พรรคประชาชนแท็กทีมบี้ TH-AI passport กังขาแก้เอกสารสเปกใหม่
June 16, 2026 05:50 AM

พรรคประชาชนแท็กทีมบี้ TH-AI passport “เท้ง” ซัด รัฐบาลทำธุรกิจการเมือง  ส่วน “ไอซ์” เปิดหลักฐานใหม่จ่อยื่น ป.ป.ช. พบบริษัทหนึ่งทำ TOR ก่อนเริ่มเปิดประมูล ด้าน “ธีระชาติ” กังขาแก้เอกสารสเปกใหม่

วันที่ 15 มิ.ย. 2569 ภายหลังการประชุม ครม.เงา พรรคประชาชนเสร็จสิ้น ที่ประชุมแถลงผลสรุปข้อเสนอและความเห็นนำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่าวันนี้จะมีการเปิดเผยข้อมูลที่ไม่ได้เปิดที่ใดมาก่อน จะแสดงให้เห็นเหตุบังเอิญพลัส ที่ชี้ให้เห็นว่าทางฝั่งรัฐบาล มีความสัมพันธ์ผลประโยชน์ทับซ้อนที่มีการตั้งคำถามตั้งข้อพิรุธและตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการทำธุรกิจการเมืองหรือไม่

งง เปลี่ยนแปลงสเปกไปมา

นายธีระชาติ ต่อตระกูล ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า จากการรับฟังความคิดเห็นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเวลาไม่มีมากพอ ยังคงมีคำถามที่ต้องการคำตอบ 3 คำถาม เรื่องรายละเอียดของโทเคน, TOR มีปัญหาเยอะด้านรายละเอียด, และ TOR ระบุใช้ได้ 500,000 คนต่อชั่วโมง แต่ข้อมูลที่ปลัดกระทรวงดีอีแจงคือ 5 ล้านคน ต่อวินาที จึงต้องการคำยืนยันว่าสามารถเปลี่ยน TOR ได้ตามใจใช่หรือไม่

และการจัดซื้อจัดจ้างที่ผ่านมามีประสิทธิภาพมากเพียงพอหรือไม่ ทำให้ผู้ชนะงาน สามารถปรับสเปกไปมาทำให้ต้นทุนเปลี่ยนตามที่กระทรวงต้องการโดยไม่มีข้อจำกัดใด และกรอบเวลาที่กำหนดในการรับฟังความเห็นโครงการบังคับให้ลงทะเบียนภายใน 30 วัน แต่เห็นว่าการทำงานในโครงการ 1,621 ล้านบาท เป็นไปไม่ได้ที่จะทำภายใน 30 วัน

โดยมีเอกสารอีกชุดหนึ่งเป็นรายละเอียดการเสนอโครงการ TH-AI passport เสนอ ครม. เศรษฐกิจ 10 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งยังไม่มี 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ เมื่อเข้า ครม. ขณะนั้นระบุให้ลงทะเบียนภายใน 90 วัน แต่เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม นำ TOR ไปทำประชาพิจารณ์ลดเหลือ 30 วัน และการเริ่มให้บริการจากเดิมกำหนด 120 วันลดเหลือเพียง 90 วัน แสดงให้เห็นว่าช่วงเวลามีจำกัดที่ต้องเริ่มโครงการโดยเร็ว และประเด็นที่สังคมพูดถึงเยอะคือจอในโฆษณาร้านสะดวกซื้อ ไม่มีเอกสารใน ครม.เศรษฐกิจ เมื่อทำประชาพิจารณ์กลับมีข้อมูล TOR กลับมีการระบุเรื่องโฆษณาในร้านสะดวกซื้อเพิ่มมา จึงถามว่าเหตุใดจึงมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดใน TOR ในช่วงเวลาที่ทราบว่าจะเป็นรัฐมนตรีรักษาการ

“เจอไทม์ไลน์ที่สงสัย เจอวันที่สำคัญวันหนึ่ง ก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลงมีอะไรที่เปลี่ยนไป วันที่ 12 ธันวาคม 2568 วันยุบสภาในรัฐบาลที่แล้ว แสดงให้เห็นว่าการกำหนดช่วงเวลาที่มีจำกัดน่าสงสัยว่าเกิดจากอะไร ทำไมปรับแก้เอกสารที่เคยเสนอเข้า ครม. เศรษฐกิจ มาสู่สเปกใหม่ ที่อาจเป็นรัฐบาลรักษาการ จึงเป็นคำถามที่ฝากถามรัฐมนตรี” นายธีระชาติกล่าว

