ศรีสุวรรณ ร้องไต่สวนเอาผิด ชัชชาติ ปล่อยให้อากง วิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งข้าราชการระดับสูง กทม. ใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายหรือไม่
นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้มายื่นคำร้อง ขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิด นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯ กทม. กรณีถูก 2 นักการเมืองกล่าวหาว่าปล่อยให้อากง วิ่งเต้นซื้อ-ขายตำแหน่งข้าราชการระดับสูงของ กทม. เข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายหรือไม่
สืบเนื่องจากกรณี นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต สส.กทม. พรรคเพื่อไทย เปิดประเด็นในรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ในช่วงเช้าวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า ในการแต่งตั้งโยกย้ายผู้อำนวยการเขต ผู้ตรวจราชการ หรือเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ กทม. มีคนทำงานหลังบ้านให้กับนายชัชชาติ คือ เสี่ย ต. กับเสี่ย ป. มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายข้าราชการได้ และคุมงบประมาณใหญ่ๆ ด้วย
มีส่วยในหน่วยงานต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย รวมทั้งมีการใช้เต้าไต่ ในการแต่งตั้งโยกย้าย-ซื้อขายเก้าอี้กันด้วย กระทั่งนายจิรายุเอาหนังสือที่มีคนเขียนมาร้องเรียนเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ การนั่ง ผอ.เขตไวผิดสังเกต มาเผยแพร่ในโซเชียลเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากในขณะนี้
กรณี นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานพรรคเศรษฐกิจ เปิดแถลงข่าว “เปิดปฏิบัติการทุบ! ระบอบอากง เปิดแผลทุจริต กทม.” โดยตั้งข้อสังเกตว่าใครเป็นผู้บริหาร กทม.ที่แท้จริงระหว่างนายชัชชาติ หรือบุคคลที่พรรคเรียกว่า อากง ซึ่งเป็นข้าราชการการเมืองที่ได้รับการแต่งตั้ง พร้อมอ้างว่ายังมีบุคคลอีกคนหนึ่งซึ่งพรรคใช้ชื่อย่อว่า ป.ร. เป็นกลไกสำคัญในเครือข่ายเพื่อรองรับการเจรจาวิ่งเต้นเรียกรับผลประโยชน์ในการซื้อ-ขายตำแหน่งกันในตัวเลขระดับ 4 ล้าน
ตามข้อกล่าวหาของ 2 นักการเมืองดังกล่าว น่าจะมิใช่เพียงการดิสเครดิตกันธรรมดาในช่วงฤดูการหาเสียงเลือกตั้ง หากแต่ข้อมูลที่ทั้งสอง นำเสนอนั้น ย่อมชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติ และข้อพิรุธของนายชัชชาติว่า จะมีฐานของข้อเท็จจริงมากเพียงใด
โดยเฉพาะเป็นเรื่องที่เข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 (เรื่องรับสินบน) ซึ่งชอบที่ ป.ป.ช. ซึ่งมีอำนาจหน้าที่โดยตรง ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 จะใช้อำนาจตามกฎหมาย เรียกนักการเมืองทั้ง 2 คน พร้อมพยานหลักฐานที่ใช้แถลงข่าวมาสอบเพิ่ม
รวมทั้งเรียกผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดมาสอบ เพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยว่า การกระทำของนายชัชชาติ อากง และ ป.ร. เข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายหรือไม่ต่อไป
ข่าวล่าสุด