กรมทรัพย์สินทางปัญญา อยู่ภายใต้สังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหน่วยที่สำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ อาทิ การจดสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ ขึ้นทะเบียนสินค้า GI ขณะเดียวกัน ความโปร่งใสในการให้บริการภาครัฐก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่การเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา OECD
“ฐานเศรษฐกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา โดยเริ่มต้นการสนทนาว่า ปัจจุบันทรัพย์สินทางปัญญาได้เร่งยกระดับนโยบายการต่อต้านการทุจริตอย่างจริงจัง ล่าสุดได้เชิญภาคเอกชน ผู้ใช้บริการ และคณะทำงานด้าน Zero Corruption เข้าหารือร่วมกัน เพื่อสะท้อนปัญหาและข้อเสนอแนะในการป้องกันการเรียกรับผลประโยชน์
ทั้งนี้ ได้เน้นยํ้าความตั้งใจและนโยบายของรัฐบาลที่ให้หน่วยงานทำงานด้วยความสุจริต โปร่งใส ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการรับสินบนทุกรูปแบบ และพร้อมรับฟังเบาะแสการเรียกรับผลประโยชน์ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น อีเมล กล่องรับความเห็นถึงอธิบดีโดยตรง และเว็บไซต์ร้องเรียนการทุจริต
นอกจากนี้ได้มีข้อเสนอแนะคือต้องเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้ประชาชนและ SME ในภูมิภาคเข้าใจภารกิจของกรมเพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงหรือแอบอ้าง
ดัน Sandbox รับเรื่องร้องเรียน
นางอรมนเผยด้วยว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญา มีแผนจัดจัดทำ Sandbox ร่วมกับภาคเอกชน เพื่อเป็นช่องทางกลางสำหรับรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตและติดตามผลอย่างเป็นระบบ เพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการ
ขณะเดียวกัน ยังเตรียมผลักดันการฟื้นฟูคณะกรรมการนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาในระดับประเทศอย่างบูรณาการ รองรับเป้าหมายการยกระดับดัชนีนวัตกรรมโลก และการยกระดับมาตรฐานทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้สอดคล้องกับแนวทาง OECD
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา
ใช้ AI ลดดุลยพินิจ
หนึ่งในแนวทางสำคัญที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาเร่งดำเนินการ คือการลดการติดต่อแบบเผชิญหน้า (Face-to-Face) ระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้รับบริการ ผ่านการพัฒนาระบบดิจิทัล อาทิ Tele-consulting การให้คำปรึกษาออนไลน์ ระบบยื่นคำขออิเล็กทรอนิกส์ และ e-Payment เพื่อให้ทุกขั้นตอนสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
ที่สำคัญยังนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยเฉพาะระบบ AI Image Search สำหรับการตรวจสอบเครื่องหมายการค้าเบื้องต้น ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถค้นหาความเหมือนหรือคล้ายของเครื่องหมายการค้าก่อนยื่นคำขอ ลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธและลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
“AI จะช่วยลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ในบางขั้นตอน และช่วยให้การพิจารณามีมาตรฐานมากขึ้น แต่กระบวนการสุดท้ายยังอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและผู้เชี่ยวชาญที่มีหน้าที่ตรวจสอบอย่างรอบคอบ” นางอรมน ระบุ
สำหรับการจดสิทธิบัตร กรมฯ ยังนำเทคโนโลยี AI มาช่วยสืบค้นข้อมูลและสรุปผลเบื้องต้นจากฐานข้อมูลทั่วโลก เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบความใหม่ของสิ่งประดิษฐ์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพิจารณาสิทธิบัตร
นางอรมน ยอมรับว่า แม้กรมจะพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาสำคัญที่ยังพบคือคุณภาพของคำขอที่ยื่นเข้ามา โดยเฉพาะคำขอสิทธิบัตรจากนักวิจัยหรือผู้ประกอบการรายใหม่ที่ยังขาดความรู้ด้านการเขียนข้อถือสิทธิ์ ทำให้ต้องแก้ไขหลายรอบและส่งผลต่อระยะเวลาการพิจารณา
