ทีมชาติอังกฤษลงแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่ 17 ในช่วงซัมเมอร์ปีนี้ โดยตั้งเป้าที่จะยุติการรอคอยความสำเร็จยาวนานกว่า 60 ปีบนแผ่นดินอเมริกาเหนือ พร้อมเปิดตัวชุดแข่งใหม่อีกครั้งในทัวร์นาเมนต์นี้
วิวัฒนาการของชุดแข่งทีมชาติอังกฤษสะท้อนยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ตั้งแต่เสื้อเรียบง่ายในทศวรรษ 1950 ไปจนถึงลวดลายที่โดดเด่นผิดหูผิดตาในปี 1982 และดีไซน์ที่ผสมเฉดแดงและน้ำเงินอย่างละเอียดในช่วงต้นยุค 2000
แต่ละชุดมีเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่แตกต่างกันไป บางชุดชวนให้นึกถึงความทรงจำอันหอมหวาน ขณะที่บางแบบกลับดูจืดชืดอย่างน่าเสียดาย
นี่คือการจัดอันดับและให้คะแนนชุดแข่งฟุตบอลโลกของทีมชาติอังกฤษทั้งหมด:
ปี 2010, แอฟริกาใต้: ชุดที่ดูเรียบและขาดความโดดเด่น เข้ากับผลงานของทีมในสนาม อังกฤษตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายหลังพ่ายเยอรมนี 4-1 จากเกมที่ลูกยิงของ แฟรงก์ แลมพาร์ด ไม่ถูกนับเป็นประตู
ปี 2022, กาตาร์: การไล่เฉดสีน้ำเงินสดดูไม่เข้าท่าเท่าที่คาดไว้ อังกฤษตกรอบก่อนรองชนะเลิศหลังแพ้ฝรั่งเศส 2-1 โดย แฮร์รี เคน ยิงจุดโทษพลาด
ปี 1970, เม็กซิโก: คล้ายกับชุดปี 1966 แต่ปรับเป็นแขนสั้นเพื่อรับมืออากาศร้อนในเม็กซิโก ดูดีแต่ไม่มีน้ำหนักทางประวัติศาสตร์มากนัก อังกฤษแพ้เยอรมนีตะวันตก 3-2 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ
ปี 2018, รัสเซีย: มีรายละเอียดเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปี 2014 แต่ยังไม่ถึงขั้นน่าตื่นเต้น อังกฤษเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ก่อนพ่ายให้กับโครเอเชีย
ปี 2006, เยอรมนี: หนึ่งในฟุตบอลโลกที่อังกฤษมีโอกาสคว้าแชมป์มากที่สุดนับจากปี 1966 ชุดมีไม้กางเขนเซนต์จอร์จบนไหล่ดูสง่างาม แต่สุดท้ายทีมแพ้โปรตุเกสในการดวลจุดโทษ หลัง เวย์น รูนีย์ ถูกใบแดงไล่ออก
ปี 1990, อิตาลี: ถือเป็นชุดในตำนาน อังกฤษจบอันดับที่ 4 หลังพ่ายเยอรมนีตะวันตกในการดวลจุดโทษในรอบรองชนะเลิศ
ปี 2014, บราซิล: หนึ่งในชุดแข่งที่เรียบหรูที่สุดของศตวรรษที่ 21 แต่ทีมกลับจบอันดับสุดท้ายในรอบแบ่งกลุ่ม
ปี 1958, สวีเดน และ 1962, ชิลี: อังกฤษตัดปกเสื้อออกจากดีไซน์ยุคก่อน และปรับให้เข้ารูปมากขึ้น ในปี 1962 ทีมแพ้บราซิล 3-1 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ
ปี 2026: ดีไซน์มีความน่าสนใจมากกว่าชุดล่าสุดบางรุ่น แต่ผลลัพธ์สุดท้ายยังต้องรอดูกันต่อไป
ปี 2002, ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้: แถบสีแดงกลางลำตัวถือเป็นจุดเด่นที่สวยงาม อังกฤษตกรอบก่อนรองชนะเลิศหลังแพ้บราซิล โดย โรนัลดินโญ ยิงข้ามหัว เดวิด ซีแมน จากระยะ 40 หลา
ปี 1982, สเปน: เป็นครั้งแรกที่อังกฤษใช้ชุดแข่งที่มีสีสันโดดเด่น แม้ไม่แพ้เลยตลอด 5 นัด แต่ตกรอบในกลุ่มที่สอง ส่งผลให้ รอน กรีนวูด ต้องอำลาตำแหน่งผู้จัดการทีม
ปี 1966, อังกฤษ: ในรายชื่อนี้นับรวมชุดสีแดงซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ปกคอสูงและแขนยาวช่วยเพิ่มความสง่างามให้กับทีมแชมป์โลกของอังกฤษในปีนั้น
ปี 1950, บราซิล และ 1954, สวิตเซอร์แลนด์: ดีไซน์แทบไม่ต่างกัน มีคอเสื้อกว้างและตราสัญลักษณ์ขนาดใหญ่ของทีมชาติอังกฤษ ดูสะอาดตาและเรียบง่าย อังกฤษเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศในสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนแพ้อุรุกวัย 4-2
ปี 1986: ลายเส้นบางละเอียดเพิ่มความน่าสนใจ อังกฤษดูดีในสนามแม้ต้องเห็น ดีเอโก มาราโดนา วิ่งผ่านพวกเขาไปในเกมพ่ายอาร์เจนตินาในรอบก่อนรองชนะเลิศ
ปี 1998: อาจเป็นเพราะความทรงจำจากลูกยิงอันโด่งดังของ ไมเคิล โอเวน ที่พาบอลฝ่ากองหลังอาร์เจนตินา ทำให้ชุดนี้กลายเป็นหนึ่งในรุ่นยอดนิยมของอังกฤษ แม้สุดท้ายต้องจบลงด้วยความผิดหวังในการดวลจุดโทษในรอบ 16 ทีมสุดท้าย