั้งนี้กลับดูไม่คึกคักเหมือนในอดีตที่ผ่านมา
ในอดีต ช่วงก่อนฟุตบอลโลกจะเริ่มขึ้น หลายชุมชนมักจะตกแต่งพื้นที่ของตนด้วยธงประเทศต่าง ๆ ที่เข้าร่วมแข่งขัน และบรรยากาศก็เต็มไปด้วยการพูดคุยเรื่องฟุตบอลในทุกมุมของหมู่บ้านหรือร้านกาแฟ
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันความคึกคักนั้นดูจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงในเมืองมาลังซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีวัฒนธรรมฟุตบอลเข้มแข็ง
ลูลุก ดวี กูมาลาซารี อาจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยมูฮัมมาดียะห์ มาลัง (UMM) มองว่าการเปลี่ยนแปลงนี้มีความเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมจากเทคโนโลยีดิจิทัลที่เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อพฤติกรรมการบริโภคข้อมูลและความบันเทิงของผู้คน
เธอกล่าวว่า ปัจจุบันสังคมอยู่ในยุคดิจิทัลที่รูปแบบการเสพสื่อมีความรวดเร็วและแตกกระจายเป็นส่วนย่อย ๆ มากขึ้น
ลูลุกอธิบายว่า “ในอดีต การดูฟุตบอลเป็นกิจกรรมร่วมกัน คนจะยอมอดหลับอดนอนเพื่อดูการแข่งขันพร้อมกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง แต่ตอนนี้คนส่วนใหญ่แค่ต้องการรู้ผลสุดท้ายเท่านั้น” เธอกล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2026
เธอกล่าวต่อว่า คนรุ่นใหม่มักไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการดูเกมแบบเต็มเวลาอีกต่อไป
“เดี๋ยวนี้ผู้คนต้องการความสะดวก รวดเร็ว แทนที่จะดูการแข่งขันเต็ม 90 นาที พวกเขาเลือกดูแค่ผลสกอร์หรือคลิปไฮไลต์เท่านั้น รูปแบบการบริโภคข้อมูลเปลี่ยนไปแล้ว” เธอกล่าว
นอกจากนี้ การมาถึงของความบันเทิงรูปแบบดิจิทัลที่หลากหลาย เช่น เกมออนไลน์ สื่อสังคมออนไลน์ และการออกไปพบปะเพื่อนฝูง ก็ยิ่งทำให้ความสนใจของคนรุ่นใหม่ต่อฟุตบอลลดลง
นอกจากเทคโนโลยีแล้ว ลูลุกยังชี้ว่าความแตกต่างของเขตเวลาเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ความสนใจฟุตบอลโลกลดลง เนื่องจากการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 จะจัดขึ้นในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก
การแข่งขันส่วนใหญ่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงดึกตามเวลาอินโดนีเซีย ซึ่งตรงกับเวลาพักผ่อนของผู้คนที่ต้องทำงานในวันถัดไป
“ปัจจุบันงานมีความกดดันสูง หลายคนจึงเลือกพักผ่อนเพื่อรักษาสภาพร่างกายให้พร้อมสำหรับวันทำงานมากกว่าที่จะอดนอนดูบอล” เธอกล่าวเสริม
ในอีกมุมหนึ่ง ลูลุกยังมองว่ามีปัจจัยทางจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับความผิดหวังร่วมกันของประชาชนต่อผลงานของทีมชาติ
เธอกล่าวว่าการที่ทีมชาติอินโดนีเซียยังไม่ประสบความสำเร็จในระดับโลก ทำให้ประชาชนรู้สึกไม่ผูกพันทางอารมณ์กับการแข่งขันฟุตบอลโลกมากนัก
ดังเช่นในรอบคัดเลือกโซนเอเชีย ฟุตบอลโลก 2026 ที่ทีมชาติอินโดนีเซียต้องหยุดอยู่เพียงรอบที่สี่ ทั้งที่แฟนบอลต่างคาดหวังให้ เจย์ อิดเซส และเพื่อนร่วมทีมสามารถผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของฟุตบอลโลกได้
“บางทีความผิดหวังที่ทีมชาติยังไปไม่ถึงระดับนั้นก็ทำให้ผู้คนหันไปสนใจลีกภายในประเทศหรือฟุตบอลอาเซียนที่ใกล้ตัวมากกว่า” เธอกล่าว
ลูลุกยังกล่าวถึงภาวะเศรษฐกิจที่มีส่วนทำให้ความตื่นตัวของประชาชนลดลงอีกด้วย
ภาวะค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นและแรงกดดันทางเศรษฐกิจทำให้ผู้คนหันมาโฟกัสกับความต้องการพื้นฐานในชีวิตประจำวันมากกว่าการติดตามการแข่งขันระดับโลก
“ค่าเงินดอลลาร์ที่พุ่งสูงและภาระทางเศรษฐกิจส่งผลให้ผู้คนให้ความสำคัญกับการดำรงชีวิตมากกว่าร่วมในกระแสความตื่นเต้นของฟุตบอลโลก” เธอกล่าว
นอกจากนี้ ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ก็อาจมีอิทธิพลต่อความสนใจของประชาชนเช่นกัน
การที่ฟุตบอลโลก 2026 จัดขึ้นในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมักตกเป็นประเด็นในทางการเมืองระดับโลก อาจทำให้บางกลุ่มรู้สึกเฉยเมยต่อการแข่งขัน
“บางคนคำนึงถึงประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์และสิทธิมนุษยชน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็สามารถส่งผลต่อความสนใจของพวกเขาได้เช่นกัน” เธอกล่าวเพิ่มเติม
เพื่อฟื้นคืนบรรยากาศความตื่นเต้นของฟุตบอลในสังคม ลูลุกเสนอว่าควรมีการสนับสนุนจากภาครัฐและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในวงการกีฬาอย่างจริงจัง
หนึ่งในแนวทางที่สำคัญคือการมอบรางวัลและการยกย่องนักกีฬาที่สร้างชื่อเสียง เพื่อให้ประชาชนเห็นว่าความสำเร็จทางกีฬาได้รับการให้คุณค่าอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ การประชาสัมพันธ์ฟุตบอลควรปรับให้เข้ากับยุคสมัย โดยใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลและสื่อสังคมออนไลน์ที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ง่าย
“ในยุคดิจิทัล การส่งเสริมและสื่อสารควรใช้สื่อที่ผู้คนใช้งานอยู่จริงในชีวิตประจำวัน” เธอกล่าว
“แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสร้างผลงานที่จับต้องได้ เพื่อให้สังคมรู้สึกภาคภูมิใจและกลับมามีความกระตือรือร้นอีกครั้ง” เธอสรุป