ลิโอเนล เมสซี่ สร้างสถิติใหม่อีกครั้งหลังจากเอาชนะแรงกดดันจากการพลาดจุดโทษในช่วงต้นเกม ก่อนยิงสองประตูสุดสวยพาแชมป์เก่าอย่างทีมชาติอาร์เจนตินาเอาชนะออสเตรียไป 2-0 ที่สนามดัลลัส สเตเดียม เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พร้อมทำลายสถิติผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของศึกฟุตบอลโลก และการันตีการผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายในฐานะทีมจ่าฝูงกลุ่ม J หลังคว้าชัยสองนัดติดต่อกัน
เกมดังกล่าวเปิดฉากอย่างเข้มข้นตั้งแต่นาทีที่ 8 เมื่ออาร์เจนตินาได้ลูกจุดโทษหลังจาก เลาตาโร มาร์ติเนซ ถูกทำฟาวล์ในเขตโทษ เมสซี่รับหน้าที่สังหารแต่ยิงเฉียดเสาออกไปทางซ้ายอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้แฟนบอลที่เดินทางมาเชียร์ต้องตกตะลึงไปตามๆ กัน
อย่างไรก็ตาม เพลย์เมกเกอร์ระดับตำนานรายนี้รีบแก้ตัวได้อย่างรวดเร็ว ในนาทีที่ 38 เมสซี่รับบอลจากเพื่อนร่วมทีมบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนลากตัดเข้าในด้วยเท้าซ้ายข้างถนัดแล้วยิงเรียดเสียบมุมอย่างแม่นยำ เป็นประตูเบิกร่องให้กับอาร์เจนตินา และยังเป็นประตูที่ 17 ของเจ้าตัวในศึกฟุตบอลโลก ทำให้เขาแซง มิรอสลาฟ โคลเซ ของเยอรมนี ขึ้นเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลโลกในหมวดนักฟุตบอลชาย
ครึ่งหลังของเกมเต็มไปด้วยความดุดันเมื่อทีมของ ราล์ฟ รังนิค ใช้เกมเพรสซิ่งอย่างหนักเพื่อหวังตีเสมอ อารมณ์เริ่มเดือดในนาทีที่ 77 เมื่อ คอนราด ไลเมอร์ ของออสเตรีย และ ฟาคุนโด เมดินา ของอาร์เจนตินา ถูกใบเหลืองพร้อมกันหลังปะทะกันกลางสนาม
โค้ช ลิโอเนล สกาโลนี ของอาร์เจนตินา เห็นสถานการณ์เริ่มตึงเครียดจึงปรับแท็กติกโดยเปลี่ยนตัวสองรายสำคัญ ได้แก่ เลอันโดร ปาเรเดส และ นิโกลัส ตาเกลียฟิโก้ เพื่อเสริมความเหนียวแน่นในเกมรับและรับมือกับแรงกดดันจากออสเตรีย
แนวรับของอาร์เจนตินาทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม ก่อนที่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บจะกลายเป็นฉากปิดเกมสุดอลังการ ในนาทีที่ 95 เมื่อออสเตรียเปิดเกมรุกเต็มกำลังจากลูกเตะมุม อาร์เจนตินาโต้กลับอย่างรวดเร็ว เมสซี่รับบอล ล็อกหลบกองหลังอย่างเหนือชั้น และยิงประตูปิดท้ายอย่างเยือกเย็น
ประตูดังกล่าวทำให้ยอดรวมของเมสซี่ในฟุตบอลโลกเพิ่มเป็น 18 ประตู ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ในเส้นทางอาชีพของเขา และนำอาร์เจนตินาเดินหน้าต่อในเส้นทางป้องกันแชมป์อย่างมั่นคง