ซัดทำวันนี้ เสร็จตั้งแต่ปีที่แล้ว

นางสาวรักชนก ศรีนอก สส. พรรคประชาชน ย้ำว่ารัฐบาลจะต้องยกเลิกโครงการดังกล่าว เพราะไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับอนาคต AI หรือความคุ้มค่า นอกเหนือจากสเปกที่ส่อว่าจะล็อกไว้ใน TOR พร้อมอธิบายสไลด์ที่เป็นหลักฐานที่อธิบายว่า “ทำวันนี้เสร็จตั้งแต่ปีที่แล้ว” โดยหยิบยกเอกสารนำเสนอของ Human Intelligence ซึ่งระบุไทม์ไลน์การทำงานของบริษัทตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 และมีคำว่า TH-AI passport ซึ่งในวันดังกล่าวยังไม่ทราบว่าจะมีโครงการนี้เกิดขึ้นในภาครัฐ

 

โดยโฟกัสที่สไลด์ของบริษัทอักษรย่อ B ซึ่งโครงการเริ่มทำประชาพิจารณ์ 15 ธันวาคม 2568 และเริ่มเปิดให้มีการประมูลเสนอ TOR ต่อสาธารณะ ปลายเดือนธันวาคม ซึ่งถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ 27 ตุลาคม 2568 ซึ่งหมายความว่าเขารู้แล้วว่าจะได้รับการประมูลโครงการ TH-AI passport แต่โครงการนี้เริ่มประมูลปลายเดือนธันวาคม “ แปลว่าที่เราตั้งข้อสังเกตกันมาตลอดเวลาว่าผู้รับเหมาเค้ารู้อยู่แล้วว่าเค้าได้งาน 30 วันในระยะการประมูลมันไม่ทัน คือหลักฐานที่เขาทำงานกันมาก่อน ก่อนหน้าที่จะรู้ว่าได้ทำการประมูลแล้ว” นางสาวรักชนกกล่าว

 

นางสาวรักชนก ยังอ้างถึงรายชื่อที่คาดขาวปิดไว้ว่าเป็นชื่อของบุคคลที่ทำโครงการดังกล่าวและปัจจุบันยังอยู่ในบริษัท B โดยเฉพาะมีการเทสต์ระหว่างประมูลซึ่งหมายความว่าบริษัทดังกล่าวรู้ตัวอยู่แล้วก็คือผู้ชนะการประมูลตัวจริง ที่ปลัดกระทรวงดีอีเคยบอกเอาไว้ว่าหากมีข้อมูลหลักฐานในทางทุจริต จะยกเลิกโครงการ ซึ่งเชื่อว่าทั้งหมดนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าโครงการนี้ส่อไปในทางไหน ไม่ใช่แค่ล็อคสเปกอย่างเดียว แต่เริ่มทำตั้งแต่ปีที่แล้ว

เรียกร้องทบทวนทีโออาร์

นางสาวรักชนก ระบุด้วยว่า ทั้งหมดที่เปิดวันนี้ได้รับความร่วมมือจากผู้หวังดีที่ทำโครงการนี้ แต่ไม่ต้องการให้โครงการนี้เดินหน้าต่อให้ถูกพับไป หรือไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการขโมยอนาคตของอุตสาหกรรมนี้และขโมยอนาคตของคนในวงการไอทีทั่วประเทศ เพราะการล็อกว่าใครเป็นผู้ชนะ แล้วไม่มีการแข่งขันคือการขโมยอนาคตของคนในวงการนี้ทั้งประเทศ เอาไปไว้อยู่ที่คนกลุ่มเดียว นี่คือโครงการ TH-AI passport ที่เชื่อมให้เห็นแล้วว่ามีบางส่วนที่มีทีโออาร์ที่ทับซ้อนกับโครงการเนชันนอลเครดิตแบ้งค์ และยังมีอีก 2 โครงการ สกิลเครดิตพอร์ตโฟลิโอ อยู่ใน ก.อว. กับ ก.ศธ. ทั้งโครงการประมาณ 10,000 ล้านบาท ที่ทำเสร็จไปแล้วประมาณ 2,000 ล้าน

 

นางสาวรักชนกขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีทั้ง 2 ท่าน ซึ่งทาง อว. ทบทวน TOR แล้ว และ สพฐ. ถ้าชัดเจนขนาดนี้ไม่สามารถที่จะนิ่งเฉยได้ ต้องทบทวน TOR โดยด่วน หรือให้พับโครงการนี้ไปก่อนและตั้งงบประมาณในปีถัดไป ซึ่งหลักฐานที่เปิดวันนี้เป็นหลักฐานใหม่ล่าสุดที่ไม่เคยเปิดที่ใดมาก่อน ว่าโครงการดังกล่าวไม่ได้ส่อทุจริตเท่านั้น แต่เป็นเช่นนั้นจริงๆ เรียกร้องให้ทบทวนและพับโครงการนี้ และจะนำหลักฐานในวันนี้ไปยื่น ป.ป.ช.