ดังนั้นกรมฯ จึงจัดอบรมและส่งเสริมการใช้ที่ปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงประสานงานกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ที่มีโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้เชี่ยวชาญ เพื่อยกระดับคุณภาพคำขอตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้คำขอมีคุณภาพดีตั้งแต่แรก ซึ่งจะทำกระบวนการพิจารณารวดเร็วขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ยื่นและเจ้าหน้าที่
กรมทรัพย์สินทางปัญญาประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
AI กับงานลิขสิทธิ์
อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือการใช้ AI กับงานลิขสิทธิ์ ซึ่งปัจจุบันกฎหมายลิขสิทธิ์ไทยยังคุ้มครองเฉพาะผลงานที่สร้างสรรค์โดยมนุษย์เท่านั้น ทั้งนี้ การนำผลงานที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้ฝึก AI ควรได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ และต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการส่งเสริมเทคโนโลยีกับการคุ้มครองผู้สร้างสรรค์ผลงาน
ปัจจุบันกรมทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มดิจิทัลรายใหญ่ เช่น TikTok, Shopee และ Lazada เพื่ออำนวยความสะดวกในการแจ้งลบ เนื้อหาหรือสินค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างรวดเร็ว
“ไทยยังไม่มีแผนแก้กฎหมายเพื่อเพิ่มข้อยกเว้นการใช้ข้อมูลฝึก AI เพราะต้องการรักษาความสมดุล ระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยีกับการปกป้องผู้สร้างสรรค์งาน หากยกเว้นมากเกินไป คนจะหมดกำลังใจในการสร้างผลงาน แต่กรมมีคณะทำงาน AI ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด”
GI เครื่องยนต์เศรษฐกิจฐานราก
นอกจากการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงธุรกิจและนวัตกรรมแล้ว กรมยังเดินหน้าผลักดันสินค้า GI หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจชุมชน
ปัจจุบันประเทศไทยมีสินค้า GI แล้ว 260 รายการ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 116,253 ล้านบาท โดยสินค้าหลายชนิดสามารถสร้างชื่อเสียงและเพิ่มมูลค่าได้อย่างก้าวกระโดดผ่านการเล่าเรื่อง และการเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ของพื้นที่
ตัวอย่างเช่น ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ และส้มโอทับทิมสยาม ซึ่งได้รับการยอมรับในตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีนที่ให้ความสำคัญกับแหล่งกำเนิดสินค้าและคุณภาพ
ส้มโอทับทิมสยาม สินค้า GI
กรมตั้งเป้าหมายเพิ่มสินค้า GI ใหม่ปีละประมาณ 26 รายการ พร้อมนำระบบ Traceability ผ่าน QR Code มาใช้กับสินค้ามูลค่าสูง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก
คดีละเมิดทรัพย์สินออนไลน์พุ่ง 286%
ด้านการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดตัวเลขสถิติว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ มีการจับกุมคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา 170 คดี ยึดของกลางได้กว่า 1.3 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 700 ล้านบาท
แม้จำนวนคดีรวมจะลดลงจากปีก่อน แต่การกระทำผิดผ่านช่องทางออนไลน์กลับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยจำนวนคดีออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 286% สะท้อนถึงพฤติกรรมการค้าสินค้าละเมิดที่ย้ายเข้าสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น กรมฯ จึงเร่งร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เพื่อขยายผลจับกุมผู้กระทำผิดรายใหญ่และสกัดกั้นการจำหน่ายสินค้าละเมิดในโลกออนไลน์
อย่างไรก็ตามกรมฯ ยังเตรียมจัดงานนิทรรศการ “ของจริง-ของปลอม” ระหว่างวันที่ 9-12 กรกฎาคม 2569 ณ สยามพารากอน เพื่อให้ความรู้ประชาชนในการแยกแยะสินค้า โดยภายในงานวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 จะเซ็น MOU กับ บก.ปอศ. และแพลตฟอร์ม Shopee เพื่อขยายผลการจับกุมรายใหญ่บนออนไลน์ด้วย
การจับกุมานค้าละเมิดลิขสิทธิ์