ฟุตบอลโลก วันแข่งขันที่ 11: เคปเวิร์ดสร้างเซอร์ไพรส์อีกครั้ง; ซาลาห์โชว์ฟอร์มเด่น
ชาญชัย รัตนพงษ์ June 23, 2026 02:47 AM

วันที่ 22 มิถุนายน 2026 เป็นวันแข่งขันที่ 11 ของศึกฟุตบอลโลก ฟีฟ่า ซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวน่าตื่นเต้น ทั้งการที่ทีมชาติสเปนกลับมาคืนฟอร์มเก่ง เคปเวิร์ดทำผลงานสุดช็อกอีกครั้ง และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เฉิดฉายบนเวทีโลก

เราได้รวบรวมไฮไลต์สำคัญทั้งหมดจากการแข่งขันในวันดังกล่าว รวมถึงสิ่งที่แฟนบอลอาจพลาดไปในค่ำคืนที่ผ่านมา

หลังจากเริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ได้ไม่ดีแชมป์ยุโรปอย่างสเปนก็กลับมาอยู่ในจังหวะที่ยอดเยี่ยมในแมตช์เดย์ที่สอง การเสมอกับเคปเวิร์ดในเกมเปิดสนามถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สุดพลิกล็อกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก แต่ครั้งนี้ “ลา โรฆา” ไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย

ลามีน ยามาล กลับมาลงสนามเป็นตัวจริง ขณะที่ ดานี โอลโม่, อาเล็กซ์ บาเอนา และ เปโดร ปอร์โร ก็ได้โอกาสลงเล่น โดย หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ ปรับแผนเพื่อเจอกับทีมชาติซาอุดีอาระเบีย

ตามคาด ยามาล เป็นผู้เปิดฉากทำประตูแรกให้ทีมจากจังหวะเปิดของ มิเกล โอยาร์ซาบาล ภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที ก่อนที่ โอยาร์ซาบาล จะยิงเพิ่มอีกสองประตูรวด ทำให้สเปนขึ้นนำถึง 3-0 ภายในเวลาเพียง 24 นาที

แม้หลังพักครึ่งความกดดันจะลดลง แต่สเปนก็ยังคงครองเกมได้อย่างเบ็ดเสร็จ ก่อนที่ ฮัสซัน ทัมบักตี จะทำเข้าประตูตัวเองอย่างโชคร้าย ส่งผลให้สเปนคว้าชัยไปอย่างสวยงาม เป็นการตอกย้ำถึงคุณภาพของทีมแชมป์ยุโรป

ขณะเดียวกัน ทีมชาติเบลเยียมยังคงตามหาความสำเร็จในฟุตบอลโลกต่อไป ไม่มีทีมยุโรปใดที่ลงเล่นฟุตบอลโลกมากครั้งเท่าเบลเยียมโดยไม่เคยได้แชมป์ พวกเขามี “ยุคทอง” ของนักเตะในช่วงปลายทศวรรษ 2010 แต่ก็ไม่สามารถคว้าโทรฟีได้

ธิโบต์ กูร์ตัวส์, เควิน เดอ บรอยน์ และ โรเมลู ลูกากู ยังคงอยู่ในทีม แต่สองรายหลังดูจะไม่เฉียบคมเหมือนเดิม เบลเยียมเจออิหร่านและพยายามอย่างหนักแต่ไม่สามารถเจาะประตูได้ หลังจากก่อนหน้านั้นก็เสมอกับอียิปต์ในเกมแรก

จังหวะเซฟสุดยอดของ อาลิเรซา เบย์รานวานด์ ผู้รักษาประตูทีมชาติอิหร่าน คือไฮไลต์สำคัญของเกม กลุ่มจีในตอนนี้อยู่ในสถานการณ์สูสี โดยเบลเยียมต้องชนะนิวซีแลนด์ในเกมสุดท้ายเพื่อผ่านเข้ารอบ

ทีมชาติเคปเวิร์ดไม่ได้มาเล่นฟุตบอลโลก 2026 เพื่อเป็นเพียงทีมเติมเต็ม พวกเขาสร้างความฮือฮาด้วยการเสมอสเปนแบบไร้สกอร์ในเกมแรก และยังสร้างผลงานยอดเยี่ยมอีกครั้งในค่ำคืนที่ผ่านมา

ประเทศเกาะเล็ก ๆ ที่มีประชากรเพียงราว 500,000 คน กลายเป็นหนึ่งในชาติที่มีขนาดเล็กที่สุดที่ได้เข้าร่วมฟุตบอลโลก แต่ผลงานในสนามกลับไม่ธรรมดา หลังจากยันเสมอแชมป์ยุโรปได้ พวกเขายังต่อกรกับอดีตแชมป์โลกสองสมัยอย่างอุรุกวัยจนจบด้วยผลเสมอ 2-2

เควิน เลนินี ยิงประตูแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกของประเทศจากลูกฟรีคิกอย่างงดงาม ก่อนที่อุรุกวัยจะพลิกนำในครึ่งแรก อย่างไรก็ตาม เคปเวิร์ดไม่ยอมแพ้ และได้ประตูตีเสมอหลังผ่านหนึ่งชั่วโมงของเกม

ตัวสำรอง เฮลิโอ วาเรลา ฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของ มาติอัส โอลิเวรา แย่งบอลและยิงเข้าไป ทำให้แฟนบอลฉลองกันอย่างสุดเหวี่ยง เคปเวิร์ดจึงยังมีโอกาสลุ้นเข้ารอบน็อกเอาต์อย่างเหลือเชื่อ

ส่วนทีมชาติอียิปต์ถือเป็นมหาอำนาจลูกหนังของทวีปแอฟริกา ไม่มีทีมใดคว้าแชมป์แอฟริกันคัพออฟเนชันส์มากกว่า “เดอะฟาโรห์” แต่ความสำเร็จนั้นยังไม่เคยเกิดขึ้นบนเวทีฟุตบอลโลก

ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เคยชนะในฟุตบอลโลกเลยตลอดเก้าครั้ง และเมื่อ นิวซีแลนด์ ยิงประตูขึ้นนำตั้งแต่ต้นเกม ก็เหมือนกับว่าทัวร์นาเมนต์นี้กำลังจะหลุดมือไปอีกครั้ง

แต่ไพ่ตายของอียิปต์ก็กลับมาช่วยทีมได้อีกครั้ง ในทัวร์นาเมนต์ที่ซูเปอร์สตาร์หลายคนเริ่มโชว์ฟอร์ม โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แสดงให้เห็นว่าเขายังคือกำลังหลักของทีมชาติอียิปต์ หลังจาก มอสตาฟา ซีโก ยิงตีเสมอจากจังหวะเปิดของ โมฮาเหม็ด ฮานี ซาลาห์ก็พาบอลเข้าเขตโทษและยิงให้อียิปต์ขึ้นนำ

นั่นคือประตูในแบบฉบับของเขาอย่างแท้จริง เมื่ออายุ 34 ปี ซาลาห์เลี้ยงตัดเข้าด้านในก่อนยิงอย่างเฉียบขาด จากนั้นลูกตั้งเตะของเขายังเปิดให้ มาห์มูด เทรเซเกต์ ยิงประตูปิดท้าย ทำให้อียิปต์เข้าใกล้การผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.