จี้ยุบโครงการ ให้คนไทยทำ

ด้าน นายภาวุธ พงษ์วิทยาภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงข้อเสนอของพรรคประชาชน หากยุบโครงการ TH-AI Passport จำนวนงบประมาณ 1,600 ล้าน เป็นจำนวนที่เยอะมาก หากเงินส่วนนี้นำกลับมาสนับสนุนอุตสาหกรรม เทคโนโลยีในประเทศไทยจะเปลี่ยนจากผู้เช่าใช้มาสร้างโครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุน AI ในประเทศไทยที่มีอยู่แล้วหลายเจ้า และเรามี AI ของเราอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมางบเหล่านี้ควรที่จะสนับสนุนคนไทย ทั้งนี้ AI ต่างชาติเราก็ต้องใช้ แต่การซื้อผ่านตัวกลางเราไม่เห็นด้วย เห็นว่าควรจะต้องมีการติดต่อแบบจีทูจีรัฐบาลกับรัฐบาลคุยกัน เพื่อสามารถดึงผลประโยชน์ ความร่วมมือจากบริษัทต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย

 

นอกจากนี้ต้องสร้างทักษะเรื่องคนที่เป็นสิ่งสำคัญมากประกอบด้วยกลุ่มคนทั่วไปที่รัฐบาลที่แล้ว จับมือร่วมกับ Gemini Google เอา AI มาให้ใช้ฟรี ฉะนั้นวิธีนี้เป็นวิธีการที่ทำได้ดีและเป็นวิธีที่ดีที่สุด และเราจะมีการร่วมมือกับบริษัท AI อื่น ๆ เพื่อดึงความสามารถและเทคโนโลยี มาใช้กับประชาชนทั่วไป ส่วนที่ยังละเลยอยู่คือ SME บริษัทสตาร์ทอัพควรทำคูปองดิจิทัลแจกให้อบรมเรียนรู้ และนำ AI ไปใช้ต่อ นอกจากนี้ควรนำ AI ไปใช้กับภาครัฐ ทำอย่างไรให้รัฐมีประสิทธิภาพมากขึ้น โปร่งใสมากขึ้น เอา AI มาจับโกง เช่นโครงการของกรุงเทพ ก็นำเรื่องพวกนี้มาใช้และพยายามผลักดันให้เป็นรัฐแพลตฟอร์มใช้เทคโนโลยีมาช่วยให้รัฐมีความสามารถมากขึ้น

 

ทั้งนี้ต้องสร้างอาชีพดิจิตอลต้องผลักดันให้บริษัทต่าง ๆ เข้ามาเปิดในประเทศไทยผ่านกลไก BOI เกิดการจ้างงานคนอาชีพดิจิตอลมากขึ้น อย่างไรก็ตามโครงการ TH-AI Passport เป็นเพียงแค่โครงการเล็ก ๆ ต่อไปจะเห็นโครงการ AI ที่มากขึ้นกว่านี้อีกเยอะ และเป็นโครงการที่สามารถสูบงบประมาณของภาครัฐออกไปได้เยอะ จึงเสนอให้กระทรวงดีอี จากที่เป็นคนทำ AI ต้องถอยกลับมา เป็นเพียงคนสร้างกรอบควบคุม AI ในประเทศไทย และทำราคากลางมาตรฐานกลางในการควบคุมโครงการ AI ในประเทศที่จะเกิดขึ้น และหากมีโครงการ AI เกิดขึ้น ควรจะต้องส่งโครงการเหล่านี้ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ สวทช. ที่มีเจ้าหน้าที่ที่เชี่ยวชาญด้านนี้ดูและวิเคราะห์ เพื่อลดความซ้ำซ้อนของโครงการในประเทศไทยเพื่อให้โครงการ AI ในประเทศไทยที่จะเกิดขึ้นมีประสิทธิภาพสูงสุด

ซัดธุรกิจการเมือง

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เนื้อหาในวันนี้ไม่ใช่เนื้อหาทั้งหมด เรายังมีข้อมูลอีกเยอะ บรรดาข้อพิรุธทั้งหมดที่เราได้นำมาเสนอที่รัฐบาลยังไม่แก้ไขสิ่งที่ไม่ถูก ให้เป็นถูก ต่อไปเราจะเปิดเผยข้อมูลนี้ออกมาเรื่อย ๆ และทำให้ประชาชนได้เห็นเรื่อย ๆ ว่ารัฐบาลภายใต้ระบอบสีน้ำเงินกำลังกัดกินประเทศอย่างไร ภายใต้เครือข่ายธุรกิจการเมืองที่พวกเขาทำอยู่ ตนคิดว่าเรื่องนี้ใหญ่กว่าปลัด ใหญ่กว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิตอล ตนจึงตั้งคำถามไปถึงนายกรัฐมนตรีโดยตรงว่าจากเหตุพิรุธทั้งหมด ถ้าเราเป็นรัฐบาลหรือมีนายกรัฐมนตรีที่ดี ควรจะต้องได้รับการแก้ปัญหาอย่างไร

แฉพิรุธ ไม่มีแค่ 2 โครงการ

ข้อพิรุธที่ 1 โครงการนี้ ทำวันนี้เสร็จปีก่อน ในขณะที่รัฐมนตรีกระทรวงดีอีบอกว่าให้ความสำคัญกับ AI แต่นายกรัฐมนตรีไม่เคยเรียกประชุมบอร์ด AI แล้วไหนที่บอกว่าให้ความสำคัญเรื่อง AI

ข้อพิรุธที่ 2 เหตุความผิดปกติในทีโออาร์ทั้งหลาย เป็นทั้งการลอกและล็อกทีโออาร์ เพราะโครงการ TH-AI Passport ไม่ใช่โครงการเดียว เขียนโครงการคล้าย ๆ กันล็อกเรื่องจอโฆษณา เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนบางกลุ่ม ล็อกสเปกเปลี่ยนจากคำว่าจอเป็นจุด จุดเป็นจอ ที่เหลือคล้าย ๆ เดิม

ข้อพิรุธที่ 3 ไม่ใช่มีแค่ 2 โครงการ วันนี้หมื่นล้านตนเชื่อว่าไม่ใช่ทั้งหมด เราพร้อมที่จะเปิดข้อมูลแบบนี้ออกมาเรื่อย ๆ พวกเขากำลังทำเป็นขบวนการที่มีความสัมพันธ์ส่วนตัวไปงานวันเกิดใครหรือไม่ ที่ความสัมพันธ์แบบนี้นำมาซึ่งการที่เข้าถึง กระบวนการการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ลอกและล็อกสเปกทีโออาร์แบบนี้ได้ มอบเงินงบประมาณแผ่นดินให้กับกลุ่มบางกลุ่ม ที่กำลังทำธุรกิจการเมืองกันอยู่หรือไม่

แนะนายกฯมีแค่ 2 ทางเลือก

ดังนั้นจาก 3 ข้อพิรุธทั้งหมด นายกรัฐมนตรีมีทางเลือกแค่ 2 ข้อ

1. สั่งเบรกโครงการทั้งหมดนี้ทันทีเพื่อพิสูจน์ว่านายกรัฐมนตรี กับการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันและไม่ยอมให้ธุรกิจการเมืองกัดกินประเทศนี้ต่อไป

2. ลอยตัวหนีปัญหาไม่แตะโครงการนี้ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เพราะอาจจะมีความเกรงใจกับรัฐมนตรีกระทรวงดีอี ที่เป็นลูกชายของใครหรือไม่ ที่นายกรัฐมนตรีมีความเกรงใจอยู่ หรืออาจเป็นสิ่งที่กลุ่มธุรกิจการเมืองต่าง ๆ เหล่านี้ นายกรัฐมนตรีก็รู้ว่าเป็นเสาค้ำจุนให้กับรัฐบาลระบอบสีน้ำเงิน จึงไม่สามารถที่จะแตะต้องได้ ไม่สามารถที่จะเบรกโครงการต่าง ๆ เหล่านี้ได้ใช่หรือไม่

อย่างไรก็ตามวันนี้เรามีเรื่องการใช้จ่ายเงินแผ่นดินที่เป็นเงินนอกงบประมาณอีกเยอะ เงินในกองทุนดีอี เฉพาะโครงการนี้ 1,600 ล้าน เป็นเงินที่เยอะมากสำหรับผู้ประกอบการกลุ่มสตาร์ทอัพ เราสามารถนำเงินจำนวนเดียวกันสร้างเศรษฐกิจอุตสาหกรรมใหม่ให้ดีกว่านี้ได้ ดังนั้นถ้าอยากจะแก้ปัญหานี้ไม่ต้องตามแก้ทีละโครงการได้ผลระยะยาวและไม่มีโครงการแบบนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต ต้องปฏิรูปกองทุนดีอีให้มีความโปร่งใสและควรเปลี่ยนงบป

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.